บทที่ 6: คนหนึ่งเป็นหมัน อีกคนก็มีลูกยาก
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นไม่นานนัก พร้อมกับเสียงของพี่สะใภ้ใหญ่ที่ตามเข้ามา “หนิงหนิง สหายเซิ่งมาถึงแล้วนะ ออกไปข้างนอกกันเถอะ”
“ค๊ะ!” กู้เจียหนิงขานรับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเพี้ยนไปเล็กน้อยจนตัวเองยังรู้สึกได้
หยางม่านม่านถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ ตอนที่น้องสามีของเธอหันกลับมา โลกทั้งใบของเธอดูเหมือนจะสว่างไสวขึ้นมาทันที
ผิวพรรณที่ขาวนวลเนียนราวกับหยกขัดมัน ริมฝีปากแดงระเรื่อตัดกับฟันขาวสะอาด ผมสีดำขลับที่สลวยสวยเก๋ บวกกับเอวบางร่างน้อยที่ดูน่าทะนุถนอม ทั้งหมดทั้งมวลหลอมรวมกันเป็นเสน่ห์อันเย้ายวนที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ทุกย่างก้าวที่เธอเคลื่อนไหว ชายกระโปรงจะบานออกราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอย่างเต็มที่
โอ้โห เด็กสาวก็คือเด็กสาว สวยสะกดใจได้ขนาดนี้เลยสินะ
หยางม่านม่านได้แต่ชื่นชมอยู่ในใจ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนบ้านกู้ถึงได้ตามใจน้องสาวคนเล็กคนนี้กันนักหนา ก็ดูสิ สวยหยาดเยิ้มขนาดนี้ ถ้าไม่นับนิสัยที่เจ้ากี้เจ้าการน่ารำคาญไปบ้าง แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังอยากจะโอ๋เลย แค่มองก็เจริญหูเจริญตา ทำให้อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง
และก็ไม่น่าแปลกใจอีกเช่นกัน ที่นายทหารเซิ่งคนนั้นจากไปตั้งครึ่งปีกว่าแล้ว แต่ยังคงคิดถึงน้องสามีของเธอไม่สร่างซา ถึงขนาดต้องส่งคนมาทาบทามดูตัว
ทันทีที่กู้เจียหนิงก้าวเท้าออกจากห้อง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่กำยำของชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ขับเน้นให้เห็นไหล่กว้างและเอวสอบอย่างชัดเจน เขากำลังยืนคุยอะไรบางอย่างกับพ่อและแม่ของเธอ แต่ทันทีที่สัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ เขาก็พลันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอทันที ราวกับเสือดาวที่จ้องจับเหยื่อ สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา
สภาพของเด็กสาวในตอนนี้บ่งบอกชัดเจนว่าผ่านการแต่งองค์ทรงเครื่องมาอย่างพิถีพิถัน แววตาดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเมื่อวานมากโข ดูท่าว่าร่างกายคงจะดีขึ้นมากแล้ว
เซิ่งเจ๋อซีลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
ไม่นานนัก ทั้งสองฝ่ายก็นั่งลงพร้อมหน้าพร้อมตา
เซิ่งเจ๋อซีเริ่มเล่าถึงสถานะทางครอบครัวของเขา
“พ่อของผมเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่ที่เขตทหารในเมืองหลวงครับ ส่วนแม่เสียไปตั้งแต่ตอนที่ผมอายุ 13 ปี หลังจากนั้นครึ่งปี พ่อก็แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงก็พาลูกสาวติดเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย….” น้ำเสียงของเซิ่งเจ๋อซีราบเรียบราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น ไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายหรือความผูกพันใดๆ เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
“...ส่วนตัวผม ปัจจุบันอายุ 25 ปี เป็นผู้บัญชาการกองพันระดับเต็มขั้นประจำการอยู่ที่เขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เงินเดือนอยู่ที่ 101 หยวน หากมีภารกิจก็จะมีเบี้ยเลี้ยงหรือโบนัสเพิ่มเติมครับ ด้วยตำแหน่งระดับนี้ ถ้าแต่งงานแล้วจะสามารถยื่นขอจัดสรรบ้านพักในเขตกองทัพได้ หากการสู่ขอครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี หนิงหนิงก็จะสามารถตามไปประจำการกับผมได้ครับ”
แม้ว่าเซิ่งเจ๋อซีจะเคยมาอาศัยอยู่ที่บ้านกู้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในตอนนั้นคนบ้านกู้รู้เพียงว่าเขาเป็นแค่รองผู้บัญชาการกองพันประจำการอยู่ที่เขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้น ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าตอนนี้เขาจะกลายเป็นผู้บัญชาการกองพันระดับเต็มขั้นไปแล้ว ทั้งยังเป็นคนเมืองหลวง มีพื้นเพครอบครัวที่ทรงอิทธิพลขนาดนี้
แต่เรื่องที่พ่อแต่งงานใหม่กับแม่เลี้ยง แล้วยังมีลูกชายด้วยกันอีกคนนี่สิ โบราณว่าไว้ มีแม่เลี้ยง ก็เหมือนมีพ่อเลี้ยงตามมาด้วย ฟังจากน้ำเสียงของพ่อหนุ่มเซิ่งแล้ว ดูเหมือนความสัมพันธ์กับที่บ้านจะไม่ค่อยสู้ดีนัก แล้วการที่เขามาดูตัวลูกสาวของเธอครั้งนี้ ที่บ้านของเขารู้เรื่องหรือเปล่า?
เหยาชุนฮวาอดที่จะกังวลไม่ได้ “พ่อหนุ่มเซิ่ง ที่เธอมาดูตัวครั้งนี้ พ่อของเธอรู้เรื่องหรือเปล่า?”
พ่อกู้เองก็มีความกังวลไม่ต่างกัน “ใช่แล้ว เกิดพ่อของเธอไม่เห็นด้วยขึ้นมาจะทำยังไง...”
เซิ่งเจ๋อซีรีบปรับสีหน้าให้จริงจัง “คุณลุงคุณป้าไม่ต้องกังวลไปครับ การดูตัวและการแต่งงานเป็นเรื่องของผมเอง ขอแค่ผมเต็มใจก็พอแล้ว ผมสามารถรับผิดชอบทุกอย่างได้ ความสัมพันธ์ของผมกับที่บ้านไม่ค่อยดีเท่าไหร่จริงๆ ครับ ถ้าเราได้แต่งงานกัน ผมจะไม่ให้หนิงหนิงต้องไปสุงสิงกับพวกเขามากนัก ผมปกป้องหนิงหนิงได้แน่นอนครับ”
กู้เจียหนิงนึกย้อนไปถึงความทรงจำในชาติก่อน พอจะระแคะระคายมาบ้างว่าแม่ของเซิ่งเจ๋อซีเสียชีวิตไปนานแล้ว และความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวก็งั้นๆ แต่เมื่อมาได้ยินน้ำเสียงและเรื่องราวในวันนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีก
แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก
ก็ในเมื่อหลังจากแต่งงานกันแล้ว เธอก็ต้องตามเขาไปประจำการที่อื่น คงไม่ได้มีโอกาสพบปะกับครอบครัวของเขาบ่อยนักหรอก
เซิ่งเจ๋อซีเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แต่ว่ามันยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับ...”
ในที่สุด เซิ่งเจ๋อซีก็ตัดสินใจเล่าความจริงที่เก็บงำมานาน เรื่องที่เขาเคยได้รับบาดเจ็บในสนามรบเมื่อ 5 ปีก่อน จนส่งผลให้เขามีลูกยากออกมา
“...คุณหมอบอกว่า โอกาสที่ผมจะทำให้ผู้หญิงตั้งท้องได้มีแค่ 1% เท่านั้นครับ”
คำพูดประโยคนี้ทำเอาทุกคนในที่นั้นถึงกับพูดไม่ออก ไม่ใช่แค่แม่สื่อเท่านั้น แต่คนบ้านกู้ทั้งหมดต่างก็พากันเงียบกริบ
กู้เจียหนิงเบิกตากลมโตอย่างตกตะลึง ...เรื่องนี้ชาติที่แล้วเธอก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนี่นา!
พอคิดว่าตัวเองกระโดดน้ำฆ่าตัวตายจนอาจจะเป็นหมัน ตอนนี้เซิ่งเจ๋อซีก็มาเป็นหมันอีก แล้วแบบนี้พวกเขาสองคนจะยังมีโอกาสมีลูกได้อีกเหรอ?
[โฮสต์ อย่าเพิ่งกังวลสิคะ คุณยังมีฉันอยู่นะ ฉันคือระบบประทานบุตรนะคะ]
เสียงจักรกลที่ดังขึ้นในหัวดึงสติที่เริ่มกระเจิดกระเจิงของกู้เจียหนิงให้กลับคืนมา
[เพียงแค่โฮสต์ทำภารกิจเริ่มต้นให้สำเร็จ ก็จะได้รับ ‘ยาเม็ดกายาศักดิ์สิทธิ์เพื่อการตั้งครรภ์’ ค่ะ]
กู้เจียหนิงรีบแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปตรวจสอบข้อมูลของระบบประทานบุตรทันที พบว่านอกจากจะช่วยให้ความปรารถนาในการมีลูกของเธอเป็นจริงแล้ว ระบบนี้ยังมีเป้าหมายที่จะปั้นให้เธอกลายเป็น ‘หมอเทวดาประทานบุตร’ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากคนอื่นๆ ให้สมหวังอีกด้วย
[ภารกิจเริ่มต้น: ผูกพันธะกับคนไข้คนแรก ทำการรักษาจนตั้งครรภ์สำเร็จ จะได้รับรางวัล: 100 คะแนน และยาเม็ดกายาศักดิ์สิทธิ์เพื่อการตั้งครรภ์]
[ยาเม็ดกายาศักดิ์สิทธิ์เพื่อการตั้งครรภ์: เมื่อรับประทาน จะช่วยปรับสภาพร่างกายให้อยู่ในภาวะสุขภาพดีพร้อมตั้งครรภ์ได้ 100%]
“ระบบ หมายความว่าแค่ฉันกินยาเม็ดนี่เข้าไป ปัญหาเรื่องการมีลูกยากที่เกิดจากการกระโดดน้ำของฉันก็จะหายเป็นปกติเลยเหรอ?” กู้เจียหนิงแอบกระซิบถามระบบในใจ
[ใช่ค่ะ ต่อให้เซิ่งเจ๋อซีมีโอกาสทำให้ผู้หญิงตั้งท้องได้แค่ 1% โฮสต์ก็จะสามารถตั้งครรภ์ได้อย่างรวดเร็ว หรือโฮสต์จะเลือกผูกพันธะกับเซิ่งเจ๋อซีเป็นคนไข้ แล้วเข้าไปเรียนรู้วิธีการรักษาในมิติหมอเทวดาก็ได้ แต่ถ้าจะไม่รักษาก็ได้เช่นกันค่ะ...]
คำพูดของระบบทำให้หัวใจของกู้เจียหนิงสงบลงในทันที
เอาล่ะสิ งั้นต่อไปก็คือการผูกพันธะกับคนไข้คนแรก แล้วก็รักษาภาวะมีบุตรยากของเขาหรือเธอให้หายขาด
ระบบบอกว่าแค่ผูกพันธะกับคนไข้สำเร็จ ‘ส่วนการเรียนรู้’ ในมิติหมอเทวดาก็จะเปิดใช้งานทันที ข้อมูลของคนไข้จะถูกบันทึกและวิเคราะห์ จากนั้นเธอก็จะสามารถเข้าไปเรียนรู้วิธีการรักษาแบบเจาะจงกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง เมื่อเรียนผ่านก็จะได้รับคะแนนและของรางวัล แถมยังสามารถเปิดใช้งาน ‘ร้านค้าของระบบ’ เพื่อใช้คะแนนแลกซื้อไอเทมต่างๆ ได้อีกด้วย
แล้วเธอจะเลือกใครมาเป็นหนูทดลอง...เอ๊ย! คนไข้คนแรกของเธอกันดีนะ?
“หนิงหนิง ตามแม่มานี่หน่อยลูก” เสียงเรียกของเหยาชุนฮวาขัดจังหวะความคิดของกู้เจียหนิง
เหยาชุนฮวาบอกกับทุกคนว่าขอคุยกับลูกสาวเป็นการส่วนตัวก่อน แล้วก็จูงมือกู้เจียหนิงกลับเข้าห้องไป
“หนิงหนิง แม่ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าพ่อหนุ่มเซิ่งจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพแบบนี้ ไม่อย่างนั้น เรื่องดูตัวครั้งนี้ก็ถือว่ายกเลิกไปเถอะนะลูก” ก่อนหน้านี้เหยาชุนฮวารู้สึกว่าเซิ่งเจ๋อซีดีเลิศประเสริฐศรีกว่าใครในปฐพี อยากจะให้ลูกสาวแต่งงานกับเขาใจจะขาด แต่พอมาตอนนี้ เขาดันมีปัญหาเรื่องการมีลูกยาก แล้วอนาคตลูกสาวของเธอที่ไม่มีลูกจะอยู่ได้อย่างไร
“แม่คะ หนูตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงาน” กู้เจียหนิงยังคงยืนกรานในความคิดเดิมของเธอ ก็ในเมื่อมีระบบตัวช่วยขั้นเทพอยู่กับตัวแล้ว เรื่องการตั้งครรภ์ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย แต่เรื่องของระบบ มันเป็นความลับสุดยอดที่บอกใครไม่ได้ แม้แต่แม่ของเธอเองก็ตาม
กู้เจียหนิงจึงเริ่มแผนการปั่นหัวมารดาบังเกิดเกล้า “แม่คะ แม่ลืมไปแล้วเหรอว่าหนูเรียนจบอาชีวะสาขาการพยาบาลมา ตอนเรียนมีอาจารย์ท่านหนึ่งเอ็นดูหนูมาก ท่านเลยแอบสอนสูตรลับเฉพาะในการรักษาภาวะมีบุตรยากให้หนูด้วยนะคะ หนูว่าหนูมีปัญญารักษาอาการของพี่เซิ่งได้แน่ๆ อีกอย่าง ถึงโอกาสจะมีแค่ 1% มันก็ไม่ใช่ 0% สักหน่อยนี่คะ ไม่แน่ว่าลูกสาวแม่คนนี้อาจจะดวงดีสุดๆ เดี๋ยวก็ท้องป่องขึ้นมาเองแหละค่ะ อ้อ! แล้วหนูยังคิดไว้ด้วยนะคะว่าจะหาเวลารักษาให้พี่สะใภ้ใหญ่ด้วย”
ณ จุดๆ นี้ กู้เจียหนิงได้ตัดสินใจเลือกเป้าหมายคนแรกของเธอเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอเอง หยางม่านม่าน
“จริงเหรอลูก?” เหยาชุนฮวาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
แต่จะว่าไป เธอก็แอบโดนลูกสาวเป่าหูจนเริ่มจะคล้อยตามอยู่เหมือนกัน เรื่องโชคช่วยอะไรนั่นพักไว้ก่อน แต่เรื่องที่ลูกสาวเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์จนยอมสอนวิชาลับให้ อันนี้มีความเป็นไปได้อยู่
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกสาวยังบอกว่าจะช่วยรักษาลูกสะใภ้คนโตให้อีกด้วย ้เจ้าใหญ่กับภรรยาแต่งงานกันมา 3 ปีแล้วยังไม่มีลูกสักที เรื่องนี้เป็นเหมือนหนามยอกอกของเหยาชุนฮวาและคู่สามีภรรยามาโดยตลอด
ถึงแม้เธอจะไม่เคยเอ่ยปากเร่งรัด แต่ทั้งตัวเธอและลูกชายลูกสะใภ้ต่างก็เฝ้ารอคอยวันที่พวกเขาจะมีทายาทตัวน้อยๆ มาโดยตลอด
ถ้าหนิงหนิงสามารถใช้ไอ้สูตรลับเฉพาะอะไรนั่นรักษาลูกสะใภ้คนโตให้หายได้จริงๆ การจะรักษาพ่อหนุ่มเซิ่งให้หายได้ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน
กู้เจียหนิงโผเข้ากอดแขนแม่ของเธอ พลางกะพริบตาปริบๆ ออดอ้อน “แม่คะ หนูเคยโกหกแม่ด้วยเหรอคะ? อีกอย่าง เรื่องลูกเนี่ยมันสำคัญกับผู้หญิงเราจะตายไป หนูจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นกับแม่ได้ยังไงกันคะ?”
“...ก็ได้ๆ งั้นก็เอาตามที่ลูกตัดสินใจแล้วกันนะ”
“ตัดสินใจแล้วค่ะ!”
[จบบท]