บทที่ 52: เธอเจอของดีแล้ว
หลังจากจัดการกับสัมภาระส่วนใหญ่เรียบร้อยแล้ว กู้เจียหนิงก็นำเครื่องสำอางและเครื่องประดับของตัวเองไปเก็บไว้ในลิ้นชักของตู้ที่ตั้งอยู่ข้างเตียงเตา เธอเพิ่งจะจัดของเสร็จและหันกลับมา ก็เห็นเซิ่งเจ๋อซีกำลังถือแก้วน้ำที่ส่งไออุ่นๆ เข้ามาในห้องพอดี
“ดื่มน้ำร้อนก่อนสิ จะได้อุ่นขึ้น”
กู้เจียหนิงรับแก้วมา ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้หัวใจของเธอพลอยอุ่นตามไปด้วย เธอรู้ว่าเขากำลังยุ่งอยู่กับการจัดการของที่ลานบ้าน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเอาน้ำร้อนมาให้เธอ
“พี่ดื่มแล้วหรือยังคะ” เธอเอ่ยถาม
“ดื่มแล้ว” เสียงของเขาตอบกลับมาจากทางห้องครัว กู้เจียหนิงจึงเดินตามไป ก็เห็นเขากำลังหยิบปิ่นโตออกมา
เธอมองแผ่นหลังสูงใหญ่ของเขาแล้วรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ก้มลงจิบน้ำร้อนในแก้วเบาๆ รสหวานละมุนที่มาพร้อมกับความอุ่นซ่านไปทั่วทั้งปาก ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างขึ้น “พี่ใส่น้ำผึ้งด้วยเหรอคะ”
“ใช่” เซิ่งเจ๋อซีตอบพลางลวกปิ่นโตสองเถาและตะเกียบด้วยน้ำร้อน “พี่หยิบมาจากในตู้ พี่รองของเธอให้มาใช่ไหม”
“ค่ะ”
น้ำผึ้งขวดนี้เป็นของที่กู้เหวินหนานได้มาจากการไปเจอรังผึ้งบนภูเขา เขารีดน้ำผึ้งออกมาได้สองขวด ขวดหนึ่งเก็บไว้ให้ซูเหมี่ยวภรรยาของเขา ส่วนอีกขวดก็มอบให้กับกู้เจียหนิง ในยุคสมัยนี้ น้ำผึ้งป่าถือเป็นของล้ำค่ามาก และเป็นโชคดีที่กู้เจียหนิงเองก็ชอบทานของหวานประเภทนี้เป็นพิเศษ
“เดี๋ยวพี่จะไปโรงอาหารซื้อข้าวนะ เธอไปนั่งรอที่เตียงเตาในห้องนั่งเล่นก่อนก็ได้ ตรงนั้นน่าจะอุ่นขึ้นแล้ว”
“ได้ค่ะ”
เซิ่งเจ๋อซีเดินเข้ามาสวมกอดกู้เจียหนิงเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวหยิบปิ่นโตแล้วเดินออกไป กู้เจียหนิงมองตามจนกระทั่งร่างของเขาหายลับไปจากสายตา เธอจึงหันกลับไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงเตาในห้องนั่งเล่น มือทั้งสองกอดแก้วน้ำเอาไว้ การได้จิบน้ำผึ้งหวานๆ พร้อมกับไออุ่นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากเตียง ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ก็ดูไม่เลวเลยทีเดียว
บ้านพักทหารอยู่ไม่ไกลจากโรงอาหาร ระหว่างทางเซิ่งเจ๋อซีได้พบกับสหายร่วมรบและครอบครัวของพวกเขาหลายคน ซึ่งทุกคนต่างก็ทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง
ไม่นานเขาก็มาถึงโรงอาหาร แต่เพราะเลยช่วงกลางวันมาแล้ว กับข้าวที่เหลืออยู่จึงมีไม่มากนัก โดยเฉพาะเมนูเนื้อที่หมดเกลี้ยงไปแล้ว
“ผู้พันเซิ่ง กลับมาแล้วเหรอครับ”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับผู้พันเซิ่ง มาช้าไปหน่อย เลยไม่ค่อยมีกับข้าวดีๆ เหลือแล้ว อีกอย่าง พอเข้าหน้าหนาวเสบียงก็น้อยลง ของก็มีไม่มาก พวกเราเองก็จนปัญญาเหมือนกัน”
“ไม่เป็นไรครับ” เซิ่งเจ๋อซีเข้าใจสถานการณ์ดีและไม่ได้ตำหนิอะไร
สุดท้ายเขาทำได้เพียงซื้อหมั่นโถวก้อนใหญ่มาหลายลูกกับกับข้าวอีกสองอย่าง ระหว่างทางกลับ เขาก็ครุ่นคิดว่าจะทำอะไรเพิ่มดี ด้วยความที่มัวแต่จดจ่ออยู่กับความคิด เขาจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นสายตาแปลกๆ และเสียงซุบซิบจากคนรอบข้างที่มองมาเป็นระยะ
จนกระทั่งสหายคนสนิทที่ชื่อจี้ฮุยเดินมาตบไหล่เขาเบาๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหมายลึกซึ้งว่า “ลำบากหน่อยนะ”
เซิ่งเจ๋อซีถึงกับงง ลำบากเรื่องอะไร
“ถึงแม้ว่า แต่ยังไงก็ต้องใช้ชีวิตกับภรรยาให้ดีๆ นะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” เขาตอบกลับไปอย่างมั่นใจ แน่นอนว่าเขาจะใช้ชีวิตกับหนิงหนิงของเขาให้ดีที่สุด
“ไม่คุยแล้ว ฉันไปก่อนนะ”
จี้ฮุยมองตามแผ่นหลังของเซิ่งเจ๋อซีที่เดินจากไปแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเข้าใจว่าเซิ่งเจ๋อซีคงไม่อยากพูดถึงภรรยาที่หน้าตาอัปลักษณ์ของตัวเองมากนัก ก็แหงล่ะ ในฐานะผู้ชาย ใครบ้างจะไม่อยากได้ภรรยาที่สวยและหุ่นดี
แต่เซิ่งเจ๋อซีคนนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ว่าผู้บังคับบัญชาหรือสหายร่วมรบจะแนะนำสาวสวยให้มากมายแค่ไหนเขาก็ไม่เคยสนใจ แต่พอลาพักร้อนกลับบ้านไป กลับโดนผู้หญิงบ้านนอกหน้าตาขี้เหร่จับเสียอยู่หมัด
นี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ
แต่เรื่องนี้มันดูไม่สมกับนิสัยของเซิ่งเจ๋อซีเลยสักนิด ปกติแล้วคนที่ไม่เคยยอมใครอย่างเขา ถ้าเจอเรื่องแบบนี้เข้าก็น่าจะต่อต้านหัวชนฝาไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ยอมง่ายๆ แบบนี้ คิดยังไงก็คิดไม่ออกจริงๆ
เซิ่งเจ๋อซีรีบเดินกลับมาที่บ้านพัก เขาวางปิ่นโตลงบนโต๊ะเล็กบนเตียงเตาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะอธิบายให้กู้เจียหนิงฟัง “พี่ไปช้าไปหน่อย เลยเหลือแค่นี้ เดี๋ยวพี่ผัดเนื้อกระต่ายให้กินดีไหม”
ผัดเนื้อกระต่าย!
กู้เจียหนิงที่ตอนแรกเห็นว่ามีแค่หมั่นโถวกับกับข้าวสองอย่างแล้วรู้สึกเหี่ยวเฉาไปบ้าง พลันกลับมากระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที “ดีเลยค่ะ!”
แต่พูดจบเธอก็ลังเล “แล้วแบบนี้จะไม่ลำบากพี่แย่เหรอคะ”
เซิ่งเจ๋อซีเหลือบมองเธอนิดหนึ่งก่อนจะขยี้ผมนุ่มของเธอเบาๆ “พูดอะไรบ้าๆ พี่เป็นสามีเธอนะ ถ้าเธอไม่สร้างความลำบากให้พี่ แล้วจะให้ไปสร้างความลำบากให้ใคร”
กู้เจียหนิงคิดในใจ ‘ฉันหมายความว่าอย่างนั้นที่ไหนกัน’
เซิ่งเจ๋อซีจ้องมองเธออย่างจริงจัง “พี่ชอบให้เธอมาสร้างความลำบากให้ ไม่สิ ต้องพูดว่าเรื่องของเธอ สำหรับพี่แล้วไม่เคยเป็นเรื่องลำบากเลย”
“ผู้ชายก็ต้องดูแลภรรยาของตัวเองให้ดีๆ ต่อไปนี้เธออยากกินอะไรก็บอกพี่ได้เลย พี่จะพยายามหามาให้สุดความสามารถ”
“ทราบแล้วค่ะ” กู้เจียหนิงฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
“งั้นฉันไปช่วยดูไฟให้ไหมคะ”
“ได้”
จริงๆ แล้วก็แทบไม่ต้องดูไฟอะไรมากมาย เพราะเตาในครัวเชื่อมต่อกับเตียงเตาทั้งสองเตา พอจุดไฟที่เตียงเตา เตาในครัวก็จะร้อนตามไปด้วย แค่วางกระทะลงไป เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็เริ่มผัดได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเตา กระทะ ฟืน หรือถ้วยชามต่างๆ ล้วนเป็นของที่เซิ่งเจ๋อซีให้สหายร่วมรบช่วยหาซื้อไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว
“ตอนที่เราหมั้นกันแล้ว พี่ก็โทรศัพท์บอกสหายไว้เลย” เซิ่งเจ๋อซีอธิบาย
“พี่ซีช่างรอบคอบจริงๆ เลยค่ะ เตรียมการไว้พร้อมขนาดนี้” ปากหวานๆ ของกู้เจียหนิงเอ่ยชมไม่ขาดปาก
ต้องขอบคุณเซิ่งเจ๋อซีที่ให้คนจัดหาของใช้จำเป็นเหล่านี้ไว้ก่อน พวกเขามาถึงก็สามารถใช้ได้ทันที ไม่เช่นนั้นหากต้องรอไปหาซื้อเองคงจะไม่สะดวกน่าดู
เซิ่งเจ๋อซีหยิบกระต่ายที่หมักไว้ออกมาหนึ่งตัว ใช้มีดสับเพียงไม่กี่ครั้งก็แบ่งกระต่ายออกเป็นชิ้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หยิบต้นหอม พริก และเครื่องปรุงอื่นๆ ออกมาหั่น วัตถุดิบเหล่านี้เป็นของที่นำมาจากบ้านตระกูลกู้ เพราะกู้เจียหนิงชอบกินเผ็ดและค่อนข้างจะเลือกกิน ถ้าอาหารรสชาติจืดชืดเธอก็จะไม่ค่อยชอบ
ดังนั้น แม้จะไม่ได้นำผักติดมาด้วย แต่ก็ขนเครื่องปรุงต่างๆ มาแทน
ที่นี่ไม่มีน้ำมันหมู แต่ก็ยังมีน้ำมันพืชอยู่บ้าง เมื่อน้ำมันในกระทะร้อนได้ที่ เซิ่งเจ๋อซีก็เทเนื้อกระต่ายลงไป
“ถอยไปยืนห่างๆ หน่อยนะ ระวังน้ำมันกระเด็น” เขาหันมากำชับ
“ค่ะ” กู้เจียหนิงตอบรับอย่างว่าง่าย
อีกสักพัก เซิ่งเจ๋อซีก็ใส่พริก ต้นหอม และเครื่องปรุงอื่นๆ ตามลงไป ผัดคลุกเคล้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานกลิ่นหอมก็โชยออกมา
“พี่ซีเก่งจังเลยค่ะ ตอนแรกฉันนึกว่าพี่จะเก่งแค่เรื่องรบซะอีก ไม่คิดว่าจะทำอาหารเก่งขนาดนี้ด้วย แค่ได้กลิ่นผัดเนื้อกระต่ายก็หอมขนาดนี้แล้ว ถ้าได้กินต้องอร่อยกว่านี้แน่ๆ”
“ทำไมฉันถึงโชคดีขนาดนี้นะ ได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดีขนาดนี้ พี่เป็นยอดบุรุษแห่งยุคชัดๆ”
ปากเล็กๆ ของกู้เจียหนิงราวกับเคลือบด้วยน้ำผึ้ง คำชมหวานๆ หลั่งไหลออกมาไม่หยุด แถมน้ำเสียงของเธอก็ยังสูงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวาววับ มองปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังชมจากใจจริง
มุมปากของเซิ่งเจ๋อซีโค้งขึ้นจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกมีพลังขึ้นมาอย่างประหลาด แม้กระทั่งท่าทีการผัดในมือก็ดูจะมีแรงขึ้นกว่าเดิม
เขาพูดกลั้วหัวเราะ “สามีของเธอก็ต้องดีอยู่แล้วสิ เธอเจอของดีแล้ว ก็ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีๆ”
กู้เจียหนิงยกมือปิดหน้าหัวเราะคิกคัก ผู้ชายคนนี้ช่างหน้าหนาเสียจริง แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ
“ได้เลยค่ะ ถ้างั้นต่อไปนี้งานในครัว ไม่ว่าจะเป็นทำอาหารหรือล้างจาน พี่ก็เหมาหมดเลยเหรอคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
[จบบท]