บทที่ 467: กลับบ้าน
ตอนที่พวกเธอเดินทางมาถึงฝั่งตะวันตกของเกาะ ก็เห็นพวกโจรสลัดกลุ่มหนึ่งกำลังขับเรือหนีออกไปไกลระดับหนึ่งแล้ว
“พวกเราจะเอายังไงกันต่อดี” ดานี่หันมามองด้วยความกังวล
“ไม่เป็นไร รออยู่ตรงนี้นะ”
สิ้นเสียง อวิ๋นเจียวก็กระโจนพรวดลงไปในทะเล
การขับขานดังกังวานไพเราะชวนให้หลงใหล ทันใดนั้นบรรดาเพื่อนใหม่ที่อวิ๋นเจียวเพิ่งผูกมิตรในละแวกนี้ก็พากันโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ มีทั้งวาฬเพชฌฆาต วาฬหลังค่อม วาฬหัวทุย ไปจนถึงวาฬสีน้ำเงินที่มีขนาดตัวใหญ่โตมโหฬารที่สุด
ฝั่งโจรสลัดที่กำลังขับเรือหนี จู่ๆ เรือเหล็กก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนยืนแทบไม่อยู่
“บ้าเอ๊ย เกิดอะไรขึ้น”
“แย่แล้ว ข้างนอกนั่น มีวาฬเต็มไปหมดเลย พวกเราโดนล้อมแล้ว!”
ทุกคนบนเรือกรูกันออกไปดูด้านนอก แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ฝูงวาฬจำนวนมากกำลังพุ่งชนเรือของพวกเขาสุดแรง
อวิ๋นเจียวเหยียบลงบนแผ่นหลังของวาฬสีน้ำเงินก่อนจะดีดตัวกระโดดขึ้นไปบนอากาศ แล้วทิ้งตัวลงมาบนดาดฟ้าเรือด้วยท่วงท่าสวยงามหมดจด
“เวรเอ๊ย ฆ่ามันเร็ว ยิง!”
“ปีศาจ ยัยนี่มันปีศาจชัดๆ!”
พวกโจรสลัดเห็นอวิ๋นเจียวบุกขึ้นมาก็หน้าถอดสี แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าตอนเห็นฝูงวาฬล้อมเรือเสียอีก
อวิ๋นเจียวขยับตัวหลบกระสุนปืนที่สาดเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เธอชักมีดสั้นที่ผูกติดไว้ตรงหน้าแข้งออกมา แล้วพุ่งเข้าไปปาดคอโจรสลัดที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
ปัง ปัง ปัง!
เสียงปืนจากบนเรือดังสนั่นหวั่นไหว หญิงสาวบนเกาะที่รออยู่พากันชะเง้อมองด้วยความร้อนใจ
“เจียวจะเป็นอะไรไหม”
“รอเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้แล้ว ตรงนั้นมีเรือเล็กอยู่ ใครพายเรือเป็นบ้าง พวกเราต้องไปช่วยนะ”
“ฉันพายเอง!”
“งั้นรีบไปกันเถอะ!”
เวลานี้ กลุ่มหญิงสาวที่เพิ่งถูกช่วยเหลือออกมาจากขุมนรกไม่นึกหวาดกลัวความตายหรืออันตรายใดๆ อีกต่อไป พวกเธอต้องการไปช่วยผู้มีพระคุณที่มอบชีวิตใหม่ให้
ทว่าพอเรือลำเล็กพายเข้ามาใกล้เรือลำใหญ่ของพวกโจรสลัด ทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับภาพฝูงวาฬในทะเล
“พระเจ้าช่วย วาฬพวกนี้มันยังไงกันเนี่ย”
เสียงปืนบนเรือสงบลงแล้ว หลี่หลินตะโกนเรียกสุดเสียง
“อวิ๋นเจียว อวิ๋นเจียว!”
คนอื่นๆ ก็ช่วยกันตะโกนเรียกตาม มือยังคงกำปืนพกไว้แน่นด้วยความระแวดระวัง
จู่ๆ อวิ๋นเจียวก็โผล่หน้าออกมาจากขอบเรือ
หญิงสาวคนหนึ่งตกใจจนเผลอลั่นไกปืนออกไป โชคดีที่วิถีกระสุนพุ่งไปโดนตัวเรือที่เป็นเหล็กจึงไม่มีใครเป็นอะไร
ทุกคนหันไปมองเธอเป็นตาเดียว
“ขอโทษที ฉันตกใจนึกว่าเป็นพวกโจรสลัดน่ะ” เธอยิ้มเจื่อน
อวิ๋นเจียวโบกมือให้ทุกคน
“ฉันไม่เป็นไร พวกมันตายหมดแล้ว”
เธอโยนบันไดเชือกลงมา หญิงสาวบนเรือเล็กจึงรีบปีนตามกันขึ้นไป
“ที่รัก เธอเก่งสุดยอดไปเลย!”
ดานี่ตื่นเต้นจนพุ่งเข้าไปกอดอวิ๋นเจียวแน่น แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่
อวิ๋นเจียวทำหน้าไม่ถูก เธอไม่ค่อยชินกับการทักทายที่แสดงออกอย่างเปิดเผยของชาวต่างชาติเท่าไหร่นัก
“เจียว เธอช่วยชีวิตฉันไว้ รอฉันกลับไปจัดการไอ้พี่ชายเวรนั่นก่อนเถอะ ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์เมื่อไหร่ เธอต้องมาหาฉันนะ ฉันจะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้เลย” ดานี่พูดด้วยความแค้น “ไอ้สารเลวนั่น เพื่อจะแย่งบรรดาศักดิ์กับสมบัติ ถึงกับร่วมมือกับโจรสลัดมาจับตัวฉันมา รอฉันกลับไปได้ก่อนเถอะ มันตายแน่!”
อวิ๋นเจียวยืนฟังอีกฝ่ายด่าทอพี่ชายต่างพ่อ และเล่าเรื่องการแย่งชิงอำนาจในตระกูลอย่างตั้งใจ
เรื่องซุบซิบของพวกต่างชาตินี่ก็ฟังเพลินดีเหมือนกัน
ท่านดยุกแห่งกุหลาบเป็นผู้หญิง และดานี่ก็เป็นหนึ่งในทายาทที่ท่านดยุกโปรดปรานที่สุด ที่เธอถูกจับตัวมาครั้งนี้ก็เพราะพี่ชายต่างพ่อรู้ว่าท่านดยุกตั้งใจจะมอบตำแหน่งให้ดานี่ เลยชิงลงมือก่อน
บรรดาหญิงสาวรอบข้างฟังแล้วก็พากันโกรธแค้นแทนดานี่
เมื่อเรือแล่นกลับมาจอดที่ท่าเรือบนเกาะ ทุกคนก็เริ่มขนย้ายสมบัติของพวกโจรสลัด
ทุกคนรู้ธรรมเนียมดี คนที่มีฐานะหน่อยก็ประกาศว่าจะไม่แตะต้องสมบัติพวกนี้ ทุกอย่างยกให้อวิ๋นเจียว ส่วนคนที่ไม่มีเงินติดตัวจริงๆ ก็กล่าวขอบคุณอวิ๋นเจียว แล้วหยิบเหรียญทองไปแค่พอเป็นทุนรอนสำหรับเอาไปแลกเงินตั้งตัวใหม่เท่านั้น
ที่เหลืออวิ๋นเจียวเหมาหมด
ในกองสมบัติมีของเก่าแก่มีราคาซ่อนอยู่เพียบ
บางชิ้นมาจากประเทศต่างๆ เช่น มงกุฎของจักรพรรดินีองค์หนึ่ง แหวนของจักรพรรดิ ไปจนถึงภาพวาดของศิลปินชื่อดัง ข้าวของที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเคยเป็นของบุคคลสำคัญ รวมถึงงานศิลปะพวกนี้ล้วนมีมูลค่ามหาศาล
อวิ๋นเจียวรู้สึกว่าการมาเยือนครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆ
ดานี่ยกปืนขึ้นพาดบ่า ท่าทางกระตือรือร้นสุดขีด
“เจียว เธออยากไปลุยต่อไหม”
อวิ๋นเจียวเอียงคอมอง
“ฉันรู้มาว่ามีโจรสลัดอยู่อีกที่นึง ได้ยินมาว่าไข่มุกสีชมพูที่ชื่อหัวใจนางฟ้าก็อยู่ที่นั่นด้วย”
อวิ๋นเจียวตาเป็นประกาย เธอชอบอัญมณีสีชมพู!
“ฉันยังไหว!”
ดานี่หันไปตะโกนถามพรรคพวก “สาวๆ อยากทำเรื่องสนุกๆ กันไหม”
กลุ่มหญิงสาวที่เคยตกเป็นเหยื่อของโจรสลัดต่างเกลียดชังพวกมันเข้ากระดูกดำ
“เอาสิ!”
ตอนนี้ในมือพวกเธอมีอาวุธครบมือ ความมั่นใจจึงพุ่งปรี๊ด
“ลุยเลย เป้าหมายคือเกาะเซียงปี๋!”
….
อวิ๋นเจียวใช้ชีวิตโลดโผนอยู่ข้างนอกมาสามปีเต็ม พอไปถึงที่ไหนที่มีโทรศัพท์ เธอจะรีบโทรศัพท์กลับไปบอกที่บ้านว่าปลอดภัยดี
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของเรือเลี่ยเยี่ยนโด่งดังไปทั่ว
ใช่แล้ว เรือเลี่ยเยี่ยนก็คือเรือโจรสลัดลำแรกที่อวิ๋นเจียวไปปล้นมานั่นแหละ
ตอนแรกก็แค่เล่นสนุกนิดหน่อย แต่พอช่วยเหลือผู้หญิงจากเงื้อมมือโจรสลัดได้มากขึ้นเรื่อยๆ สมาชิกของเรือเลี่ยเยี่ยนก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น
กระทั่งชาวบ้านบนเกาะใกล้เคียงรู้ข่าว ผู้หญิงหลายคนที่เคยทนทุกข์ทรมานเพราะถูกโจรสลัดรังแก หรือสูญเสียครอบครัวไปและอยากแก้แค้น ก็พากันมาร่วมสมทบกับเรือเลี่ยเยี่ยน
จับพลัดจับผลู อวิ๋นเจียวก็กลายเป็นหัวหน้าของเรือเลี่ยเยี่ยนไปซะอย่างนั้น
อวิ๋นเจียวที่ตอนแรกแค่อยากมาปล้นสมบัติโจรสลัดได้แต่มองตาปริบๆ
แต่พวกเธอก็ไม่ได้บ้าคลั่งไล่ฆ่าโจรสลัดทุกกลุ่มที่ขวางหน้า
โจรสลัดบางกลุ่มก็มีเหตุจำเป็นถึงต้องมาทำอาชีพนี้ พวกเขาแค่ปล้นทรัพย์สิน ไม่ทำร้ายผู้คน อวิ๋นเจียวก็ปล่อยผ่านไป
บางกลุ่มก็ใช้ชื่อโจรสลัดเพื่อเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรไปมา แลกกับการคุ้มครองความปลอดภัยในน่านน้ำนั้น
โจรสลัดปราบยังไงก็ไม่หมด อวิ๋นเจียวไม่ได้มีนิสัยชอบฆ่าฟันอยู่แล้ว การมีอยู่ของพวกเขาก็มีกฎเกณฑ์ของมัน ตราบใดที่ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายเกินขอบเขต เธอก็ไม่คิดจะไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน
มีอยู่ช่วงหนึ่ง พอชื่อเสียงของพวกเธอเริ่มโด่งดัง และกลุ่มโจรสลัดที่อวิ๋นเจียวไปถล่มมีจำนวนมากขึ้น พวกโจรสลัดกลุ่มอื่นๆ ก็รวมหัวกันมาล้อมกรอบเรือเลี่ยเยี่ยน
ผลคือโดนอวิ๋นเจียวอัดจนหมอบราบคาบ แถมยังโดนยึดสมบัติไปเกลี้ยง
อวิ๋นเจียวได้เหมืองทองคำธรรมดาๆ มาหนึ่งแห่ง เหมืองอัญมณีสองแห่ง และเหมืองน้ำมันอีกหนึ่งแห่ง...
เวลาสามปีผ่านไป ตอนนี้อวิ๋นเจียวอายุสิบหกปีแล้ว
“ถึงเวลากลับบ้านแล้ว”
เด็กสาววัยสิบหก รูปร่างเริ่มเป็นสาวเต็มตัว ใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ติยังมีไขมันแบบเด็กน้อยหลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้เธอดูอ่อนเยาว์น่ารัก ผิวพรรณขาวจัด ตัดกับเส้นผมสีฟ้าอ่อนยาวสยายจรดเอว และดวงตาที่เหมือนอัญมณีสีฟ้าซึ่งรวบรวมเอาความงดงามของท้องทะเลเอาไว้
เธอสวมชุดกระโปรงสีแดง ยืนหยัดอยู่บนดาดฟ้าเรือราวกับเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่งดงามที่สุด
แม้แต่ผู้หญิงบนเรือเลี่ยเยี่ยนด้วยกันเอง มองเธอทีไรก็ยังเผลอไผลไปกับความงามนั้น
“มากันแล้วเหรอ หลี่หลิน ต่อไปฉันฝากเรือเลี่ยเยี่ยนด้วยนะ ทะเลตอนนี้สงบแล้ว ไม่มีไอ้พวกตาบอดที่ไหนกล้ามาหาเรื่องพวกเราหรอก”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดนั้นต่างหน้าถอดสี
“ไม่นะ! หัวหน้า หมายความว่ายังไง”
“เธอจะทิ้งพวกเราไปแล้วเหรอ”
สายตาทุกคู่จดจ้องมาที่เธออย่างเว้าวอน หวังจะได้ยินคำปฏิเสธ
แต่สุดท้ายพวกเธอก็ต้องผิดหวัง
อวิ๋นเจียวถอนหายใจ “ฉันไม่ได้กลับบ้านมา 3 ปีแล้วนะ”
“อีกอย่าง ฉันต้องกลับไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย!”
ทุกคนยืนนิ่งงัน
พวกเธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ใช่สิ หัวหน้าของพวกเธอยังเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบหกเท่านั้น
ใครจะไปคิดล่ะว่า ตอนอายุแค่สิบสาม ซึ่งในสายตาทุกคนยังเป็นแค่เด็กน้อย เธอจะกล้าบุกเดี่ยวเข้าไปในรังโจรสลัด แถมยังช่วยผู้หญิงที่ถูกจับไปย่ำยีออกมาได้ตั้งมากมาย
พวกเธอทุกคนยอมติดตามเด็กสาวคนนี้ด้วยความเต็มใจ
สามปีผ่านไป ผู้หญิงอย่างพวกเธอที่เคยถูกผู้ชายดูถูกเหยียดหยาม กลับสามารถยืนหยัดสร้างตัวขึ้นมาได้ภายใต้การนำของอวิ๋นเจียว
จนถึงตอนนี้ เรือเลี่ยเยี่ยนกลายเป็นสถานที่ประมูลเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในน่านน้ำนี้ไปแล้ว
หญิงสาวเหล่านี้ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป
แต่ตอนนี้ อวิ๋นเจียวกำลังจะจากไป
ไม่มีใครอยากจะเชื่อเลย
อวิ๋นเจียวเอ่ยปลอบ “ฉันแค่กลับไปเรียน ไม่ได้จะตายซะหน่อย คิดถึงก็โทรมาหา หรือไม่ก็ไปเยี่ยมฉันที่ประเทศจีนสิ”
หลี่หลินโผเข้ากอดอวิ๋นเจียวแน่น “แต่พวกเราไม่อยากให้เธอไปเลยจริงๆ”
คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย
ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นสมาชิกระดับสูงของเรือเลี่ยเยี่ยน เป็นคนที่อวิ๋นเจียวช่วยออกมาจากขุมนรก พวกเธอจึงซื่อสัตย์และภักดีต่ออวิ๋นเจียวอย่างที่สุด
“ทำใจเถอะ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ฉันจะกลับมาหาแน่นอน”
เธอคิดถึงบ้านแล้ว ถึงเวลาต้องกลับเสียที
ตอนแรกเธอเองก็ไม่คิดว่าเรือเลี่ยเยี่ยนจะขยายตัวใหญ่โตขนาดนี้ แต่พอมีอำนาจมากขึ้น ก็ย่อมดึงดูดการโจมตีจากโจรสลัดกลุ่มอื่นตามมา
ในสถานการณ์แบบนั้น อวิ๋นเจียวทิ้งพวกผู้หญิงที่อุตส่าห์ติดตามเธอไปไม่ได้
จนกระทั่งตอนนี้ ท้องทะเลกลับมาสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เรือเลี่ยเยี่ยนก็กลายเป็นหนึ่งในขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแถบนี้ ถึงอวิ๋นเจียวไม่อยู่ เรือเลี่ยเยี่ยนก็สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้สบาย
เธอจึงตัดสินใจว่าต้องไปแล้ว
ก่อนวันเดินทาง ทั้งเรือเลี่ยเยี่ยนจัดงานเลี้ยงส่งให้เธอ
อวิ๋นเจียวยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุด ชูแก้วไวน์ในมือขึ้น
“ขอให้เรือเลี่ยเยี่ยนเจริญรุ่งเรือง ขอให้ทุกคนโชคดี”
ทุกคนชูแก้วในมือขึ้นตอบรับ
“ขอให้หัวหน้าโชคดี เดินทางปลอดภัยนะ”
“หัวหน้า พวกเราจะคิดถึงเธอนะ”
“ต้องกลับมาเยี่ยมพวกเราบ้างนะ”
อวิ๋นเจียวมองพวกเธอแล้วแย้มยิ้ม ก่อนจะรับคำเสียงเบา
เช้าวันรุ่งขึ้น อวิ๋นเจียวบอกลาแค่สมาชิกระดับสูงไม่กี่คน
“ไว้เจอกันใหม่นะ”
พูดจบเธอก็กระโจนลงสู่ผืนน้ำ กลายร่างเป็นภูตทะเลที่แสนงดงาม แหวกว่ายหายลับไปอย่างรวดเร็ว
หลี่หลินจ้องมองทิศทางที่อวิ๋นเจียวจากไปเนิ่นนานไม่ยอมละสายตา
“เธอคือธิดาแห่งท้องทะเล ฉันภูมิใจในตัวเธอจริงๆ”
“ใช่แล้ว เธอคือหัวหน้าของพวกเรา เป็นเด็กที่พวกเราเฝ้ามองดูเธอเติบโตมานี่นา”
“พวกเราต้องช่วยกันพัฒนาเรือเลี่ยเยี่ยนให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แล้ววันหน้า พวกเราจะไปหาเธอที่ประเทศจีน!”
อวิ๋นเจียวพาหอยกาบที่ผลิตไข่มุกเตรียมไว้เดินทางกลับบ้าน
ใช่แล้ว จนถึงป่านนี้เธอก็ยังไม่ลืมเรื่องที่จะเพาะเลี้ยงไข่มุกทะเล
ถือว่ายังไม่ลืมเป้าหมายแรกเริ่มของตัวเอง
แต่ช่วงหลังๆ มานี้ เธอแทบไม่ต้องไปงมหาหอยกาบเองเลย พอมีคนรู้ว่าเธอกำลังตามหาหอยพวกนี้ ก็มีคนอาสาไปหามาประเคนให้ถึงที่
ถึงจะอาลัยอาวรณ์เรือเลี่ยเยี่ยนมากแค่ไหน แต่ว่า... พ่อ แม่ พี่ชาย ฉันกลับมาแล้ว!
[จบบท]