บทที่ 363: พี่ชายถูกเรียกผู้ปกครอง
รองผู้พันหลินจัดการสั่งความเสร็จเรียบร้อยก็เดินจากไป
อวิ๋นเจียวยกมือขึ้นเท้าคางเล็กๆ ของตัวเอง ตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรหรอก แต่ที่กังวลคือกลัวว่าไอ้คนสารเลวพวกนั้นจะหันไปทำร้ายคนในครอบครัวของเธอมากกว่า
อวิ๋นเจียวขมวดคิ้วเข้าหากันพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ
ดูเหมือนว่าการที่คนเราเกิดมาเก่งกาจโดดเด่นเกินไป ก็มักจะตกเป็นเป้าสายตาและถูกคนอื่นหมายหัวเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน
"เจียวเจียวทำอะไรอยู่ จะมากินข้าวไหม"
อวิ๋นเจียวที่เมื่อครู่ยังนั่งถอนหายใจอยู่รีบลุกขึ้นยืนตอบรับ
"มาแล้วๆ"
ช่วงหลายวันหลังจากนั้น อวิ๋นเจียวยังคงวุ่นวายอยู่กับการเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอเพื่อตามหาอาจารย์และคุณครู เด็กหญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอต้องวิ่งวุ่นทำงานหัวหมุนไปหมด
แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน พอได้มองดูของมีค่าที่ถูกเก็บเอาไว้ในเปลือกหอยมือเสือ เธอก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ก่อนจะเข้านอน เธอยังจัดที่นอนของตัวเองอย่างตั้งใจ นำเอาบรรดาไข่มุกและอัญมณีต่างๆ มาวางเรียงล้อมรอบตัวเอาไว้เป็นวงกลม จากนั้นถึงจะล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างมีความสุข
เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือรำคาญอะไรเลย พอตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดมา บนใบหน้าของเธอก็มีรอยกดทับปรากฏให้เห็น
เธอยกมือขึ้นขยี้ตา ก่อนจะนำไข่มุก อัญมณี และหยกพวกนั้นกลับไปเก็บไว้ในเปลือกหอยมือเสือตามเดิม
"เจียวเจียว วันนี้น้องไปส่งพวกพี่ที่โรงเรียนหน่อยสิ"
อวิ๋นเจียวเพิ่งจะล้างหน้าแปรงฟันและมัดผมเสร็จเรียบร้อย อวิ๋นเสี่ยวอู่ก็เดินเข้ามาดึงตัวเธอให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน
"ไหนน้องเคยบอกว่าอยากไปดูโรงเรียนของพวกพี่ไม่ใช่เหรอ"
เขาขยิบตาทำสัญญาณให้อวิ๋นเจียว
อวิ๋นเจียวเข้าใจความหมายได้ทันที แบบนี้แสดงว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่นอน
"แม่ หนูไปโรงเรียนพร้อมกับพี่ๆ นะ"
"จะไปโรงเรียนทำไม"
"ก็ทุกคนบอกว่าจะให้หนูไปเข้าเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ หนูเลยอยากจะลองไปดูบรรยากาศก่อน"
อวิ๋นเสี่ยวอู่รีบเสริม
"แม่วางใจเถอะ เจียวเจียวเป็นเด็กดี เข้าไปในห้องเรียนรับรองว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแน่นอน พวกเราจะดูแลน้องอย่างดีเอง"
เสิ่นอวิ๋นเหลียนมองดูพวกเขาทั้งสี่คนด้วยความสงสัย
"ห้องเรียนของพวกแกอนุญาตให้พาคนนอกเข้าไปได้ด้วยเหรอ"
"ได้สิ มีเพื่อนในห้องของพวกเราหลายคนที่ต้องคอยดูแลน้องชายกับน้องสาวที่บ้าน แต่พอต้องมาเรียนก็ไม่มีคนช่วยดูแลให้ คนที่บ้านก็ยุ่งกันหมด พวกเขาก็เลยพาน้องๆ มาเลี้ยงที่โรงเรียนด้วยเลย"
"ก็ถือซะว่าให้เจียวเจียวได้ไปสัมผัสบรรยากาศการเรียนล่วงหน้าดูบ้างไง"
ในที่สุดเสิ่นอวิ๋นเหลียนก็พยักหน้าตกลง พร้อมกับยัดอาหารเช้าใส่ลงไปในกระเป๋าใบเล็กของอวิ๋นเจียว
ในกระเป๋าของพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่ก็มีอาหารกลางวันเตรียมเอาไว้ด้วยเหมือนกัน เพราะช่วงพักกลางวันถ้าต้องเดินไปกลับก็คงจะลำบาก เวลาพักผ่อนที่มีอยู่น้อยนิดก็คงจะหมดไปกับการเดินทางเสียเปล่าๆ พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะกินข้าวกลางวันที่โรงเรียนกันเลย
"เอาส่วนของเจียวเจียวไปด้วย ตอนเที่ยงถ้ากลับมาได้ก็รีบกลับมานะ จะให้พ่อของพวกแกไปรับหรือเปล่า"
อวิ๋นเจียวส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่ต้องหรอก ฉันเดินกลับมาเองได้ ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ"
เธอคิดว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
"ตกลง"
เสิ่นอวิ๋นเหลียนไม่ได้กลัวว่าอวิ๋นเจียวจะถูกรังแกเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเธอจึงวางใจได้แบบเต็มร้อย
ถ้าพูดถึงเรื่องอวิ๋นเจียว มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่จะเป็นฝ่ายไปรังแกคนอื่น
อวิ๋นเจียวเคยออกทะเลมาแล้วตั้งหลายครั้ง คนในครอบครัวจากที่เคยเป็นห่วงกังวลในตอนแรก จนถึงตอนนี้ก็สามารถปรับตัวและทำใจให้ชินกับเรื่องนี้ได้แล้ว
อวิ๋นเจียวสะพายกระเป๋าใบเล็ก เดินถืออาหารเช้าและอาหารกลางวันอยู่ตรงกลางระหว่างพี่ชายทั้งสี่คน
เมื่อเดินออกมาจนพ้นเขตหมู่บ้าน อวิ๋นเจียวจึงเอ่ยถามขึ้นมา
"พี่ พวกพี่ไปก่อเรื่องอะไรมาใช่ไหม"
ต้องยอมรับเลยว่าอวิ๋นเจียวรู้จักนิสัยใจคอของพี่ชายตัวเองดีจริงๆ
"อะแฮ่ม คือว่านะ ความจริงแล้วมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรหรอก"
อวิ๋นเจียวเบิกตากลมโตจ้องมองอีกฝ่าย ฉันจะรอรับชมการแสดงของพี่เงียบๆ ก็แล้วกัน
อวิ๋นเสี่ยวอู่ก้มหน้าลงต่ำ
"พวกเราไปมีเรื่องชกต่อยมา ก็เลยถูกเรียกผู้ปกครอง"
อวิ๋นเจียวเดินวนดูรอบๆ ตัวพวกเขาหนึ่งรอบ
"แต่ดูสภาพพวกพี่แล้วก็ไม่เห็นเหมือนคนไปมีเรื่องชกต่อยมาเลยนะ"
อวิ๋นเสี่ยวอู่เลิกเสื้อของตัวเองขึ้นให้ดู บนหน้าท้องและแผ่นหลังมีรอยฟกช้ำสีเขียวคล้ำให้เห็นอย่างชัดเจน
"ยังดีนะที่ฉันป้องกันใบหน้าของตัวเองเอาไว้ได้ดีมาก"
อวิ๋นเจียวมองดูรอยฟกช้ำพวกนั้น ใบหน้าเล็กๆ ก็เริ่มบึ้งตึงขึ้นมาทันที
"พี่เก้า รอยช้ำบนหน้าพี่ไม่ใช่ฝีมือของพี่เจ็ดหรอกเหรอ"
เมื่อวานตอนที่พี่ชายทั้งหลายกลับมาถึงบ้าน อวิ๋นเสี่ยวจิ่วกับอวิ๋นเสี่ยวปาต่างก็มีรอยฟกช้ำบนใบหน้ากันทั้งคู่
พอผู้ใหญ่ถาม พวกเขาก็บอกว่าพี่น้องมีเรื่องขัดใจกันนิดหน่อยก็เลยลงไม้ลงมือกัน
พี่น้องทั้งสี่คนนี้มักจะตีกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่นานก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม ทุกคนก็เลยไม่ได้สงสัยอะไร
เพียงแต่เมื่อคืนนี้ทั้งสี่คนต่างก็ถูกจัดการลงโทษกันไปคนละยก
คิดไม่ถึงเลยว่า รอยพวกนั้นจะไม่ได้เกิดจากการตีกันเอง แต่เป็นฝีมือของคนอื่นต่างหาก
อวิ๋นเจียวรู้สึกโกรธมาก
"ใครเป็นคนทำ"
อวิ๋นเสี่ยวอู่ลูบหัวของเธอเบาๆ
"เรื่องนี้เธอไม่ต้องสนใจหรอก ยังไงพวกเราก็เป็นฝ่ายชนะอยู่แล้ว"
"ใช่แล้ว"
อวิ๋นเสี่ยวชีพูดด้วยท่าทีภาคภูมิใจ
"ไอ้พวกหลานเต่าพวกนั้น ดูสิว่าคราวหน้าพวกมันยังจะกล้ามาไถเงินพวกเราอีกไหม"
อวิ๋นเสี่ยวปาคอตก
"ก็แค่โชคร้ายไปหน่อย บังเอิญถูกคุณครูจับได้พอดี"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วทำหน้าน่าสงสาร
"คุณครู พวกนั้นเป็นคนเริ่มลงมือตีพวกเราก่อนนะ"
อวิ๋นเจียวขมวดคิ้วเล็กๆ เข้าหากัน
"แต่ว่า คุณครูของพวกพี่บอกให้เรียกผู้ปกครองไปพบไม่ใช่เหรอ ฉันไปแล้วจะใช้ได้เหรอ"
"ใช้ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ พวกเราก็แค่บอกคุณครูไปว่าผู้ใหญ่ที่บ้านยุ่งมาก ไม่มีเวลามา"
อวิ๋นเจียวรู้สึกว่าเรื่องนี้มันดูไม่ค่อยเข้าท่าเอาเสียเลย
และมันก็เป็นไปตามที่คิดไว้ไม่มีผิด หัวหน้าฝ่ายปกครองของพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่พอได้เห็นหน้าอวิ๋นเจียว ใบหน้าก็ดำคล้ำลงทันที
"ครูบอกให้พวกเธอไปเรียกผู้ปกครองมา แล้วทำไมถึงไปเรียกน้องสาวมาแทนล่ะ อวิ๋นเสี่ยวอู่ เธอคิดว่าครูกำลังล้อเล่นกับพวกเธออยู่หรือไง"
อวิ๋นเจียวปรายตามองพี่ชายของตัวเอง นั่นไง ฉันบอกแล้วว่ามันไม่เข้าท่า
อวิ๋นเสี่ยวอู่ยืดคอเถียง
"ผู้ปกครองของผมไม่อยู่บ้านกันหมดเลย มีแค่น้องสาวคนเดียวครับ"
คุณครูมีท่าทีอ่อนอกอ่อนใจ
"เธอคิดว่าครูจะเชื่อไหม จะให้ครูไปดูที่บ้านของเธอเลยไหมล่ะ"
อวิ๋นเสี่ยวอู่รู้สึกผิดขึ้นมาจนพูดไม่ออกทันที
อวิ๋นเจียวใช้ความได้เปรียบของการเป็นเด็กให้เป็นประโยชน์ เธอแสร้งทำสีหน้าไร้เดียงสาและเอ่ยถามออกไป
"คุณครูคะ คุณครูเรียกพ่อกับแม่ของฉันมาทำไมเหรอคะ"
คุณครูมีท่าทีอ่อนโยนลงมากเมื่อต้องพูดคุยกับเด็กน้อยอย่างอวิ๋นเจียว
เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหน้าพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่
เด็กบ้านนี้หน้าตาดีกันทุกคนเลย ยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งหน้าตาดี
"พี่ชายของเธอทำเรื่องผิดพลาด คุณครูเลยต้องคุยกับพ่อแม่ของเธอหน่อย จะปล่อยให้พวกเขาไปมีเรื่องชกต่อยแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว"
อวิ๋นเจียวหันหลังกลับ แกล้งทำเป็นโกรธและถามออกไป
"พี่ พวกพี่ไปชกต่อยกับคนอื่นทำไม"
อวิ๋นเสี่ยวชีรีบอธิบาย
"พวกเราก็ไม่ได้อยากทำแบบนั้นสักหน่อย ใครใช้ให้พวกเราถูกคนอื่นหมายหัวเอาล่ะ พอเดินออกจากโรงเรียนก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนเข้ามาล้อมพวกเราเอาไว้ บังคับให้พวกเราเอาเงินให้ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ยอมปล่อยพวกเราไป"
อวิ๋นเสี่ยวปาพยักหน้าสนับสนุน
"ใช่ พอพวกเราไม่ยอมให้ พวกเขาก็ยังมาข่มขู่พวกเราอีก"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วน้ำตาคลอเบ้า
"คุณครูครับ คนพวกนั้นเป็นฝ่ายเข้ามาตีพวกเราก่อนนะครับ"
อวิ๋นเจียวหันไปมองหน้าหัวหน้าฝ่ายปกครอง
"ฉันคิดว่าสิ่งที่พี่ชายพูดมาก็ถูกนะคะ"
มุมปากของหัวหน้าฝ่ายปกครองกระตุกเล็กน้อย
เขาทำหน้าขรึม
"ถ้าอย่างนั้นเมื่อวานตอนที่ครูถาม ทำไมพวกเธอถึงไม่ยอมเล่าอะไรให้ครูฟังเลย"
อวิ๋นเสี่ยวอู่ทำเสียงอ้อมแอ้ม
"แบบนั้นมันก็เสียฟอร์มแย่สิครับ"
หัวหน้าฝ่ายปกครองแทบจะอยากหยิบหนังสือที่วางอยู่ใกล้มือปาใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด
อวิ๋นเจียวเองก็รู้สึกระอาใจจนต้องแอบกลอกตาไปมา
"ขออนุญาตครับคุณครู"
เด็กผู้ชายรูปร่างอ้วนท้วนผิวขาวคนหนึ่ง ซึ่งดูแล้วอายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครือเล็กน้อย
"เข้ามา"
"คุณครูครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่นะครับ พวกเขา แค่เข้ามาช่วยผมเท่านั้นเอง"
เขาก้มหน้าลงต่ำ
"คนพวกนั้นเข้ามาขวางทางผมเอาไว้ก่อน พวกอวิ๋นเสี่ยวอู่ผ่านมาเห็นก็เลยเข้ามาช่วย ก็เลยถูกขวางเอาไว้ด้วย สุดท้ายก็เลยมีเรื่องชกต่อยกันขึ้นครับ"
อวิ๋นเจียวปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้เป็นคนหัวอ่อนยอมคน มิน่าล่ะถึงได้ถูกรังแกเอา
หัวหน้าฝ่ายปกครองมองหน้าเขา สลับกับหันไปมองหน้าพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่อีกครั้ง ก่อนจะพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"สรุปแล้วพวกเธอคิดอะไรอยู่กันแน่ เมื่อวานตอนที่ครูถามพวกเธอก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ยืนกรานจะให้เรียกผู้ปกครองมาให้ได้ แต่สุดท้ายพวกเธอกลับพาน้องสาวมาแทนแบบนี้เหรอ"
อวิ๋นเสี่ยวอู่ทำหน้าจริงจังแบบเด็กวัยรุ่น
"วีรบุรุษมักจะถ่อมตัวและทำตัวไม่โดดเด่นเสมอ แถมยังต้องรักเพื่อนพ้อง"
หัวหน้าฝ่ายปกครองส่ายหน้า
"หุบปากไปเลย นี่พวกเธอแอบไปอ่านนิยายมาใช่ไหม"
อวิ๋นเสี่ยวอู่รู้สึกร้อนตัว
"เปล่าสักหน่อยครับ"
อวิ๋นเจียวคิดในใจ ต้องแอบอ่านมาแน่ๆ
"แล้วพวกล่ะ ทำไมถึงไม่ยอมเล่าความจริง"
อวิ๋นเสี่ยวชีทำหน้าขึงขัง
"ผมก็คิดว่าที่พี่ห้าพูดมามันถูกต้องที่สุดแล้วครับ วีรบุรุษทำดีไม่เคยต้องทิ้งชื่อเอาไว้"
อวิ๋นเสี่ยวปาพยักหน้ารับ
"ผมเชื่อฟังพี่ห้ากับพี่เจ็ดครับ"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วน้ำตาคลอ
"พวกเขาไม่ยอมให้ผมพูดครับ"
อวิ๋นเจียวได้แต่มองหน้าพี่ชายแต่ละคนด้วยความรู้สึกหมดคำจะพูด
นี่เธอมีพี่ชายที่ซื่อบื้อขนาดนี้กันตั้งแต่เมื่อไหร่
[จบบท]