เจียงเหวยเหยาไม่รอช้าแม้วินาทีเดียว จิตของเธอยังเชื่อมกับร่างในโลกปัจจุบันได้อยู่ เธอรีบ "คุมร่าง" ในโลกเดิมให้ลุกออกจากห้องแล็บของโรงพยาบาล โทรศัพท์ลางานฉุกเฉินหนึ่งสัปดาห์กับหัวหน้า แล้วขับรถส่วนตัวตรงกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
ที่นั่นคือคลังสะสมทั้งชีวิตของเธอ ห้องเก็บของที่อัดแน่นด้วยข้าวสาร น้ำมัน อาหารกระป๋อง และยาสามัญ เธอเพียงเดินไล่แตะไปทีละชั้นวาง ข้าวของก็ทยอยเลือนหายเข้าสู่มิติทีละกอง รวดเร็วราวกับมีมนตร์ ไม่ลืมล้วงเงินสดที่ซ่อนไว้ใต้ที่นอนกับสมุดบัญชีเงินฝากเก็บใส่มิติจนหมด
ก่อนออกจากอพาร์ตเมนต์ เธอเปิดแอปธนาคารเช็กยอดเงินอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ตัวเลขในบัญชีของเธอมีมากถึงร้อยกว่าล้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับคนอย่างเธอเลย
เจียงเหวยเหยาไม่ได้เป็นเพียงเภสัชกรกินเงินเดือนธรรมดา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอคิดค้นสูตรตำรับยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจนได้จดสิทธิบัตรไว้หลายตัว บริษัทยาใหญ่หลายแห่งขอซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตขาย ทำให้เธอมีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์เข้ามาต่อเนื่องปีแล้วปีเล่าเป็นกอบเป็นกำ ยิ่งไปกว่านั้น เธอเป็นคนไม่มีครอบครัวให้ต้องดูแล ใช้ชีวิตเรียบง่ายสมถะ เงินที่หามาได้จึงนำไปลงทุนในทองคำและอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ทบต้นทบดอกจนงอกเงยเป็นร้อยล้าน นิสัยชอบวางแผนล่วงหน้าของเธอไม่ได้มีแค่กับข้าวของ แต่รวมถึงเรื่องเงินทองด้วย
ด้วยเงินก้อนนี้ การจะกวาดซื้อทั้งเมืองในเจ็ดวันจึงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเลย เธอหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาร่างรายการอย่างเป็นระบบ แบ่งเป็นหมวดหมู่ และวางแผนว่าแต่ละวันจะไปที่ไหนบ้าง เพราะเธอรู้ดีว่าเงินร้อยล้านในโลกเดิมอาจเป็นเพียงตัวเลข แต่หากแปรเป็นเสบียงและอุปกรณ์ติดตัวไปยังยุค 70 มันจะกลายเป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้
วันแรก เธอเริ่มจากเรื่องปากท้อง
เธอลงทุนเช่ารถหกล้อทึบไว้สำหรับใส่ของและเก็บของเข้ามิติโดยไม่มีใครเห็น รถเข็นคันแล้วคันเล่าถูกเข็นผ่านทางเดินในห้างค้าส่งขนาดยักษ์ เจียงเหวยเหยาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเป็นระบบราวกับแม่ทัพวางแผนศึก เธอกวาดข้าวสารกระสอบขนาดยี่สิบห้ากิโลกรัมใส่รถจนเต็ม กระสอบแล้วกระสอบเล่า ตามด้วยแป้งสาลี แป้งข้าวโพด ถั่วชนิดต่างๆ
เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะเก็บของหายวับต่อหน้าธารกำนัล เมื่อรถเข็นเต็ม เธอก็เข็นไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ตามปกติ รูดบัตรให้เรียบร้อย รับใบเสร็จมาถือไว้ จากนั้นจึงเข็นออกไปยกขึ้นรถหกล้อที่จอดรออยู่ พอปิดประตูท้ายรถมิดชิดพ้นสายตาคน เธอก็ยื่นมือแตะข้าวของเบาๆ ของทั้งคันรถก็เลือนหายเข้ามิติในพริบตา เหลือเพียงกระบะเปล่าให้เธอเข็นรถกลับไปช้อปรอบใหม่ ทำซ้ำเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
พนักงานเห็นเธอซื้อทีละมากๆ ขนขึ้นรถหกล้อ ก็คิดว่าเธอเป็นพ่อค้าคนกลางมารับของไปขายต่อ เธอจึงยิ้มรับ ไม่ปฏิเสธ เมื่อเธอจ่ายเงินครบทุกบาททุกสตางค์ ไม่มีพิรุธ ทุกคนจึงไม่ติดใจสงสัย เธอคิดในใจว่า ยิ่งซื้ออย่างสุจริต มิติก็ยิ่งเติบโต จึงไม่คิดฉวยของฟรีแม้แต่ชิ้นเดียว
น้ำมันพืชมีค่ามากในยุคนั้น เธอกวาดมาเป็นลังๆ ทั้งน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำมันถั่วลิสง ตามด้วยเครื่องปรุงครบครัน เกลือ น้ำตาลทราย น้ำตาลกรวด ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู เต้าเจี้ยว พริกแห้ง พริกไทย เครื่องเทศนานาชนิด ราวกับจะเปิดร้านของชำ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกวาดมาเป็นร้อยลัง พร้อมอาหารกระป๋องทุกชนิด นมข้นหวาน นมผง ขนมปังกรอบ ลูกอม ช็อกโกแลต และของแห้งอย่างเห็ดหอม เห็ดหูหนู วุ้นเส้น สาหร่าย กุ้งแห้ง ปลาเค็ม สุดท้ายเธอตรงไปโซนแช่แข็ง กวาดเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ เป็ด ปลา กุ้ง ใส่มิติจนเต็ม เพราะเวลาในโกดังหยุดนิ่ง เนื้อสดจะคงความสดใหม่ตลอดกาล
วันที่สอง เป็นเรื่องเครื่องนุ่งห่มและของใช้
เธอนึกถึงความหนาวเหน็บในความทรงจำของร่างเดิม จึงกวาดผ้าห่มนวมหนา เสื้อโค้ทกันหนาว เสื้อไหมพรม ถุงเท้า ถุงมือ หมวกไหมพรม รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบูท เสื้อชั้นในและกางเกงในทั้งของผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กหลายวัย และที่ขาดไม่ได้คือผ้าฝ้ายเป็นพับๆ โดยเลือกสีเรียบไม่ฉูดฉาดให้เข้ากับยุคนั้น เพราะผ้าหนึ่งพับตัดเย็บเสื้อได้หลายชุดและใช้แลกของได้ดี เข็มกับด้ายเธอก็หามาคู่กัน นอกจากนี้เธอยังเจอจักรเย็บผ้าแบบใช้มือหมุนที่ทำงานด้วยถ่านไฟฉาย เลยเหมามาหลายร้อยเครื่อง พร้อมตุนถ่านไฟฉายไว้ใช้อีกหลายพันก้อน พูดถึงเรื่องเย็บปักถักร้อย เธอก็นึกขึ้นได้ว่าจักรเย็บผ้าคือหนึ่งใน "สามสิ่งใหญ่" ที่มีค่าที่สุดในยุคนั้น จะซื้อสักเครื่องต้องมีทั้งเงินและคูปองอุตสาหกรรมที่หายากยิ่ง เธอจึงไม่รอช้า กวาดซื้อจักรเย็บผ้ามาทุกแบบ ทั้งรุ่นโบราณแบบเท้าถีบที่ทนทานใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า เหมาะกับชนบทที่ไฟยังเข้าไม่ถึง และรุ่นใหม่แบบใช้ไฟฟ้าที่เย็บได้รวดเร็ว เธอเหมามาหลายสิบหลายร้อยเครื่องเท่าที่จะหาของได้ คิดเผื่อไว้ทั้งใช้เอง แบ่งขายทำกำไร และหากมีโอกาส ก็จะรวบรวมตั้งเป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเล็กๆ สร้างงานสร้างรายได้ในภายหน้า พร้อมกันนั้นก็ตุนอะไหล่จักร เข็มจักร กระสวย ด้ายหลากสี และผ้าสำหรับตัดเย็บไว้เป็นจำนวนมาก ไม่ลืมของสำคัญของผู้หญิงและเด็ก เธอกวาดผ้าอนามัยหลายลัง กางเกงอนามัยอีกหลายสิบลัง นมผงเด็กทุกสูตร ขวดนม จุกนม ชุดเด็กอ่อนหลายไซส์ และผ้าอ้อมเด็กทั้งแบบผ้าและแบบสำเร็จรูปเป็นจำนวนมาก เผื่อไว้สำหรับอนาคต เพราะของพวกนี้ในยุค 70 หายากและมีค่ายิ่งนัก แถมด้วยเครื่องครัวทั้งหลายแหล่ ทั้งที่ใช้ในบ้าน ที่ใช้เปิดร้านอาหาร ขนาดเล็ก ไปจนถึงใหญ่ทำเลี้ยงคนเป็นร้อย เธอก็กวาดเข้ามิติจนหมด เงินมีเยอะ ไม่ได้อยู่ใช้แล้ว กวาดให้เกลี้ยง!!!!!
วันที่สาม เธอมุ่งไปโซนเครื่องใช้ไฟฟ้าและพลังงาน
เธอกวาดหม้อหุงข้าวไฟฟ้า กาต้มน้ำ กระติกเก็บความร้อน พัดลม เครื่องทำน้ำอุ่น ผ้าห่มไฟฟ้า ไมโครเวฟ หม้อทอดไร้น้ำมัน เตาอบ เตาปิ้งย่าง เตาชาบูหมูกระทะ โดยเลือกทั้งแบบใช้ถ่านและใช้ไฟฟ้า วิทยุรุ่นเก่าและรุ่นที่เป็นแบบใส่ USB พร้อมเพลงก็กวาดติดไปด้วย "เหลือดีกว่าขาด" เธอคิด ส่วนตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ตู้แช่แข็ง เธอเอาไปเผื่อไว้อย่างละยี่สิบชุด รวมถึงไฟฉายทั้งแบบกระบอกและแบบคาดหัว ทั้งชนิดใส่ถ่านและชนิดชาร์จไฟบ้าน เผื่อถึงยุคที่มีไฟฟ้าใช้แล้วจะนำไปใช้และขายได้ เธอยังสั่งจองแบตเตอรี่สำรองแบบพกพาหลายร้อยอันแล้วจ้างคนทำการชาร์จไฟให้จนเต็มทุกอัน เผื่อพกพาใช้งาน
ถ่านไร้ควันเธอยกกระสอบใหญ่ไปเป็นร้อยกระสอบ "ของมันต้องมี" พร้อมเตาแก๊ส เตาปิกนิกใช้แก๊สกระป๋อง แก๊สกระป๋องอีกพันกล่อง และสั่งถังแก๊สไปด้วย ที่สำคัญ เธอไม่ลืมสั่งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่สำรองและอินเวอร์เตอร์หลายสิบชุด เพราะรู้ว่าในชนบทยุคนั้นไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง หากมีโซลาร์เซลล์ เธอก็จะมีไฟใช้อย่างลับๆ ได้ในยามจำเป็น รวมทั้งแอร์เธอก็สั่งติดไปด้วยอีกเกือบร้อยเครื่อง พร้อมทั้งคู่มือติดตั้งอุปกรณ์ต่างที่ไปกวาดมา เครื่องมือช่างต่างๆ เพื่อใช้ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เธอกวาดไป และแน่นอน มันเอาไปขายได้นะ ชุดเครื่องมือจัดใส่กล่องหิ้วแบบนี้นะ เธอจะพลาดได้ไง เหมาหมดจ้า
ของเล่นเด็กทั้งของผู้หญิง ผู้ชาย หลายแบบหลายชนิด ทั้งเสริมทักษะไปจนเล่นเอาสนุก รถจักรยานเด็กอีกหลายร้อยคัน ที่เธอกวาดไปด้วย
วันที่สี่และห้า เป็นเรื่องยานพาหนะและที่อยู่อาศัย
เรื่องรถนั้นซื้อกลางดึกไม่ได้ เธอจึงโทรหาเถ้าแก่เจ้าของเต็นท์รถและร้านขายรถที่รู้จักกันดี โอนเงินมัดจำก้อนโตพร้อมค่าตอบแทนพิเศษให้เปิดร้านรับเธอเป็นกรณีเร่งด่วน ด้วยเงินที่จ่ายงามและความสัมพันธ์ที่มีมานาน ทุกฝ่ายจึงยินดีจัดให้ เธอไล่เลือกตั้งแต่รถจักรยานหลายร้อยคันเผื่อเอาไปขายหารายได้ รถจักรยานไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ทั้งแบบใช้น้ำมันและแบบไฟฟ้า รถสามล้อทั้งแบบถีบ แบบเครื่องยนต์ และแบบไฟฟ้า ไปจนถึงรถยนต์ส่วนตัวของเธอเอง รถกระบะขนของ รถบรรทุกหกล้อ และรถจี๊ปสมบุกสมบัน เมื่อรับรถมาจอดในลานส่วนตัวที่ลับตาคน เธอก็เดินไล่แตะทีละคัน เก็บเข้ามิติจนหมด
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังสั่งบ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูปหลายหลังจากโรงงาน พร้อมอุปกรณ์ก่อสร้างครบชุด ทั้งหลังคาชนิดต่างๆ ปูน อิฐ เหล็ก ไม้ ตะปู ค้อน เลื่อย สว่าน เครื่องมือช่างนานาชนิด กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ท่อน้ำ สายไฟ เพราะเธอวางแผนไว้แล้วว่าเมื่อไปถึงหมู่บ้าน เธอจะสร้างบ้านของตัวเองที่แข็งแรงและสะดวกสบายกว่าใคร
วันที่หก เธอเตรียมเรื่องการเกษตรและการดำรงชีพระยะยาว
ในฐานะเจ้าของมิติที่มีผืนดินเพาะปลูก เธอกวาดเมล็ดพันธุ์ผักทุกชนิด เมล็ดและกล้าผลไม้นานาพรรณ ต้นกล้าไม้ยืนต้น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี อุปกรณ์การเกษตรครบครัน ทั้งจอบ เสียม คราด บัวรดน้ำ กรรไกรตัดกิ่ง ตาข่าย และเครื่องมือทุ่นแรงต่างๆ เพราะเธอตั้งใจจะปลูกทุกอย่างในมิติให้งอกงาม แล้วค่อยๆ นำผลผลิตออกมาขายหรือแบ่งปันอย่างแนบเนียน พวกรถไถ รถแทรกเตอร์สารพัดประโยชน์ รถเกี่ยวข้าว เครื่องจักรทางการเกษตรขนาดใหญ่ เธอก็กวาดใส่ไปด้วย เผื่อใช้งานในมิติ และข้างนอก
เธอไม่ลืมอุปกรณ์แคมปิ้งชั้นดี ทั้งเต็นท์กางเร็ว ถุงนอน หมอน และเต็นท์ลมหลังใหญ่แบบทันสมัย รวมถึงอุปกรณ์แคมปิ้งหรูหราครบชุด เผื่อไว้ยามต้องเดินทางหรือพักแรมกลางทาง เพราะเธอรู้ว่าการเดินทางในยุค 70 นั้นทุลักทุเลเพียงใด
วันที่เจ็ด วันสุดท้าย เธอเก็บสิ่งที่สำคัญที่สุดสามอย่าง
อย่างแรกคือ "ยา" ในฐานะเภสัชกร เธอตรงไปร้านขายยาขนาดใหญ่ กวาดยาทุกชนิดที่จำเป็น ยาแก้ไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ วิตามิน ยาบำรุงเลือด ยาสำหรับสตรีมีครรภ์และเด็ก พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ครบชุด ทั้งเข็มฉีดยา สำลี ผ้าก๊อซ แอลกอฮอล์ ไอโอดีน ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดความดัน กระทั่งอุปกรณ์ผ่าตัดเล็ก เธอรู้ดีว่าในยุค 70 ยาปฏิชีวนะเม็ดเดียวอาจมีค่ายิ่งกว่าทองคำ เพราะช่วยชีวิตคนจากการติดเชื้อที่อาจถึงตายได้ นอกจากนี้ยังแวะร้านสมุนไพรจีนที่รู้จัก กวาดสมุนไพรล้ำค่ามาเต็มมิติ ทั้งโสม เห็ดหลินจือ ตังกุย โกฐ และตัวยาตามตำรับที่เธอเชี่ยวชาญ
อย่างที่สองคือ "ทองคำ" เธอตรงไปร้านทอง กวาดทองคำแท่งและเครื่องประดับเท่าที่เงินจะซื้อได้ เพราะทองมีค่าไม่เสื่อมคลายในทุกยุคสมัย ไม่ว่าไปอยู่ที่ไหน ก็เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เสมอ นอกจากทองคำ เธอยังนึกถึงของล้ำค่าอีกอย่างที่เป็นที่ใฝ่ฝันของคนยุคนั้น นั่นคือ "นาฬิกาข้อมือ" ซึ่งจัดเป็นหนึ่งใน "สามสิ่งใหญ่" ที่ทุกครอบครัวปรารถนาจะมีไว้ครอบครอง เธอจึงกวาดซื้อนาฬิกาข้อมือทั้งของผู้หญิงและผู้ชายมาแบบละพันเรือน มีตั้งแต่รุ่นเรียบง่ายไปจนถึงรุ่นหรูหรา เพราะรู้ดีว่าในยุค 70 นาฬิกาสักเรือนหนึ่งมีค่ายิ่งกว่าเงินเดือนหลายเดือนรวมกัน หากนำออกขายในตลาดมืดอย่างระมัดระวัง ย่อมทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ และยังใช้เป็นของกำนัลสร้างสัมพันธ์กับคนสำคัญได้อีกด้วย
และอย่างสุดท้ายคือ "ความรู้" เธอรู้ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะหวนกลับมา จึงกวาดตำราเรียนทุกระดับชั้น ตั้งแต่ประถมถึงมหาวิทยาลัย ทั้งคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ภาษา ประวัติศาสตร์ พจนานุกรม รวมถึงหนังสือความรู้ด้านเกษตรกรรม การแพทย์ และเทคนิคต่างๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ในอนาคต
เมื่อเจ็ดวันผ่านไป โกดังในมิติที่เคยว่างเปล่าบัดนี้อัดแน่นไปด้วยเสบียงและสิ่งของมหาศาลราวกับคลังหลวง
เสียงในมิติดังเตือนขึ้น "เหลือเวลาอีกห้านาที การเชื่อมต่อระหว่างสองโลกกำลังจะสิ้นสุด"
เจียงเหวยเหยากวาดตามองโกดังที่เต็มแน่นตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย เธอควบคุมร่างในโลกเดิมกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ หยิบของมีค่าทางใจชิ้นสุดท้าย นั่นคือรูปถ่ายของยาย แล้วเก็บใส่มิติอย่างทะนุถนอม
"ยาย... ในที่สุดหนูก็เข้าใจแล้วว่าทำไมยายถึงบอกให้เก็บสร้อยเส้นนี้ไว้" เธอกระซิบ น้ำตาคลอเบ้า "หนูจะใช้มันให้ดีที่สุด หนูจะมีชีวิตที่ดี ยายไม่ต้องห่วงหนูอีกต่อไปแล้ว"
เมื่อนาฬิกานับถอยหลังใกล้เป็นศูนย์ เธอยืนอยู่กลางมิติ มองกองเสบียงมหาศาลแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจสุดหัวใจ นี่คือความมั่นคงที่แท้จริง เป็นเกราะป้องกันที่ทำให้เธอไม่ต้องหวาดกลัวความอดอยากอีกต่อไป ไม่ว่าจะไปอยู่ยุคสมัยใด ขอเพียงมีของกินของใช้ติดตัว เธอก็จะไม่มีวันตกอยู่ในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอกเหมือนร่างเดิมของเด็กสาวคนนั้น
"ยุค 70 รอฉันด้วยนะ" เธอกระซิบ พลางก้มมองสร้อยหยกที่ยังเรืองแสงมรกตอ่อนๆ บนอก "คราวนี้ ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด สร้างชีวิตใหม่ให้สมกับที่ได้เกิดใหม่อีกครั้ง เพื่อเด็กสาวคนนั้น และเพื่อตัวฉันเอง"
ในวินาทีที่เสียงนับถอยหลังดังถึงศูนย์ แสงมรกตก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง กลืนทุกความรู้สึกและความคิดของเธอหายไปในความว่างเปล่า ประตูระหว่างสองโลกปิดตายลงอย่างสมบูรณ์ ทิ้งไว้เพียงห้องแล็บที่เงียบงันในอีกภพหนึ่ง กับเรื่องราวชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นในอีกกาลเวลาหนึ่ง...
เมื่อความมืดจางหาย สิ่งที่รอเธออยู่คือกลิ่นอับชื้นของห้องไม้เก่า เสียงด่าทอที่แสนคุ้นเคย และการล้างแค้นครั้งใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น
จบตอน 2