บทที่ 310: วาฬส่งเรือคืนฝั่ง
ตอนที่อวิ๋นเทาถูกพาตัวกลับมาถึงฝั่ง สภาพของเขาแทบจะหมดสติอยู่รอมร่อ ชายหนุ่มเพียงแค่ฝืนกลั้นหายใจเฮือกสุดท้ายกอดครีบหลังของวาฬเพชฌฆาตเอาไว้แน่น ด้วยความที่วาฬตัวนี้ว่ายน้ำเร็วมาก เขาจึงกลัวว่าหากเผลอปล่อยมือเพียงนิดเดียวก็อาจจะพลัดตกทะเลจนเอาชีวิตไม่รอด
เกลียวคลื่นในทะเลยังคงซัดสาดอย่างรุนแรง วาฬเพชฌฆาตอาศัยจังหวะที่คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาเพื่อส่งตัวคนให้เข้าใกล้ชายฝั่งมากที่สุด ก่อนจะส่งเสียงร้องเรียกผู้คนที่ยืนอยู่บนฝั่ง ราวกับจะบอกว่าให้รีบมาพาคนเจ็บขึ้นไป มัวแต่ยืนบื้ออยู่ทำไม
ภรรยาของอวิ๋นเทาเป็นคนแรกที่วิ่งถลันออกไป หญิงสาววิ่งหน้าตั้งพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาด้วยความเสียใจ โดยมีกลุ่มชายหนุ่มรูปร่างกำยำในหมู่บ้านวิ่งตามหลังไปติดๆ เมื่อชาวบ้านช่วยกันทุลักทุเลดึงตัวอวิ๋นเทาขึ้นมาบนฝั่งได้สำเร็จ ทุกคนก็ต้องตกใจกับใบหน้าของเขาที่ซีดเผือดไร้สีเลือด ชายคนหนึ่งรีบแนบหูลงบนหน้าอกของคนเจ็บเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น
“ยังรอดอยู่ เขายังหายใจอยู่”
หลังจากช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น อวิ๋นเทาก็ได้สติฟื้นคืนมาช่วงสั้นๆ
“ค่อยยังชั่วหน่อย รีบพาเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วส่งไปโรงพยาบาลเร็วเข้า”
ภรรยาของอวิ๋นเทาที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและความดีใจอย่างสุดขีด จู่ๆ ร่างกายก็รับไม่ไหวจนเป็นลมล้มพับไปอีกคน คราวนี้ชาวบ้านจึงต้องวุ่นวายช่วยกันหามสองสามีภรรยาส่งโรงพยาบาลไปพร้อมกันเลย
ทางด้านอวิ๋นหลินไห่และคนในครอบครัวต่างก็ร้อนใจไม่แพ้กัน พวกเขาอยากจะพุ่งเข้าไปถามอวิ๋นเทาใจจะขาดว่าอวิ๋นเจียวอยู่ที่ไหน เพราะทันทีที่เห็นวาฬเพชฌฆาต พวกเขาก็เดาได้ทันทีว่าคนที่ช่วยชีวิตอวิ๋นเทาเอาไว้จะต้องเป็นเด็กหญิงบ้านอวิ๋นอย่างแน่นอน ในขณะที่ชาวบ้านบางส่วนยังคงยืนอึ้งกับเหตุการณ์ที่วาฬเพชฌฆาตช่วยชีวิตมนุษย์ วาฬตัวนั้นก็สะบัดหางดำน้ำมุดหายไปในเกลียวคลื่นทันทีที่ส่งคนเสร็จ
อวิ๋นหลินไห่รีบแทรกตัวเข้าไปถามชายที่เพิ่งได้สติ
“เจียวเจียวล่ะ อวิ๋นเทา นายเห็นเจียวเจียวบ้านฉันไหม”
ชาวบ้านที่ได้ยินอวิ๋นหลินไห่ตั้งคำถามแบบนั้นต่างก็พาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เรื่องนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับอวิ๋นเจียวด้วยล่ะ
อวิ๋นเทาพยายามเค้นเสียงแหบพร่าออกมาอย่างยากลำบาก
“เธอ... อยู่กับ... พวกวาฬเพชฌฆาต...”
ชายหนุ่มพูดตะกุกตะกักได้เพียงเท่านั้นก่อนจะหมดสติไปอีกรอบ
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ครอบครัวอวิ๋นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ตราบใดที่มีวาฬเพชฌฆาตคอยคุ้มกัน ประกอบกับความสามารถในการหายใจใต้น้ำของอวิ๋นเจียว เด็กหญิงจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน หลังจากชาวบ้านช่วยกันหามอวิ๋นเทาออกไปแล้ว ฝูงชนที่เหลือต่างก็พากันแห่มาล้อมรอบครอบครัวอวิ๋นเอาไว้
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงไปเกี่ยวอะไรกับอวิ๋นเจียวได้ล่ะ”
“หลินไห่ อวิ๋นเจียวลงไปในทะเลงั้นเหรอ ทะเลคลื่นลมแรงอันตรายขนาดนั้น คุณปล่อยให้เด็กตัวแค่นั้นลงน้ำไปได้ยังไง”
“หรือว่า... อวิ๋นเจียวเป็นคนสั่งให้พวกวาฬเพชฌฆาตไปช่วยอวิ๋นเทากลับมา”
แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ยังจ้องมองพี่น้องตระกูลอวิ๋นด้วยแววตาคาดคั้น
อวิ๋นหลินไห่ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ
“เจียวเจียวบอกว่าจะไปช่วยคนแล้วก็ไปตามหาเรือครับ”
“เด็กตัวแค่นั้นบอกว่าจะไป คุณก็ยอมให้ไปงั้นเหรอ เป็นพ่อประสาอะไรกันเนี่ย”
อวิ๋นหลินไห่หดคอลงเล็กน้อยเมื่อโดนต่อว่า
“ก็... ฉันห้ามเธอไม่ได้นี่”
อวิ๋นหลินเหอเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงรีบหันไปพูดเกลี้ยกล่อมผู้ใหญ่บ้าน
“ผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ เจียวเจียวมีทักษะทางน้ำเป็นเลิศ แถมยังมีพวกวาฬเพชฌฆาตคอยคุ้มกันอยู่ข้างๆ เธอไม่มีทางเป็นอะไรแน่นอน”
ถึงแม้ชาวบ้านจะรู้สึกว่าการปล่อยให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ออกไปช่วยชีวิตคนกลางพายุฝนมันดูเป็นเรื่องที่พึ่งพาไม่ได้เอาเสียเลย ทว่าในใจลึกๆ ของทุกคนกลับเกิดความหวังและความเลื่อมใสในตัวอวิ๋นเจียวขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ เพราะภาพที่วาฬเพชฌฆาตพาอวิ๋นเทากลับมาส่งถึงฝั่งคือหลักฐานคาตาที่ทุกคนเพิ่งจะได้เห็นกับตาตัวเอง
อวิ๋นเจียวสามารถช่วยชีวิตคนท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายขนาดนี้ได้ หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นดาวนำโชคตัวน้อยลงมาจุติอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ
ชาวบ้านยืนตากลมรออยู่ริมฝั่งพักใหญ่ จนกระทั่งความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นความกระวนกระวายใจ จู่ๆ ท่ามกลางเกลียวคลื่นไกลลิบก็มีเงาดำบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวตรงเข้ามาหาพวกเขา
“ทุกคนรีบดูนั่นเร็ว นั่นใช่วาฬเพชฌฆาตหรือเปล่า”
ทันทีที่สิ้นเสียงตะโกน แววตาของผู้คนที่ออกันอยู่บนท่าเรือต่างก็ลุกวาวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
“ใช่จริงๆ ด้วย มีเรือมาด้วย วาฬเพชฌฆาตลากเรือกลับมาให้พวกเราแล้ว”
เมื่อวาฬเพชฌฆาตว่ายเข้ามาถึงระยะหนึ่ง มันก็หยุดชะงักลง ก่อนที่โลมาอีกตัวจะว่ายพุ่งตรงเข้าไปใช้ปากกัดเชือกที่ผูกติดอยู่ตรงหางของวาฬแล้วออกแรงดึงเพียงครั้งเดียว เชือกเส้นนั้นก็หลุดออกอย่างง่ายดาย นั่นเป็นเพราะอวิ๋นเจียวผูกเงื่อนกระตุกเอาไว้ และยังสอนวิธีแก้เชือกให้กับโลมาล่วงหน้าแล้ว หลังจากเชือกหลุดออก วาฬเพชฌฆาตและโลมาก็ว่ายอ้อมไปที่ท้ายเรือ ก่อนจะใช้หัวดันเรือไม้ลำนั้นให้ลอยเข้าหาฝั่งอย่างสุดกำลัง เมื่อได้ยินเสียงเฮลั่นของชาวบ้าน สัตว์ทะเลทั้งสองตัวก็สะบัดหางว่ายกลับไปทางเดิมที่พวกมันเพิ่งจากมาทันที
“เรือ... เรือจริงๆ ด้วย”
“วาฬเพชฌฆาตกับโลมาช่วยกันลากเรือกลับมาให้จริงๆ สวรรค์... นี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
เมื่อเรือลอยเข้ามาแตะริมฝั่ง ฝูงชนที่มุงดูก็รีบกรูเข้าไปล้อมรอบเรือไม้เอาไว้ ผู้ใหญ่บ้านหันไปกำชับบางอย่างกับลูกชาย ก่อนที่ลูกชายของผู้ใหญ่บ้านจะตะโกนขึ้นสุดเสียง
“ทุกคนลองเข้ามาดูสิว่านี่เป็นเรือของบ้านไหน”
เพียงไม่นานก็มีเสียงร้องตะโกนด้วยความดีใจแทรกขึ้นมาจากกลางวงล้อม
“เรือบ้านฉันเอง นี่มันเรือของบ้านฉัน”
ชายผิวคล้ำแดดดีใจจนขอบตาแดงก่ำ เขาพุ่งกระโจนเข้าไปกอดเรือของตัวเองแล้วประทับรอยจูบลงไปโดยไม่สนใจคราบสกปรกเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความปีติที่ได้ของล้ำค่ากลับคืนมา ในขณะที่ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างก็มองด้วยความอิจฉาปนคาดหวัง
“ไม่รู้ว่าพวกวาฬเพชฌฆาตจะช่วยลากเรือของบ้านเรากลับมาให้บ้างหรือเปล่า”
“นั่นน่ะสิ เรื่องนี้มันมหัศจรรย์มากจริงๆ”
“นี่พวกคุณคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของอวิ๋นเจียวจริงๆ เหรอ”
“เมื่อกี้ฉันเห็นเต็มสองตาเลยนะ ตอนที่วาฬเพชฌฆาตลากเรือเข้ามา ตรงหางของมันมีเชือกผูกติดอยู่ เชือกเส้นนั้นต้องมีคนผูกให้มันแน่ๆ”
“หรือว่าอวิ๋นเจียวจะเป็นลูกสาวที่ท่านจ้าวสมุทรประทานมาให้จริงๆ”
“ฉันบอกแล้วไงว่าอวิ๋นเจียวดูไม่เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เธอเหมือนตุ๊กตานำโชค ผิวก็ขาว หน้าตาก็น่ารัก ในหมู่บ้านเราไม่มีใครโหงวเฮ้งดีเท่าเธออีกแล้ว”
“จะว่าไป ตั้งแต่อวิ๋นเจียวเข้ามาอยู่ในครอบครัวของหลินไห่ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาก็ดีวันดีคืนเลยนะ”
“ใช่น่ะสิ ปู่อวิ๋นกับย่าอวิ๋นสองผัวเมียคู่นั้นก็ยังไปเสวยสุขอยู่ที่เมืองหลวงนู่นเลย”
“ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยเห็นอวิ๋นเจียวเล่นกับวาฬเพชฌฆาตมาตั้งหลายครั้งแล้วนะ”
“ไม่ได้มีแค่วาฬเพชฌฆาตนะ โลมาก็ด้วย เมื่อสองวันก่อนฉันยังเห็นเธอเล่นกับวาฬตัวใหญ่ที่ดูเหมือนวาฬหลังค่อมด้วยตาตัวเองเลย”
ชาวบ้านต่างพากันพูดคุยเซ็งแซ่เพื่อสรรเสริญความเก่งกาจของอวิ๋นเจียว หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ คงจะเดาได้ไม่ยากเลยว่าชาวบ้านทั้งหมู่บ้านจะต้องยกย่องให้เธอเป็นตุ๊กตานำโชคอย่างแน่นอน ชั่วขณะนั้น สายตาทุกคู่ที่จับจ้องไปยังพี่น้องตระกูลอวิ๋นเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิจฉาตาร้อน ชาวบ้านหลายคนแอบคิดในใจว่าทำไมตอนนั้นครอบครัวของตนถึงไม่เป็นคนรับเลี้ยงอวิ๋นเจียวเอาไว้ อวิ๋นหลินไห่และอวิ๋นหลินเหอยืดอกรับฟังด้วยความภาคภูมิใจ ก็เจียวเจียวบ้านพวกเขาเป็นตุ๊กตานำโชคมาตั้งแต่แรกแล้วนี่นา
ผู้ใหญ่บ้านกระแอมไอออกมาเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้ฝูงชนที่กำลังมุงดูเงียบเสียงลง
“พายุไต้ฝุ่นครั้งนี้พัดถล่มเข้ามาอย่างกะทันหัน หมู่บ้านของเราสูญเสียเรือประมงไปตั้งหลายลำ แถมทุกคนก็รู้ดีว่าการออกทะเลมันอันตรายแค่ไหน ยิ่งต้องมาเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้ายแบบนี้ การที่อวิ๋นเจียวออกไปตามหาเรือกลับมาให้ได้ทุกลำด้วยตัวคนเดียวเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นทุกคนจะต้องทำใจเผื่อเอาไว้ด้วย ถึงตอนนั้นถ้าเรือของบ้านไหนหาไม่เจอ ก็อย่าได้เก็บไปคิดเล็กคิดน้อยหรือรู้สึกไม่ยุติธรรม ส่วนบ้านไหนที่ได้เรือคืนก็ควรจะรู้สำนึกเอาไว้ อย่าทำตัวไม่มีมารยาทคิดว่ามันเป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำให้ อวิ๋นเจียวเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่กลับช่วยเหลือพวกเราตั้งมากมายขนาดนี้ ถ้าเธอรอดกลับมาเมื่อไหร่ พวกคุณก็ควรจะเตรียมของไปขอบคุณเธอด้วยตัวเองด้วย”
ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล อีกทั้งเขายังเอ็นดูเด็กหญิงที่ทั้งฉลาดและเก่งกาจอย่างอวิ๋นเจียวจากใจจริง ในเมื่อทุกคนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เขาย่อมรู้ดีว่าการทำอาชีพชาวประมงต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากแค่ไหน ไม่แน่ว่าในอนาคตชาวบ้านทั้งหมู่บ้านอาจจะต้องพึ่งพาบารมีของเด็กหญิงคนนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้มีใครทำเรื่องที่ไปบั่นทอนจิตใจของเธอเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำพูดปกป้องจากผู้ใหญ่บ้าน อวิ๋นหลินไห่และอวิ๋นหลินเหอต่างก็หันไปมองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งใจ พวกเขาเองก็มัวแต่เป็นห่วงจนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท ชาวบ้านที่ถูกเตือนสติต่างก็พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เพราะผู้ใหญ่บ้านถือเป็นบุคคลที่มีอำนาจบารมีและเป็นที่เคารพยำเกรงของคนในหมู่บ้าน ทว่าภายในใจลึกๆ ของทุกคนก็ยังคงแอบหวังให้เรือของบ้านตัวเองถูกส่งกลับมาถึงฝั่งเช่นเดียวกัน
ทันใดนั้น เสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นก็ดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
“มาแล้ว มีเรือกลับมาอีกลำแล้ว”
ชั่วพริบตาเดียว ฝูงชนต่างก็พากันชะเง้อคอหาตำแหน่งที่มองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจนที่สุด เพื่อจับจ้องไปยังสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกลางทะเล
“เป็นวาฬเพชฌฆาต วาฬเพชฌฆาตมาอีกแล้ว”
“มีโลมาว่ายตามมาด้วย วาฬเพชฌฆาตลากเรือมาจริงๆ”
เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับรอบแรก โลมาว่ายเข้ามาช่วยแก้ปมเชือกออก จากนั้นสัตว์ทะเลทั้งสองตัวก็ช่วยกันออกแรงดันเรือไม้ให้ลอยเข้ามาเทียบฝั่ง ภาพตรงหน้าช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของทุกคนได้อย่างชัดเจนว่า เรือทุกลำที่ถูกส่งกลับมามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มของวาฬเพชฌฆาตอย่างแน่นอน
ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังยืนรอจนกระทั่งสายฝนหยุดตก อวิ๋นเสี่ยวอู่และเด็กคนอื่นๆ ก็วิ่งตามมาสมทบที่ท่าเรือ แถมเขายังจำได้แม่นยำเลยว่าวาฬเพชฌฆาตที่ว่ายเข้ามาส่งเรือลำนี้คือตัวไหน
[จบบท]