บทที่ 10: ชำระล้างร่างกายและมื้ออาหารแสนอร่อย
ระหว่างรอให้น้ำเดือด เจียงอี้หนานก็ยกกะละมังใส่น้ำเย็นมา 1 ใบ เธอจัดการเช็ดเตียงเตาอย่างตั้งใจอยู่หลายรอบ พอเห็นว่าน้ำในกะละมังเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เจียงอี้หนานก็คิดว่าคงต้องเช็ดซ้ำอีกหลายรอบ
หลังจากเช็ดเตียงเตาจนสะอาดเรียบร้อยแล้ว เธอก็หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านออกมาจากตู้เสื้อผ้า จากนั้นก็เริ่มลงมือทำความสะอาดพื้นห้อง จุดไหนควรเช็ดก็เช็ด จุดไหนควรปัดกวาดก็ทำจนหมด เจียงอี้หนานเดินหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้ากลับมาที่ห้องครัว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่น้ำในหม้อเดือดพล่านพอดี
สถานที่สำหรับอาบน้ำของบ้านหลังนี้ก็คือภายในห้องน้ำนั่นเอง ย้อนกลับไปตอนนั้นคุณย่าของเจ้าของร่างเดิมได้ว่าจ้างคนให้ไปขนก้อนหินขนาดใหญ่หลายก้อนกลับมา แล้วนำมาปูทับไว้บนพื้นห้องน้ำโดยตรง หากไม่ทำเช่นนี้เวลาอาบน้ำเสร็จพื้นก็จะเต็มไปด้วยโคลนเละเทะ ซึ่งมันคงจะดูสกปรกมากเกินไปหน่อย
เธอต้องออกแรงอยู่นานกว่าจะลากถังน้ำร้อนเข้าไปในห้องน้ำได้สำเร็จ เธอยกพอน้ำเย็นถังใหญ่ตามเข้าไปอีกใบ เมื่อลองผสมและทดสอบอุณหภูมิของน้ำจนรู้สึกว่าพอดีแล้ว เจียงอี้หนานก็วางเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้บนพื้นที่แห้งและสะอาด เธอถอดเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนบนร่างกายออกแล้วโยนลงไปในตะกร้าด้านข้าง จากนั้นก็ดึงผ้าม่านมาปิดบังไว้ แล้วเริ่มลงมือขัดถูร่างกายของตัวเองอย่างแรง
คราบน้ำสกปรกที่มีสีดำคล้ำไหลไปตามข้อเท้าของเจียงอี้หนานแล้วตกลงสู่พื้นห้องน้ำ โชคดีที่เธอเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เจียงอี้หนานจึงเตรียมน้ำสำหรับอาบเอาไว้ในปริมาณที่มากพอ เธอสระผมและขัดถูร่างกายซ้ำไปซ้ำมาอยู่ 3 ถึง 4 รอบ กว่าจะชำระล้างร่างกายจนสะอาดหมดจด สำหรับการอาบน้ำในรอบสุดท้าย เจียงอี้หนานได้นำสบู่หอมก้อนหนึ่งออกมาจากมิติเพื่อใช้ทำความสะอาดร่างกาย
เมื่อก้มลงมองผิวพรรณบนร่างกายที่ขาวเนียนแต่กลับผอมแห้งจนแทบจะไม่มีเนื้อหนัง พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมชื่นใจของสบู่ เจียงอี้หนานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เธอจัดการเก็บถังน้ำให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยก็ดึงผ้าม่านเปิดออก แล้วหยิบตะกร้าใส่เสื้อผ้าที่สกปรกติดมือออกมาด้วย
หากเป็นเจียงอี้หนานในชาติก่อน เสื้อผ้าสภาพแบบนี้เธอคงตัดสินใจโยนทิ้งไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้สถานการณ์มันแตกต่างออกไปแล้ว ยุคสมัยนี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกครอบครัวยังต้องทนหิวโหย การมีเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้พอดีตัวสักชุดถือเป็นความใฝ่ฝันของเด็กจำนวนมาก มีเพียงคุณย่าของเจ้าของร่างเดิมเท่านั้นที่คอยตามใจหลานสาว โดยในทุกฤดูกาลจะมีการเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่เอาไว้ให้ 1 ชุดเสมอ ถึงแม้ว่าเสื้อผ้า 1 ชุดจะต้องสวมใส่ซ้ำไปซ้ำมาหลายปี แต่มันก็ยังดีกว่าคนที่ต้องสวมใส่เสื้อผ้าซึ่งเต็มไปด้วยรอยปะชุนทั่วทั้งตัวมากนัก
เจียงอี้หนานนำเสื้อผ้าที่สกปรกออกไปวางไว้ด้านนอก เธอหยิบกะละมังสำหรับซักผ้ามาเตรียมไว้ โดยวางแผนเอาไว้ว่าหลังจากกินข้าวเสร็จเธอจะออกไปซักผ้า การออกไปข้างนอกในเวลานี้คงไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เนื่องจากทุกคนกำลังทำงานอยู่ในแปลงนา ซึ่งมันสามารถช่วยหลีกเลี่ยงการพบปะพูดคุยกับผู้คนได้มากทีเดียว
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เจียงอี้หนานก็รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างมาก เธอเดินไปทำความสะอาดห้องโถงที่เหลือและห้องนอนของคุณย่าของเจ้าของร่างเดิมจนสะอาดสะอ้าน เมื่อมองดูเสื้อผ้าของคุณย่าที่อยู่ภายในตู้ เจียงอี้หนานก็ตัดสินใจล็อคตู้เอาไว้ตามเดิม ความจริงแล้วเธออยากจะเก็บของพวกนี้เอาไว้ในมิติส่วนตัว แต่เธอก็กลัวว่าถ้าหากมีใครมาเยี่ยมที่บ้านแล้วถามถึงเรื่องนี้ เธอคงจะหาคำอธิบายได้ยาก
เมื่อจัดการเก็บกวาดทุกอย่างจนเรียบร้อย เธอก็หันหลังเดินกลับไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมทำอาหาร ยุคสมัยนี้ยังไม่มีเตาแก๊สหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกใดๆ การทำอาหารจึงต้องพึ่งพาการก่อไฟด้วยฟืน โชคดีที่ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าเมื่อชาติก่อนก็ใช้เตาไฟลักษณะนี้เหมือนกัน ตัวเธอเองก็มักจะคอยช่วยเหลือผู้อำนวยการเจียงก่อไฟและทำอาหารอยู่เป็นประจำ ปัญหาเรื่องการทำอาหารจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเจียงอี้หนานเลยสักนิด
ในตอนที่กำลังจะหยิบสิ่งของออกมาจากมิติ เจียงอี้หนานก็เดินออกไปตรวจดูที่หน้าประตูบ้านอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าประตูถูกล็อคจากด้านในอย่างแน่นหนาแล้ว เธอจึงเดินกลับเข้ามาในครัว เธอหยิบเครื่องปรุงรสต่างๆ ออกมาจากมิติ แล้วเทใส่ลงไปในขวดและโหลที่อยู่ในครัว โดยตักแบ่งออกมาเพียงแค่เล็กน้อยสำหรับแต่ละชนิด จากนั้นเธอก็นำข้าวสารจำนวน 5 ชั่งออกมาหุงข้าว เธอเลือกที่จะหุงข้าวในปริมาณมากรวดเดียวไปเลย ส่วนที่กินไม่หมดก็สามารถเก็บเอาไว้ในมิติได้ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำอาหารทุกมื้อ
เธอนำเนื้อหมูชิ้นหนึ่งที่มีน้ำหนักประมาณ 5 ชั่งออกมาจากมิติเพิ่มเติม โดยตั้งใจว่าจะทำเมนูหมูสามชั้นน้ำแดง นอกจากนี้เธอยังหยิบไข่ไก่อีก 20 ฟองออกมา แล้วนำไปต้มรวมกันในหม้อหุงข้าว
ผ่านไป 30 นาที ข้าวสวยร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นและหมูสามชั้นน้ำแดงก็ทำเสร็จเรียบร้อย เจียงอี้หนานตักไข่ต้มทั้งหมดขึ้นมาจากหม้อตั้งนานแล้ว เธอวางไข่ต้มทิ้งไว้ด้านนอกเพียงแค่ 2 ฟอง ส่วนที่เหลือทั้งหมดเธอจัดการเก็บเข้าไปในมิติ เมนูหมูสามชั้นน้ำแดงเธอก็แบ่งเอาไว้แค่พอสำหรับกินอิ่ม 1 มื้อ ข้าวสวยก็ตักมาเพียงแค่ 1 ถ้วยเล็ก ร่างกายนี้ไม่ได้รับประทานอาหารมาเป็นเวลานานแล้ว เธอจึงไม่สามารถรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไปได้ มิฉะนั้นกระเพาะอาหารจะย่อยได้ยาก อีกทั้งเธอยังไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงในคราวเดียวได้ เพราะมันอาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ง่าย
[จบบท]