บทที่ 474: เปิดเทอม
อวิ๋นเจียวเดินตามพวกเขาไปดูรอบๆ บริษัท และยังแวะไปดูโซนที่พี่เก้ามักจะใช้เวลาอยู่เป็นประจำด้วย
บริษัทถึงกับมีห้องซ้อมและห้องดนตรีที่เตรียมไว้ให้อวิ๋นเสี่ยวจิ่วโดยเฉพาะ เครื่องดนตรีที่เขาเล่นเป็นก็มีเตรียมไว้ให้แทบจะครบทุกอย่าง
ก็สมควรอยู่หรอก เขาเป็นผู้ถือหุ้นของที่นี่นี่นา ก็ต้องมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นเป็นธรรมดา
มื้อเที่ยงผู้ช่วยเป็นคนเอาอาหารมาส่งให้
ซูฮ่วนยื่นบทละครปึกหนึ่งให้อวิ๋นเสี่ยวจิ่ว
"เสี่ยวจิ่ว ลองดูบทนี้สิ เขียนขึ้นมาตามที่เธอขอเลยนะ หนึ่งในตัวเอกเป็นนักแสดงงิ้ว ส่วนจะร้องเพลงงิ้วเรื่องอะไร เธอไปตกลงกับผู้กำกับเองก็แล้วกัน"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วรับมา อวิ๋นเจียวเองก็ชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วย
เนื้อหาของบทละครเป็นแนวรักชาติ ตัวเอกฝ่ายชายมีด้วยกันสามคน และนักแสดงงิ้วก็คือหนึ่งในนั้น
ตัวละครนี้ครบเครื่องทั้งความงดงาม ความเก่งกาจ และความรันทด ถูกปูบทมาอย่างดีเยี่ยม จุดจบคือตายอย่างน่าอนาถเพื่อปกป้องประเทศชาติ
ตัวละครแบบนี้มักจะเรียกความสงสารและความเสียดายจากคนดูได้ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับอวิ๋นเสี่ยวจิ่วแล้ว ฉากร้องงิ้วเขาก็เล่นเองได้โดยไม่ต้องใช้สแตนด์อิน นี่แหละคือบทแบบที่เขาต้องการ
พออ่านจบอวิ๋นเสี่ยวจิ่วก็พยักหน้าอย่างพอใจ
"เปิดกล้องเมื่อไหร่ล่ะ"
"อีกหนึ่งเดือน ทีมงานหลักๆ ก็หาได้ครบแล้ว บทมู่หลิงนี่ล็อกไว้ให้เธอเลยนะ"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วพยักหน้ารับ
"ตกลง"
"พี่คะ ตอนที่พี่ถ่ายหนัง ฉันไปหาที่กองถ่ายได้ไหม"
"ได้สิ พี่ต้อนรับเสมอเลย"
….
ซูฮ่วนมีงานต้องไปทำต่อ วันนี้อวิ๋นเสี่ยวจิ่วเลยพาอวิ๋นเจียวเดินเล่นอยู่ในบริษัท พวกเขาเข้าไปดูหนังในห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัว กินป๊อปคอร์นกับขนมขบเคี้ยว ไปเล่นดนตรี แล้วก็ไปซ้อมเต้น
มีช่วงหนึ่งที่อวิ๋นเสี่ยวจิ่วเล่นเปียโน ส่วนอวิ๋นเจียวก็เต้นรำไปตามจังหวะเพลง
ผู้จัดการส่วนตัวของอวิ๋นเสี่ยวจิ่วเดินผ่านมาเห็นพอดี เธอถึงกับยืนอ้าปากค้างด้วยความตะลึงในความงดงามนั้น
จากนั้นเธอก็รีบพุ่งเข้าไปจับมืออวิ๋นเจียวอย่างกระตือรือร้น ถามว่าสนใจจะเข้าวงการบันเทิงไหม
"คงไม่ล่ะค่ะ ตอนนี้ฉันค่อนข้างยุ่ง"
เรียนแพทย์แผนจีนมันยุ่งมากจริงๆ แถมเธอยังไม่ได้เรียนแค่วิชาเดียว แต่ยังลงเรียนวิชาเลือกเกี่ยวกับการวิจัยชีววิทยาทางทะเลอีกต่างหาก
ผู้จัดการทำหน้าเสียดาย แต่ก็ยังไม่อยากยอมแพ้
ภาพที่พี่น้องสองคน คนหนึ่งเล่นเปียโน คนหนึ่งเต้นรำเมื่อกี้มันสวยงามมากจริงๆ
เธอเลยลองถามดูอีกรอบว่าสนใจจะมาถ่ายมิวสิกวิดีโอสักเพลงไหม
อวิ๋นเจียวลองคิดดู
"ถ้าพี่ชายอยากให้ถ่าย แล้วตอนนั้นฉันมีเวลาว่าง ก็พอได้อยู่ค่ะ"
ถึงจะไม่คิดเข้าวงการบันเทิง แต่มาลองเล่นสนุกๆ ดูบ้างก็ไม่เสียหาย
ผู้จัดการพยักหน้ารัวๆ
"ดีเลย ดีๆๆ เอาไว้ตอนที่เฉินอันถ่ายมิวสิกวิดีโอ เธอต้องมาให้ได้นะ"
เธอจ้องมองอวิ๋นเจียวด้วยสายตาชื่นชมสุดๆ
"คนอะไรทำไมถึงได้สวยขนาดนี้นะ ทำไมถึงได้สวยขนาดนี้..."
อวิ๋นเจียวยิ้มเจื่อนๆ
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วกระแอมเบาๆ
"พี่หนาน ผมพาน้องสาวออกไปเที่ยวข้างนอกก่อนนะ เอาไว้ตอนที่กองถ่ายเปิดกล้องค่อยมารับผมก็แล้วกัน"
ผู้จัดการพยักหน้า มองตามหลังสองพี่น้องที่เดินจากไปด้วยสายตาละห้อย
"ครอบครัวนี้กะจะไม่เผื่อแผ่ความหน้าตาดีให้คนอื่นบ้างเลยหรือไง ฉันนึกว่าหน้าตาแบบอวิ๋นเฉินอันนี่คือลูกรักสวรรค์แล้วนะ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่สวยเป็นลูกรักสวรรค์ยิ่งกว่าอยู่อีก"
"ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องรีบวางแผนถ่ายมิวสิกวิดีโอแล้ว หน้าตาสวยฟ้าประทานขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ถ่ายเก็บไว้คงน่าเสียดายแย่"
….
"พี่หนานเขาก็บ้าคนหน้าตาดีแบบนี้แหละ"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วที่เดินออกมาถึงหน้าบริษัทแล้วหันไปบ่นกับน้องสาว
"แต่ความสามารถเขาก็ถือว่าใช้ได้เลยนะ แค่เพราะพี่หน้าตาดี เขาก็เอาแต่บอกว่าจะปล่อยให้ความสามารถของพี่โดนฝังไม่ได้ เรื่องงานเขาก็ทุ่มเทสุดๆ เสียอย่างเดียวคือชอบตื่นตูมไปหน่อย เวลาพี่ไปทำงานเขาก็จะส่งคนมาคอยประกบติดตลอด แถมยังมีพวกที่คอยตามคุ้มครองอยู่ห่างๆ อีก พี่ไม่ได้จะเจอเรื่องอันตรายอะไรบ่อยขนาดนั้นสักหน่อย"
อวิ๋นเจียวกำลังจะหัวเราะ แต่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ข้างบริษัท
"อวิ๋นเฉินอัน!"
เสียงกรี๊ดแหลมปรี๊ดด้วยความตื่นเต้นทำเอาแสบแก้วหูไปหมด
เธอกางแขนออก เตรียมจะพุ่งเข้าไปกอดอวิ๋นเสี่ยวจิ่ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากแถมยังไม่มีใครตั้งตัวทัน คนรอบข้างยังไม่ทันได้ตอบสนอง จะเข้าไปห้ามก็ไม่ทันแล้ว
อวิ๋นเจียวยกขาขึ้นแล้วถีบออกไปเต็มแรง
ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ทันได้เข้าใกล้อวิ๋นเสี่ยวจิ่ว ก็ปลิวหวือกระเด็นออกไปไกล
"ไม่อันตรายงั้นเหรอ"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเอง
"เขากอดพี่ไม่ถึงหรอกน่า เธอเองก็รู้ปฏิกิริยาตอบสนองของพี่ดีนี่นา"
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกซะหน่อย
ไม่ว่ายุคสมัยไหน มันก็มักจะมีพวกที่สติไม่ค่อยดีแล้วก็คลั่งไคล้ดาราจนเกินเหตุอยู่เสมอ
และเห็นได้ชัดเลยว่าในกลุ่มแฟนคลับของอวิ๋นเสี่ยวจิ่วก็มีคนประเภทนี้อยู่เหมือนกัน
แต่ทุกครั้งถ้าบอดี้การ์ดไม่ทันสังเกตเห็นแล้วเข้ามาขวางไว้ เขาก็หลบหลีกได้เองตลอด
ต้องบอกว่าการฝึกศิลปะการต่อสู้มันมีประโยชน์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้จนขาดสติ พวกแอนตี้แฟนที่ชอบหาเรื่อง หรือแม้แต่คนที่คู่แข่งส่งมา เขาก็สามารถหลบพ้นได้หมด
"ส่งตัวไปให้ตำรวจกงอันจัดการสั่งสอนหน่อยก็แล้วกัน พวกเราไปกันเถอะ"
พอจัดการเรื่องแฟนคลับคนนั้นเสร็จ อวิ๋นเสี่ยวจิ่วก็พาน้องสาวไปเที่ยวต่อ
ช่วงก่อนเปิดเทอม อวิ๋นเจียวไม่แวะไปหาพี่ชายคนนั้น ก็ไปเล่นกับพี่ชายคนนี้
เธอพยายามติดต่อไปหาพี่สามที่เป็นพวกชอบหายตัวด้วย
แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอกัน
จนกระทั่งถึงวันเปิดเทอม พวกพี่ชายก็แห่กันมาส่งเธอ
รถของพวกเขาจอดอยู่หน้ามหาวิทยาลัย ไม่ได้ดึงดูดความสนใจอะไรมากมายนัก
ที่นี่คือมหาวิทยาลัยชิงเป่ย ครอบครัวของเด็กที่สอบเข้าที่นี่ได้ ส่วนใหญ่ก็มีฐานะดีกันทั้งนั้น
เพราะงั้นการมีรถยนต์ส่วนตัวขับมาส่งก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่ถึงรถจะไม่แปลก ทว่าคนบนรถนี่สิที่แปลก
"เฮ้ย หล่อมาก"
"โอ้โห สวยจังเลย"
ครอบครัวตระกูลอวิ๋นกลายเป็นจุดสนใจของฝูงชนในพริบตา
โดยเฉพาะตอนที่อวิ๋นเจียวเดินไปรายงานตัว มีรุ่นพี่หลายคนเสนอตัวอยากจะช่วยถือของไปส่งที่หอพักกันให้วุ่น
พอพวกเธอเดินจากไป คนที่อยู่หน้ามหาวิทยาลัยก็เริ่มซุบซิบนินทากันยกใหญ่
ถึงสีผมของอวิ๋นเจียวจะดูแปลกตาไปสักหน่อย แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอสวยโดดเด่นมากจริงๆ
แล้วไหนจะพวกพี่ชายพวกนั้นอีก สวรรค์ ถ้าพวกเธอมีพี่ชายที่ทั้งหล่อทั้งดูดีมีชาติตระกูลแบบนั้นบ้าง ชีวิตนี้คงดีไม่น้อย
….
หอพักเป็นห้องแบบพักรวมสี่คน สภาพความเป็นอยู่ของมหาวิทยาลัยชิงเป่ยถือว่าดีมากทีเดียว
นอกจากปีแรกที่บังคับให้อยู่หอพักในแล้ว พอขึ้นปีสองก็สามารถไปเช่าหอพักข้างนอกอยู่ได้
อายุของอวิ๋นเจียวถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเด็กนักศึกษาที่สอบติดรุ่นเดียวกัน
พวกเธอมาถึงค่อนข้างเช้า ตอนที่เข้าไปในหอพัก มีเพื่อนร่วมห้องมาถึงก่อนแค่คนเดียว
เธอกำลังจัดที่นอนอยู่ พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็หันไปมอง รอยยิ้มที่เตรียมจะทักทายค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า
คนเยอะมาก แถมยังมีหนุ่มหล่อตัวสูงปรี๊ดยืนอออยู่ตรงประตูอีกเป็นพรวน ทำเอาเธอถึงกับไม่กล้าอ้าปากพูดอะไรเลย
สวี่เหมยแอบลอบมองอวิ๋นเจียว
จังหวะเดียวกันนั้น อวิ๋นเจียวก็หันไปมองเธอพอดี
"สวัสดี"
สวี่เหมยรีบตอบกลับ
"สวัสดี ฉันชื่อสวี่เหมย"
"ฉันชื่ออวิ๋นเจียวนะ"
ระหว่างที่พวกเธอคุยกัน พวกอวิ๋นเสี่ยวอู่ก็ช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางเข้ามาไว้ในห้องเรียบร้อยแล้ว
อวิ๋นเสี่ยวปาอาสา
"เดี๋ยวพี่ไปรองน้ำมาเช็ดเตียงกับโต๊ะให้"
อวิ๋นเสี่ยวอู่หันไปถามน้องสาว
"เจียวเจียว เสื้อผ้าพวกนี้จะเอาออกมาจัดเลยไหม"
"เดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะพี่"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วเสริมขึ้นมา
"งั้นพี่ไปเติมเงินในบัตรอาหารให้นะ"
อวิ๋นเจียวเห็นพวกพี่ชายต่างคนต่างง่วนอยู่กับการจัดของให้ เธอเลยรีบเปิดกระเป๋าเดินทางแล้วเอาเสื้อผ้าออกมาแขวนไว้ในตู้
ถึงสวี่เหมยจะก้มหน้าก้มตาจัดของตัวเองอยู่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบเหล่ไปมองพวกเขี้ยวบ่อยๆ
ก็หน้าตาดีกันทั้งครอบครัวขนาดนี้ ใครจะไปห้ามใจไม่ให้มองได้ล่ะ
ทำไมเธอถึงไม่มีพี่ชายที่ทั้งหล่อทั้งแสนดีแบบนี้บ้างนะ
พี่ชายเธอก็มีอยู่หรอก แต่ที่บ้านเธอลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาว พี่ชายเธอมันก็แค่ไอ้คนไม่ได้เรื่องที่ชอบดูถูกเธอ ครั้งนี้เกือบจะทำให้เธอไม่ได้มาเรียนมหาวิทยาลัยซะแล้ว
พอลองเอามาเปรียบเทียบกันแบบนี้ สวี่เหมยก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจพี่ชายตัวเองหนักเข้าไปอีก
พวกอวิ๋นเจียวมากันหลายคน แป๊บเดียวก็ช่วยกันจัดของจนเสร็จเรียบร้อย
เธอบอกลาสวี่เหมย แล้วก็พาพวกพี่ชายเดินออกจากหอพักไปเดินเล่นรอบๆ มหาวิทยาลัยด้วยกัน
[จบบท]