บทที่ 476: ลูกแมวสามสีกับความเข้าใจผิด
"คลอดลูกแล้วจริงๆ ด้วย"
เมื่อได้ยินเสียงลูกแมวร้องดังแว่วมาจากในตรอกไม่ไกลนัก ทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ
พวกเขาไม่ได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ เพราะกลัวว่าแม่แมวสามสีจะตกใจและมีปฏิกิริยาต่อต้าน
อวิ๋นเจียววางไส้กรอกสองชิ้นที่เหลือในมือลงบนพื้น เพื่อรอให้แม่แมวออกมากินเอง
แต่ขณะที่พวกเขากำลังจะหันหลังกลับ ทันใดนั้น แม่แมวสามสีก็เดินออกมา
พร้อมกับคาบลูกแมวตัวน้อยไว้ในปาก
ลูกแมวน้อยลืมตาแล้ว ลวดลายสามสีบนตัวกระจายตัวอย่างสวยงามน่ารัก
มันถูกคาบที่หลังคอ ร่างกายเล็กๆ หดเกร็ง ซุกอุ้งเท้าทั้งสี่และหางเข้าหาตัวพลางส่งเสียงร้องเหมียวๆ ไม่หยุด
แม่แมวสามสีวางลูกน้อยลงแทบเท้าของอวิ๋นเจียวและฟู่หมิงอวี้ ใช้ขาหน้าเขี่ยลูกเบาๆ ก่อนจะร้องเหมียวๆ ใส่พวกเขาอยู่สองครั้ง
อวิ๋นเจียว และ ฟู่หมิงอวี้ : ...
"นี่คือ...ยกให้พวกเราเหรอ"
ฟู่หมิงอวี้พยักหน้า ย่อตัวลงอุ้มลูกแมวสามสีตัวน้อยที่กำลังร้องด้วยความสับสนขึ้นมา
"แกจะยกลูกให้พวกเราจริงๆ เหรอ"
แม่แมวสามสีมองลูกน้อยด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
นี่คือลูกแมวที่หน้าตาดีที่สุดในครอก คนสองคนนี้ คนหนึ่งก็มักจะมาให้อาหารมันเป็นประจำ ส่วนอีกคนก็มีกลิ่นอายที่มันรู้สึกชอบ แถมยังใจดีให้ของกินตั้งเยอะแยะ ดูท่าทางแล้วในแต่ละวันคงจะหาอาหารได้ไม่น้อย ถ้าลูกน้อยตามพวกเขาไปจะต้องไม่อดตายอย่างแน่นอน
ในรังยังมีลูกแมวอีกตั้งสี่ตัว ให้มันเลี้ยงดูทั้งหมดคงจะลำบากเกินไป
เห็นฟู่หมิงอวี้ดูชอบใจ อวิ๋นเจียวก็บอกให้เขาพามันกลับไปเลี้ยง
แต่ฟู่หมิงอวี้กลับส่ายหน้า "เธอเองก็รู้สถานการณ์ที่บ้านฉันดี อีกอย่าง เวลาส่วนใหญ่ฉันก็ต้องอยู่กับอาจารย์ในห้องปฏิบัติการ คงไม่มีเวลาดูแลมันหรอก"
อวิ๋นเจียวถอนใจ "ฉันเองก็อยู่หอพักเหมือนกัน"
ทั้งสองคนสบตากัน ลูกแมวสามสีตัวนี้น่ารักน่าชังมาก จนพวกเขาเองก็อยากเลี้ยงมันจริงๆ
หลังจากปรึกษากันครู่หนึ่ง ฟู่หมิงอวี้ก็นึกขึ้นได้ว่าเขามีอพาร์ตเมนต์อยู่นอกมหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะนำลูกแมวสามสีไปไว้ที่อพาร์ตเมนต์ชั่วคราว เวลาที่อวิ๋นเจียวไม่มีเรียนก็จะไปเล่นเป็นเพื่อนมัน ส่วนช่วงนี้ฟู่หมิงอวี้ก็อยู่ที่มหาวิทยาลัยตลอด ตอนเย็นก็สามารถกลับไปดูแลมันได้
เมื่อตกลงกันได้อย่างลงตัว ทั้งสองคนก็แปะมือกันด้วยความยินดี
อวิ๋นเจียวหันไปบอกแม่แมวสามสี "เพื่อเป็นการตอบแทนที่เราพาลูกของแกไป ช่วงนี้ฉันจะมาให้อาหารแกทุกวันเลยนะ"
หลังจากบอกลาแม่แมวแล้ว ทั้งสองคนก็พาลูกแมวสามสีตัวน้อยไปซื้อของจำเป็น
ในเมืองหลวงตอนนี้มีร้านค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแล้ว มีบริการทั้งอาบน้ำ ตัดขน รวมถึงขายอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงและของเล่นต่างๆ ด้วย
ทั้งสองคนไม่ใช่คนขัดสนเรื่องเงินทอง จึงจัดการซื้อทั้งอาหารแมวเฉพาะ นมแพะผง ที่นอนแมว และของเล่นอีกหลายอย่างให้ลูกแมวสามสีอย่างครบครัน
แถมยังพาไปฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิอีกด้วย...
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ ลูกแมวสามสีก็ลืมตากลมโตสีเทาควันบุหรี่ที่ดูใสแจ๋ว นอนนิ่งอยู่อ้อมแขนของอวิ๋นเจียวอย่างว่าง่าย
"ดูเหมือนเจ้าตัวนี้จะเป็นแมวขนยาวนะ โตขึ้นต้องสวยมากแน่ๆ เลย"
ทั้งสองคนบอกลาและขอบคุณสัตวแพทย์ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังอพาร์ตเมนต์ของฟู่หมิงอวี้
อพาร์ตเมนต์แห่งนี้มีขนาดหนึ่งร้อยตารางเมตร สำหรับเขาที่อยู่คนเดียวถือว่ากว้างขวางมาก การตกแต่งก็เรียบง่าย
เมื่อลูกแมวสามสีมาถึงสถานที่ใหม่ ในตอนแรกมันยังมีท่าทีหวาดกลัว มุดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใต้โซฟาเป็นเวลานานโดยไม่ยอมออกมา
อวิ๋นเจียวและฟู่หมิงอวี้จึงช่วยกันจัดเตรียมของใช้สำหรับลูกแมวให้เข้าที่เข้าทาง
พอพวกเขาจัดของเสร็จ ลูกแมวสามสีก็ค่อยๆ มุดออกมาจากใต้โซฟาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ช่วงบ่ายก็ไม่มีเรียน อวิ๋นเจียวจึงมีเวลาอยู่ที่นี่เพื่อเล่นเป็นเพื่อนมันได้อย่างเต็มที่
แต่ก็กลัวว่าพวกพี่ชายจะมาหา เธอจึงต้องแวะกลับไปที่มหาวิทยาลัยสักหน่อย
ฟู่หมิงอวี้เสนอขึ้น "ฉันไปเป็นเพื่อนเธอแล้วกัน วันนี้กับพรุ่งนี้ถ้าเธอไม่เข้ามหาวิทยาลัย ก็พาลูกแมวกลับไปด้วยสิ"
อวิ๋นเจียวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตกลง เธอจับเจ้าตัวเล็กใส่กระเป๋าแมว เตรียมทั้งนมผง ขวดนม และอาหารแมวติดตัวไปด้วย จากนั้นทั้งสองก็หยอกล้อลูกแมวไปพลางเดินกลับไปที่มหาวิทยาลัย
อวิ๋นเสี่ยวอู่ที่กำลังตามหาอวิ๋นเจียวไปทั่ว พอเดินกลับมาที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยก็บังเอิญเห็นฟู่หมิงอวี้กับอวิ๋นเจียวเข้าพอดี ตอนแรกเขาก็รู้สึกดีใจที่เจอน้องสาว แต่พอมองไปมองมาก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ
นั่นน้องสาวนายรึไงถึงได้เข้าไปเดินใกล้ขนาดนั้น
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ยินคนรอบข้างซุบซิบกันว่าทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก
เหมาะสมกะผีน่ะสิ!
เขาเดินหน้าดำคร่ำเครียดเข้าไปหา
"เจียวเจียว หายไปไหนมา พี่ไปหาที่ห้องเรียนกับที่หอพักก็ไม่เจอ"
อวิ๋นเจียวตอบ "บ่ายนี้ฉันไม่มีเรียนไง ก็เลยออกไปทำธุระนิดหน่อย"
"พี่ห้า" ฟู่หมิงอวี้เอ่ยทักทาย
อวิ๋นเสี่ยวอู่เปิดฉากด้วยน้ำเสียงประชดประชันทันที
"ฟู่หมิงอวี้ นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกไม่กล่าวกันบ้าง โผล่มาปุ๊บก็มาหาน้องสาวฉันปั๊บเลยนะ"
เมื่อก่อนก็เคยมองว่าเป็นพี่เป็นน้องที่พอคบหาได้ แต่วันนี้พอเห็นทั้งคู่เดินมาด้วยกัน ทำไมยิ่งมองก็ยิ่งขัดหูขัดตา
อวิ๋นเจียวมองหน้าเขาด้วยความสงสัย
"พี่เป็นอะไรไป ใครทำให้โมโหมาเนี่ย"
อวิ๋นเสี่ยวอู่ : ...
เขาจะพูดออกไปได้ยังไงว่ากำลังสงสัยว่าไอ้หมอนี่มันคิดไม่ซื่อ
"ไม่มีอะไร" เขามองอวิ๋นเจียว "แล้วนี่พวกเธอไปไหนกันมา"
อวิ๋นเจียวรีบอุ้มลูกแมวสามสีออกมมาให้เขาดูด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับเล่าที่มาที่ไปของมัน และบอกว่าต่อจากนี้ไปเธอจะเลี้ยงมันร่วมกับฟู่หมิงอวี้
"อะไรนะ!"
พอได้ยินว่าเธอจะเลี้ยงแมวร่วมกับฟู่หมิงอวี้ อวิ๋นเสี่ยวอู่ก็แผดเสียงร้องลั่นทันที
"เธอจะไปเลี้ยงกับเขาเนี่ยนะ ทำไมไม่เลี้ยงเองหรือไม่ก็ให้เขาเลี้ยงไปคนเดียว สนิทกันถึงขั้นนั้นเชียวเหรอ"
อวิ๋นเจียวมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
"พี่ห้า พี่เป็นอะไรไป พวกเราก็สนิทกันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ พี่กับพี่หมิงอวี้ก็สนิทกันนี่นา หรือว่าพวกพี่ทะเลาะกันตอนไหน"
ฟู่หมิงอวี้ตอบ "เปล่านะ"
อวิ๋นเสี่ยวอู่ยกมือขึ้นเกาหัว ท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่าน
"มันไม่ใช่เรื่องสนิทหรือไม่สนิทหรอกนะ...แต่พวกเธอเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ เดี๋ยวคนเขาก็เข้าใจผิดหรอก เจียวเจียว เธอเพิ่งจะอายุสิบหกเองนะ ห้ามมีความรักก่อนวัยอันควรเด็ดขาดเข้าใจไหม"
อวิ๋นเจียว : ...
สายตาของฟู่หมิงอวี้ไหววูบเล็กน้อย เม้มปากแน่นไม่พูดอะไร
"พี่กำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย"
เธอถอนหายใจอย่างระอา "ฉันอยู่หอพัก ถึงจะอยากเอาแมวไปเลี้ยงที่นั่นก็เถอะ แต่มันมีรูมเมตคนอื่นอยู่ด้วยนะ พอดีฟู่หมิงอวี้มีอพาร์ตเมนต์อยู่แถวนี้ กลางวันเขาทำงานในห้องปฏิบัติการ กลางคืนถึงจะกลับ ฉันเลยอาศัยช่วงที่ไม่มีเรียนแวะไปดูแมวให้ พี่จะคิดไปไกลถึงไหนกัน"
อวิ๋นเสี่ยวอู่เสนอ "งั้นก็เอากลับไปเลี้ยงที่บ้านเราสิ"
"ฉันก็อยากทำแบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่บ้านเราไกลจะตาย พวกเราก็ได้กลับแค่ช่วงวันหยุด จะปล่อยให้มันอยู่ตัวเดียวได้ยังไง"
อวิ๋นเสี่ยวอู่ได้แต่เกาหัวจนปัญญา
เขาเหลือบมองลูกแมวสามสีแสนสวยในอ้อมแขนของน้องสาว
เอาเถอะ จะห้ามไม่ให้เลี้ยงก็พูดไม่ออกซะด้วย
"ยังไงก็ระวังตัวกันหน่อยก็แล้วกัน ถึงพวกเธอจะบริสุทธิ์ใจ แต่คนในมหาวิทยาลัยนี้ปากหอยปากปูกันเยอะแยะ ขืนมีคนเอาไปพูดกันผิดๆ มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอาได้"
ยังไงเขาก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีว่าเจ้าฟู่หมิงอวี้นี่มันต้องมีแผนอะไรแน่ๆ
"รู้แล้วน่า พี่เลิกคิดมากได้แล้ว"
เธอบอกลาฟู่หมิงอวี้แล้วอุ้มลูกแมวสามสีเดินกลับบ้านไปพร้อมกับพี่ห้า
ลูกแมวสามสีต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมใหม่อีกครั้ง แต่มันก็เริ่มคุ้นเคยกับอวิ๋นเจียวแล้ว ความกล้าหาญจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มันเริ่มค่อยๆ เดินสำรวจโลกใบใหม่อย่างระมัดระวัง
แต่วันหยุดมีแค่สองวันเท่านั้น
อวิ๋นเจียวใช้เวลาสองวันนี้ทำความคุ้นเคยกับลูกแมวสามสีจนสนิทสนมกันดี
พร้อมกับตั้งชื่อให้มันเสร็จสรรพว่า "ฮวาฮวา"
พอถึงเวลาไปเรียน เธอก็เอามันไปฝากไว้ที่อพาร์ตเมนต์ของฟู่หมิงอวี้
ด้วยเหตุผลเรื่องลูกแมวตัวนี้เอง ในสายตาของคนนอก ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงดูสนิทสนมกันมากจริงๆ
ตอนอวิ๋นเจียวกลับมาที่ห้องเรียน เพื่อนร่วมห้องต่างก็พากันถามเธอ
"เธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับเดือนมหาวิทยาลัยอย่างรุ่นพี่ฟู่เหรอ"
"มีแต่คนลือกันให้แซ่ดว่าพวกเธอสองคนกำลังคบกันอยู่"
อวิ๋นเจียวคิดในใจ พี่ห้าพูดถูกเผงเลยแฮะ
"ไม่ได้คบสักหน่อย ฉันกับเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วน่ะ เป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้นแหละ"
หงเหยียนลากเสียงยาว "อ๋อ~ เพื่อนสมัยเด็กนี่เอง"
อวิ๋นเจียวพยักหน้ารับอย่างเปิดเผย "ก็คงงั้นแหละ"
เพื่อนสมัยเด็กของเธอมีเยอะแยะไป
แต่ไม่ได้เป็นแบบที่พวกเธอคิดกันหรอกนะ
และตอนนี้อวิ๋นเจียวก็ยังไม่มีความคิดที่จะมีความรักด้วย
เผิงเล่อเล่อขยับแว่นตาบนสันจมูก
"เจียวเจียว งั้นเธอต้องระวังตัวให้ดีแล้วล่ะ ได้ยินมาว่ามีรุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งหน้าตาสวยมากกำลังตามจีบรุ่นพี่ฟู่อยู่ บ้านพี่เขาก็มีอิทธิพลไม่เบาเลยนะ เท่าที่พวกเรารู้มา รุ่นพี่ฟู่เย็นชากับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่กับรุ่นพี่คนนั้นด้วย แต่เขากลับปฏิบัติกับเธอต่างออกไป รุ่นพี่คนนั้นคงต้องมาหาเรื่องเธอแน่ๆ"
อวิ๋นเจียวขมวดคิ้ว
เธอไม่ได้กลัวหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันคงน่ารำคาญพิลึก
"ไม่เป็นไรหรอก ฉันเองก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ เหมือนกัน"
อวิ๋นเจียวไม่คาดคิดเลยว่า ในวันที่สาม เธอจะได้เผชิญหน้ากับคนที่เผิงเล่อเล่อพูดถึงจริงๆ
"เธอคืออวิ๋นเจียวงั้นเหรอ อยู่ให้ห่างจากฟู่หมิงอวี้ซะ"
หญิงสาวกอดอก กวาดสายตามองอวิ๋นเจียวตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและเอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
อวิ๋นเจียวตอกกลับ "ช่วยหลบหน่อย ขวางทางคนอื่นเขา"
"ที่ฉันพูดนี่ไม่ได้ยินรึไง ฟู่หมิงอวี้ไม่ใช่คนที่คนบ้านนอกอย่างพวกเธอจะเอื้อมถึง ฉันขอเตือนให้รู้เจียมตัวเอาไว้บ้าง ครอบครัวของฉันกับครอบครัวเขากำลังคุยเรื่องงานหมั้นกันอยู่ เขาไม่มีทางไปคบกับเธอหรอก"
อวิ๋นเจียวหัวเราะหยัน "ครอบครัวที่เธอพูดถึงเนี่ย คงไม่ใช่พ่อที่ทำตัวไข่แล้วทิ้งกับแม่เลี้ยงหรอกนะ"
"นี่เธอ...หนอย เรื่องในครอบครัวของฟู่หมิงอวี้เธอก็รู้ดีขนาดนี้เลยเหรอ สมแล้วที่เป็นนังร่านไร้ยางอายที่คิดจะจับคนรวย!"
อวิ๋นเจียวกำลังจะเงื้อมือตบหน้าสั่งสอน แต่ฟู่หมิงอวี้ก็โผล่มาเสียก่อน
สีหน้าของเขาดูย่ำแย่มาก ดูเย็นชาเสียยิ่งกว่าแต่ก่อน
"ดูเหมือนคำเตือนคราวก่อนของฉันจะไม่ได้ผล งั้นฉันจะให้คุณปู่เป็นคนไปคุยกับครอบครัวของเธอเองก็แล้วกัน"
[จบบท]