บทที่ 103: ลูกพี่
อวิ๋นเจียวทำหน้าตื่นเต้น (ω) มีไก่ป่า! ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอลุกวาวขึ้นมาทันที
“พี่เก้า มีไก่ป่าด้วย หนูได้ยินเสียง”
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วตื่นเต้นตาม “พี่ก็ได้ยินเหมือนกัน!”
ทั้งสองคนย่องเบาๆ ตามเสียงนั้นไป แล้วก็ได้เห็นฉากเด็ดคาตา...
เจ้าแมวลายสลิดตัวใหญ่ลายพาดกลอนที่ตอนกินข้าวยังป้วนเปี้ยนอยู่ในลานบ้านยายเสิ่น ตอนนี้มันกำลังคาบไก่ป่าที่ดิ้นพราดๆ อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา
ไม่ว่าเจ้าไก่ป่าจะดิ้นรนแค่ไหน เจ้าแมวลายสลิดก็ยังคงมีแววตาที่นิ่งสงบและเฉียบคม ฝีเท้าของมันมั่นคงคล่องแคล่ว ท่าทางองอาจราวกับแม่ทัพใหญ่ที่เพิ่งชนะศึกกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วร้องอุทาน “ว้าว!”
อวิ๋นเจียวเรียก “ต้ามี”
“หา? มันชื่อนี้เหรอ?” อวิ๋นเสี่ยวจิ่วสงสัย ดูยังไงเจ้าแมวลายสลิดท่าทางนักเลงตัวนี้ก็ไม่น่าจะชื่อมุ้งมิ้งแบบนั้น
“หนูเรียกไปงั้นแหละ” อวิ๋นเจียวตอบ แมวก็ต้องเรียกเหมียวๆ หรือต้ามีไม่ใช่เหรอ?
เจ้าแมวลายสลิดสังเกตเห็นพวกเขาแล้ว มันกระดิกหูเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองอวิ๋นเจียวอยู่สามวินาที ก่อนจะคาบไก่ป่าตัวนั้นเดินตรงเข้ามาหาเธอ
มันวางไก่ป่าลงที่เท้าของอวิ๋นเจียว พอเจ้าไก่ทำท่าจะดิ้นหนีเฮือกสุดท้าย มันก็ตบเท้าป้าบลงไปกดไว้ แล้วดันไก่ไปตรงหน้าอวิ๋นเจียวอีกนิด
สีหน้าและแววตาของมันเหมือนจะบอกว่า... เอ้า กินซะ
อวิ๋นเจียวโดนแมวเลี้ยงเข้าให้แล้ว
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “น้องเล็ก มันเอาไก่ป่าให้เธอเหรอ?”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ”
“ต้ามี แกไปจับมาจากไหนเนี่ย”
อวิ๋นเจียวนั่งยองๆ ลงไป แล้วเอามือจิ้มๆ บีบๆ หูและอุ้งเท้าของเจ้าแมวลายสลิด
เจ้าแมวตัวนี้ดูจะถือตัวอยู่หน่อยๆ มันไม่ร้องสักแอะ แต่พอโดนอวิ๋นเจียวจับอุ้งเท้าบีบเล่น มันก็ไม่สะบัดหนี
“แกอุตส่าห์เอาไก่ป่ามาให้ คราวหน้าฉันจะเอาปลาแห้งตัวเล็กกุ้งแห้งตัวเล็กมาฝากเยอะๆ เลยนะ รอบนี้เตรียมมาน้อยไปหน่อย”
เธอพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย ส่วนเจ้าแมวลายสลิดก็นั่งเลียขนทำความสะอาดหน้าตาเฉย อวิ๋นเจียวเรียกต้ามีตั้งหลายรอบ มันก็ไม่หือไม่อือ
“มันไม่ชอบชื่อต้ามีหรือเปล่า” อวิ๋นเสี่ยวจิ่วถาม เขามองอวิ๋นเจียวฟัดพุงแมวตัวใหญ่ด้วยความอิจฉาตาร้อน เพราะพอเขาจะยื่นมือไปบ้าง ยังไม่ทันจะแตะโดนตัวเลย เจ้าแมวใหญ่ก็ตวัดสายตาคมกริบมองมา ทำเอาอวิ๋นเสี่ยวจิ่วชะงักกึกไม่กล้าขยับ
ช่างเป็นแมวที่... สองมาตรฐานจริงๆ
“งั้นเหรอ” อวิ๋นเจียวลูบคางน้อยๆ อย่างใช้ความคิด “งั้นฉันควรเรียกแกวาอะไรดีล่ะ”
น่าเสียดายที่เธอฟังรู้เรื่องแค่ภาษาของสัตว์ทะเล
“มีมี่? เหมียวเหมียว? เสี่ยวมี? วั่งไฉ? เจาไฉ...”
เธอไล่ชื่อน่ารักๆ พื้นฐานที่คนชอบตั้งให้สัตว์เลี้ยงไปเรื่อย แต่เจ้าแมวลายสลิดกลับทำหน้าเหม็นเบื่อขั้นสุด
“ลูกพี่?”
“เหมียว”
ครั้งนี้เจ้าแมวลายสลิดขานรับทันควัน แถมเสียงยังแหบห้าวเหมือนนักเลงรุ่นใหญ่เสียด้วย
อวิ๋นเจียว: “...”
ให้ตายสิ เจ้าหมอนี่กะจะเป็นลูกพี่ของฉันงั้นเหรอ!
เธอจับหูแมวบิดเบาๆ แล้วทำหน้าจริงจัง “ไม่ได้นะ ฉันต่างหากที่เป็นลูกพี่”
แต่เจ้าแมวลายสลิดไม่สนโลก เรียกชื่ออื่นทำหูทวนลม พอเรียกลูกพี่ปุ๊บ ร้องเหมียวตอบปั๊บ
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ขำจนท้องคัดท้องแข็ง นึกไม่ถึงเลยว่าแมวตัวนี้จะมักใหญ่ใฝ่สูงขนาดนี้
หลังจากจ้องตากับแมวลายสลิดอยู่ครู่หนึ่ง อวิ๋นเจียวก็ถามขึ้น “ลูกพี่ ไปจับไก่ป่าตัวนี้มาจากไหนอะ”
เธอกะว่าถ้าเจอแหล่งไก่ป่าเมื่อไหร่ จะจับให้หมด แล้วค่อยกลับมาเรียกมันว่าต้ามีเหมือนเดิม! เธอกลัวแมวฟังไม่รู้เรื่อง เลยชี้ไปที่ไก่ป่าที่นอนพะงาบๆ อยู่บนพื้น
เจ้าแมวลายสลิดลุกขึ้นเดินนำไปไม่กี่ก้าว แล้วหันกลับมาร้องเรียกให้ตามไป
อวิ๋นเจียวจับไก่ป่าโยนใส่ตะกร้า แล้วทั้งสองคนก็เดินตามแมวลายสลิดลัดเลาะเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงป่าไผ่ผืนหนึ่ง
ในป่าไผ่มีความชื้นสูง แม้แดดข้างนอกจะแรงเปรี้ยง แต่พอเข้ามาในนี้กลับรู้สึกเย็นสบายขึ้นเยอะ
เจ้าแมวลายสลิดยังคงเดินนำหน้าไป แต่อวิ๋นเจียวตาไวเหลือบไปเห็นของดีเข้าซะก่อน
“ลูกพี่... ลูกพี่แมว รอก่อน...”
เจ้าแมวลายสลิดหยุดเดินทันที แล้วนั่งลงเอียงคอมองเธอ
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วร้องเสียงหลงด้วยความตื่นเต้น “เยื่อไผ่! เห็ดเยื่อไผ่เต็มเลย!”
เห็ดเยื่อไผ่ หรือจูซุน เป็นเห็ดที่มีลักษณะลำต้นสีขาวเหมือนตาข่ายถักทอเป็นกระโปรงบานสวยงาม ด้านบนสุดมีหมวกสีน้ำตาลใบเล็กสวมอยู่
นอกจากหมวกสีน้ำตาลนั่นแล้ว ส่วนอื่นๆ สามารถกินได้หมด
เห็ดชนิดนี้โตเร็วมาก แต่ถ้าไม่รีบเก็บ มันก็จะเหี่ยวเฉาและเน่าเปื่อยไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขามาได้จังหวะพอดี เห็ดเยื่อไผ่หลายดอกกำลังบานสะพรั่ง บางดอกก็เริ่มจะเน่าแล้ว
อวิ๋นเจียวกับอวิ๋นเสี่ยวจิ่วไม่รอช้า รีบนั่งลงเก็บเห็ดกันมือเป็นระวิง
พอเด็ดหมวกสีน้ำตาลออก เห็ดเยื่อไผ่สีขาวโพลนก็ดูสวยงามสะอาดตา นับว่าเป็นเห็ดที่หน้าตาดีระดับท็อปของวงการเห็ดเลยทีเดียว
ในสายตาของเจ้าแมวลายสลิด เจ้ามนุษย์สองคนนี้ดูแปลกประหลาดพิลึก ไหนว่าจะไปล่าเหยื่อ แล้วมาเก็บหญ้าพวกนี้ทำไมกัน ถึงจะไม่เข้าใจ แต่มันก็นั่งรออยู่ข้างๆ อย่างอดทน
อวิ๋นเจียวกับอวิ๋นเสี่ยวจิ่วเก็บเห็ดเยื่อไผ่ได้เพียบ พวกเขาเอาไก่ป่าออกมา แล้วเอาเห็ดใส่ตะกร้าแทน จนเต็มเอี้ยด
“เก็บหมดแล้ว วันนี้ดวงดีชะมัด ของพวกนี้อร่อยสุดยอดไปเลย”
อวิ๋นเจียวพยักหน้าเห็นด้วย
“อ้าว แมวหายไปไหนแล้ว” พอเก็บเห็ดเสร็จ ทั้งสองก็มองหาแมว
“มีมี่... ต้ามี...”
“ลูกพี่!”
“เหมียว”
เสียงขานรับดังมาจากบนต้นไม้ เจ้าแมวลายสลิดกระดิกหูตอบรับเสียงเรียก 'ลูกพี่' ในที่สุด
อวิ๋นเจียวกับอวิ๋นเสี่ยวจิ่วถึงกับมองหน้ากันเลิ่กทั่ก
เจ้าแมวลายสลิดกระโดดลงมาจากต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว “เหมียว” ตามมา จะพาไปล่าเหยื่อ
เจ้าแมวลายสลิดตัวนี้คงจะหากินในป่านี้จนช่ำชอง มันคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถวนี้เป็นอย่างดี
ไม่นานนัก อวิ๋นเจียวกับอวิ๋นเสี่ยวจิ่วก็ถูกพามาเจอกับฝูงไก่ป่า
ไก่ฝูงนี้กำลังรวมตัวกันจิกหากินเหมือนกำลังประชุมสัมมนา
เจ้าแมวลายสลิดเข้าสู่โหมดนักล่าทันที
อวิ๋นเจียวงัดหนังสติ๊กคู่ใจออกมา การจับไก่ป่ารอบนี้ไม่ทุลักทุเลเหมือนครั้งก่อนแล้ว เพราะอวิ๋นเจียวอัปเกรดอาวุธมาใหม่!
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วเองก็หยิบหนังสติ๊กออกมาเงียบๆ ไก่ป่าเยอะขนาดนี้ ยิงมั่วๆ มันก็น่าจะโดนสักตัวแหละน่า เขาคิดเข้าข้างตัวเอง
เจ้าแมวลายสลิดย่องเข้าไปเงียบกริบ อุ้งเท้าที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งแทบไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ทำให้ฝูงไก่ป่าไม่รู้ตัวเลยสักนิด
อวิ๋นเจียวง้างหนังสติ๊กเตรียมพร้อม
ทันทีที่เจ้าแมวลายสลิดพุ่งตัวออกไปตะปบเหยื่อ ลูกหินจากหนังสติ๊กของเธอก็พุ่งตามออกไปติดๆ
แทบจะในวินาทีเดียวกัน เจ้าแมวลายสลิดกระโจนขึ้นไปงับคอไก่ป่าที่ตกใจบินขึ้นไปได้ครึ่งเมตร ส่วนอวิ๋นเจียวก็ยิงร่วงไปหนึ่งตัว
อวิ๋นเสี่ยวจิ่ว... ว่าว ไม่โดนอะไรเลย
อวิ๋นเจียวคว้าก้อนหินที่เตรียมไว้ออกมาอย่างรวดเร็ว เล็งไปที่ไก่ป่าอีกตัวที่บินหนีออกไปไกลกว่าห้าเมตรแล้ว
ฟิ้ว! เสียงลูกหินแหวกอากาศ พลั่ก! ไก่ป่าตัวนั้นร่วงลงมาทันที
“เย้!”
“พี่เก้า ไปเก็บตัวนั้นเร็ว”
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วแม้จะผิดหวังที่ยิงไม่โดนสักตัว แต่ก็รีบวิ่งปรู๊ดไปเก็บไก่ป่าตัวที่ตกอยู่ไกลๆ อย่างไว
รวมกับที่เจ้าแมวลายสลิดจับได้ก่อนหน้านี้ด้วย วันนี้ได้ไก่ป่าทั้งหมดสี่ตัว!
รวยเละ รวยเละแล้วงานนี้...
“มีมี่ ตัวที่แกจับได้เนี่ย เดี๋ยวกลับไปถึงบ้านฉันจะให้น้าช่วยถอนขนให้ แล้วเอามาให้แกกินนะ”
เจ้าแมวลายสลิดแกว่งหางไปมา ยอมให้อวิ๋นเจียวดึงไก่ป่าในปากออกไปแต่โดยดี
ความจริงมันอิ่มอยู่แล้ว ก่อนจะมาเจออวิ๋นเจียว มันเพิ่งจัดการงูไปตัวหนึ่ง ไก่ป่าตัวนี้มันกะจะจับมาขุนเจ้าพวกมนุษย์เด็กตัวน้อยต่างหาก
พอได้ไก่ป่าแล้ว พวกเขาก็ไม่อยากอยู่ในป่านาน
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วพาเธอไปรองน้ำพุ น้ำพุในภูเขานี้ดื่มสดได้เลย รสชาติหวานล้ำ อร่อยกว่าน้ำบ่อบาดาลเยอะ
ระหว่างที่กำลังรองน้ำอยู่นั้น เจ้าแมวลายสลิดก็นั่งยองๆ อยู่ริมลำธาร จู่ๆ มันก็ตบอุ้งเท้าลงไปในน้ำ รวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนมองตามแทบไม่ทัน
พอยกขึ้นมา ในปากของมันก็คาบปลาผู้โชคร้ายตัวหนึ่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
[จบบท]