บทที่ 4: ชายหนุ่มผู้เย็นชาและทางออกของเด็กสาว
ชายหนุ่มเป็นคนมีนิสัยค่อนข้างเย็นชา เขาไม่ชอบการพูดคุยเรื่องไร้สาระ ทุกครั้งที่เขาเดินทางมาที่นี่ เขาจะตรงไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเพียงแห่งเดียว เขาไม่เคยเดินเตร็ดเตร่ไปไหนมาไหน และยิ่งไม่เคยปรายตาทำความสนใจหญิงสาวบ้านไหนเลย การกระทำเหล่านี้ล้วนทิ้งความประทับใจให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกว่าเขาเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่ควรเข้าใกล้ เป็นดั่งบุคคลที่อยู่สูงเกินกว่าจะเอื้อมถึง
ผู้คนจำนวนมากในหมู่บ้านแห่งนี้ ถึงขั้นเคยมีความคิดอยากจะได้เฮ่อนานมาเป็นลูกเขย ความปรารถนาเหล่านั้นก็เป็นเพียงแค่จินตนาการ เพราะอีกฝ่ายเป็นคนมีการศึกษา มีความสามารถ มีฐานะครอบครัวที่ดีเยี่ยม เขาเป็นบุคคลที่พวกชาวบ้านทำได้เพียงแค่แหงนหน้ามองด้วยความชื่นชม
เสิ่นเหมียนเหมียนรับรู้ข้อมูลเพียงเท่านี้ สำหรับเรื่องที่ว่าตอนนี้เฮ่อนานกำลังประกอบอาชีพอะไร เธอเองก็ไม่ทราบแน่ชัด สรุปแล้วชายหนุ่มคนนี้มีความลึกลับมาตลอด นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เธอได้มองหน้าเขาตรงๆ เพราะก่อนหน้านี้เธอมีโอกาสเห็นเพียงแค่รถยนต์ของเขา หรือไม่ก็แผ่นหลังของเขาเท่านั้น
ข้อมูลที่เธอรู้เหล่านี้ เป็นสิ่งที่เธอเคยได้ยินโจวหลานฟางและโจวซืออวี่พูดคุยกันเมื่อชาติก่อน เดิมทีโจวซืออวี่มีความคิดอยากจะเข้าไปทำความสนิทสนมกับเฮ่อนาน แต่อีกฝ่ายไม่ได้ให้ความสนใจเธอเลย ประกอบกับรังสีความเย็นชาของเขา ทำให้โจวซืออวี่รู้สึกหวาดกลัว จนค่อยๆ ล้มเลิกความตั้งใจไปเอง
เมื่อดึงสติกลับมา เสิ่นเหมียนเหมียนเพิ่งค้นพบว่าเฮ่อนานกำลังจ้องมองมาที่เธอ คล้ายกับว่าเขากำลังรอฟังคำพูดประโยคต่อไปของเธอ หญิงสาวเม้มริมฝีปาก เค้นคำพูดออกมาประโยคหนึ่ง
“ขอบคุณค่ะ”
พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้สนิทสนมกัน การเรียกเขาว่าพี่เฮ่อก็ดูเหมือนจะเป็นการตีสนิทจนเกินควร ครั้นจะเรียกชื่อเฉยๆ ก็ดูจะเสียมารยาท เพราะตอนนี้เธอมีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ส่วนการจะเรียกว่าสหายเฮ่อ คำนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นคำที่คนรุ่นเดียวกันหรือผู้ใหญ่ใช้เรียกผู้น้อยเสียมากกว่า
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะไม่เรียกสรรพนามใดๆ เลย เสิ่นเหมียนเหมียนไม่คิดว่าพวกเขาจะมีโอกาสได้เกี่ยวข้องกันอีกในอนาคต
เฮ่อนานตอบรับสั้นๆ เขาถามคำถามถัดมา
“ใครเป็นคนตี”
“คะ”
เสิ่นเหมียนเหมียนชะงักไปเล็กน้อย เธอตั้งสติและตอบคำถามเมื่อรับรู้ว่าเขากำลังถามถึงรอยฟกช้ำบนมือของเธอ
“แม่ของฉันค่ะ”
เฮ่อนานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาตั้งคำถาม
“พ่อของเธอไม่สนใจเลยหรือ”
รอยเขียวช้ำบนมือเป็นรอยแผลใหม่ที่ทับซ้อนกับรอยแผลเก่าอย่างชัดเจน มันไม่ใช่แค่การสั่งสอนเด็กธรรมดาๆ อีกต่อไป สำหรับตัวของเสิ่นเหมียนเหมียน เฮ่อนานมีความประทับใจเพียงแค่ว่ามีเด็กสาวคนนี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ส่วนเรื่องอื่นๆ เขาไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรเลย
“พ่อของฉันไม่อยู่บ้านค่ะ”
เสิ่นเหมียนเหมียนก้มหน้า ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเอ่อล้นขึ้นมาในใจ รอยแผลเก่าผสมปนเปไปกับรอยแผลใหม่ ร่างกายของเธอแทบจะไม่เคยขาดรอยเขียวช้ำเหล่านี้เลย เสิ่นเจี้ยนหัวมักจะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งเสมอ เพียงแค่โจวหลานฟางหาข้ออ้างส่งๆ เขาก็จะไม่ซักไซ้ไล่เลียงอีก
ไม่รู้หรือ เฮ่อนานขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม ร่องรอยบาดแผลชัดเจนขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนตาบอดก็ยังมองเห็น มันก็แค่คนหนึ่งลงมือทำร้าย ส่วนอีกคนก็ปล่อยปละละเลย คงจะเป็นเพราะความคิดที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงกำลังเล่นงานอยู่
“เฮ่อนาน”
เสียงทุ้มลึกและดูใจดีดังขึ้นจากด้านนอกรถ
“คุณลุงจ้าว”
เฮ่อนานเปิดประตูก้าวลงจากรถ เสิ่นเหมียนเหมียนจึงรีบเดินตามลงไป สายลมหนาวพัดมาปะทะร่างกายราวกับคมมีด หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
จ้าวเซียนไหลกำลังจะขานรับ เขาก็เหลือบไปเห็นเสิ่นเหมียนเหมียนที่เพิ่งลงมาจากรถ แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความสงสัย
“เหมียนเหมียน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
แถมยังนั่งอยู่บนรถของเฮ่อนานอีก
แม้จะรู้สึกประหลาดใจ แต่จ้าวเซียนไหลก็ไม่ได้คิดลึกไปในทางที่ผิด เสิ่นเหมียนเหมียนเพิ่งจะมีอายุเพียง 15 ปี เธอยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เขารู้จักนิสัยใจคอของเฮ่อนานเป็นอย่างดี
“แม่ตีฉันค่ะ”
เสิ่นเหมียนเหมียนเพิ่งจะพูดได้เพียงประโยคเดียว เธอก็จามออกมาเพราะความหนาวเย็น หญิงสาวสูดน้ำมูก เธออธิบายเหตุผลให้เขาฟัง
“แม่ไม่ยอมให้ฉันไปโรงเรียน ฉันอยากเรียนหนังสือ เธอก็เลยลงมือตีฉันค่ะ”
เสียงของเสิ่นเหมียนเหมียนไม่ได้ดังมากนัก แต่เธอก็สามารถอธิบายเรื่องราวได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล
“เฮ้อ”
จ้าวเซียนไหลถอนหายใจ เขาให้คำแนะนำ
“เธอเดินกลับไปก่อนเถอะ คืนนี้ฉันจะไปคุยกับพ่อของเธอเอง”
สำหรับเรื่องราวของครอบครัวเสิ่น เขาเองก็พอจะรู้มาบ้าง เสิ่นเจี้ยนหัวไม่อยู่บ้าน เขาจึงไม่สามารถพูดคุยสื่อสารกับโจวหลานฟางได้เลย
กลับไปหรือ
เสิ่นเหมียนเหมียนยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน หากโจวหลานฟางพบว่าเธอยังไม่ได้ล้างจาน เกรงว่าเธอคงจะถูกทุบตีอย่างหนักอีกครั้ง ตอนนี้เธอยังไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะต่อต้านได้
“ถ้าไม่อยากกลับไป ก็เข้าไปนั่งในรถ”
เสียงของเฮ่อนานดังขึ้นจากด้านบนศีรษะ เสิ่นเหมียนเหมียนเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจ หญิงสาวเห็นเขาเดินเข้าไปเปิดประตูรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาของเขาบ่งบอกให้เธอเข้าไปนั่งข้างใน
[จบบท]