โถงทางเดินของตึกครอบครัวยามสายค่อนข้างเงียบ เพราะผู้ใหญ่ออกไปทำงานที่โรงงานกันหมด เหลือเพียงเสียงเด็กเล็กเล่นซนอยู่ปลายตึกและเสียงวิทยุกระจายข่าวแว่วมาจากห้องใดห้องหนึ่ง เธอปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนา แล้วดึงผ้าม่านกั้นห้องปิดสนิทอีกชั้น เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีใครเห็น
"ได้เวลาไปดูของของฉันแล้ว" เธอกระซิบ หลับตาลง ส่งจิตเชื่อมกับสร้อยหยกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ
วูบเดียว ความรู้สึกเหมือนถูกกระแสน้ำอุ่นพัดพา เมื่อลืมตาอีกครั้ง เธอก็ยืนอยู่กลางทุ่งเขียวขจีอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งอากาศบริสุทธิ์สดชื่นจนแทบสำลัก ต่างจากความอับชื้นของห้องแคบๆ ในตึกโรงงานราวฟ้ากับเหว
ก่อนอื่น เสียงเย็นในสมองก็ดังขึ้นอธิบายกฎที่เธอควรรู้ "แจ้งเตือนเจ้าของ ขณะที่เจ้าอยู่ในมิติ เวลาของโลกภายนอกจะเดินช้ากว่าภายในหลายสิบเท่า เจ้าจึงใช้เวลาในนี้ได้ตามสบายโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับได้ว่าหายตัวไปนาน"
เจียงเหวยเหยาถึงกับยิ้มออกมา นี่คือข่าวดีที่สุด หมายความว่าเธอสามารถเข้ามาทำอะไรในมิติได้นานเท่าที่ต้องการ ทั้งกินอาหาร บำรุงร่างกาย เพาะปลูก โดยที่ข้างนอกเวลาแทบไม่ขยับ ไม่มีใครจับได้ว่าเธอหายตัวไปไหน สำหรับคนที่ยังต้องอาศัยอยู่ในห้องแคบร่วมกับคนอื่นเช่นเธอ นี่คือความปลอดภัยที่ประเมินค่าไม่ได้
เธอเริ่มเดินสำรวจมิติของตัวเองอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ตอนกวาดซื้อของ เธอวุ่นวายเกินกว่าจะได้ชมมันจริงๆ
มิติแห่งนี้กว้างราวหกไร่เศษ แบ่งเป็นสามส่วนชัดเจน ส่วนแรกคือผืนดินเพาะปลูกสีดำ สีน้ำตาลเข้ม ดูชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์อย่างที่เกษตรกรคนใดเห็นก็ต้องอิจฉา ขณะนี้ยังว่างเปล่ารอการหว่านเมล็ด แต่เธอนึกภาพออกทันทีว่าหากลงมือปลูก ที่นี่จะกลายเป็นแหล่งอาหารและรายได้ชั้นเลิศที่ไม่มีวันหมด
ถัดมาคือบ่อน้ำใสกลางมิติ น้ำในบ่อใสราวกระจก สะท้อนแสงเป็นประกายวิบวับ แผ่ไอเย็นบางๆ ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น เธอรู้จากความทรงจำว่านี่คือ "น้ำวิเศษ" ที่ช่วยบำรุงร่างกายและรักษาโรค
และส่วนที่สาม ที่ทำให้เธออุ่นใจที่สุด คือโกดังขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมหนึ่งของมิติ เธอเดินเข้าไปข้างใน แล้วก็ต้องอมยิ้มด้วยความพอใจ
ภายในโกดังอัดแน่นไปด้วยเสบียงและสิ่งของมหาศาลที่เธอกวาดซื้อมาตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ข้าวสารกองสูงเป็นภูเขา แป้ง น้ำมัน เครื่องปรุงเรียงราย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องเป็นร้อยลัง เนื้อสัตว์แช่แข็งที่ยังสดใหม่ราวกับเพิ่งซื้อ เพราะเวลาในโกดังหยุดนิ่ง ถัดไปเป็นกองผ้าฝ้าย เสื้อผ้าทุกเพศทุกวัย จักรเย็บผ้าทั้งแบบเท้าถีบและไฟฟ้าเรียงเป็นแถว นาฬิกาข้อมือ ทองคำ ยารักษาโรคและอุปกรณ์การแพทย์ครบชุด ตำราเรียนทุกระดับ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ บ้านน็อคดาวน์ เมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์การเกษตรที่จอดเรียงรออยู่
"มีของครบขนาดนี้ ต่อให้ไปอยู่ยุคไหน ฉันก็ไม่มีวันอดตายแน่นอน" เธอกระซิบ ความมั่นคงในใจแผ่ซ่านไปทั่ว สำหรับคนที่เพิ่งตื่นมาในร่างที่ผอมโซและกำลังจะถูกขาย ความรู้สึกว่ามี "ทุน" มหาศาลติดตัวนั้นช่วยให้ใจสงบลงได้มาก
จัดการสำรวจโกดังเสร็จ เธอก็เดินกลับมาที่บ่อน้ำวิเศษ คุกเข่าลงวักน้ำใสเย็นขึ้นดื่มอึกใหญ่
ทันทีที่น้ำเย็นไหลผ่านลำคอ ความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านจากท้องกระจายไปทั่วร่าง ความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงที่กดทับร่างผอมโซนี้ค่อยๆ จางหาย แทนที่ด้วยเรี่ยวแรงที่คืนกลับมาทีละน้อย ศีรษะที่มึนงงก็โปร่งโล่งขึ้น เธอรู้สึกได้ว่าร่างกายที่ขาดสารอาหารมานานกำลังได้รับการเยียวยาจากภายใน
เธอยกมือขึ้นแตะแผลที่ท้ายทอย พลังของน้ำวิเศษทำให้ความปวดแสบทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด และเธอสัมผัสได้ว่าหากดื่มต่ออีกสักหน่อย แผลนี้คงสมานปิดสนิทได้ไม่ยาก
แต่แล้วเธอก็หยุดมือ ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
"ไม่ได้ แผลนี้ยังใช้ไม่เสร็จ" เธอกระซิบกับตัวเอง
ในฐานะคนที่วางแผนมาแล้ว เธอรู้ดีว่าบาดแผลที่ท้ายทอยกับผ้าพันแผลเปื้อนเลือดนี้คือ "หลักฐาน" ชิ้นสำคัญที่จะใช้เอาผิดจ้าวชุ่ยฟงเรื่องทำร้ายร่างกาย หากเธอรักษาให้หายสนิทเสียตอนนี้ ก็เท่ากับทำลายพยานหลักฐานด้วยมือตัวเอง เธอจึงตัดสินใจดื่มน้ำวิเศษเพียงพอให้ร่างกายแข็งแรงและปลอดภัยจากการติดเชื้อ แต่คงรอยแผลกับผ้าพันแผลไว้ตามเดิม เพื่อใช้เป็นไพ่ในมือ
"บำรุงข้างในให้แข็งแรง แต่เก็บแผลข้างนอกไว้เป็นพยาน" เธอยิ้มพอใจกับแผนของตัวเอง
ขณะที่เธอกำลังพิจารณาข้าวของในมิติ สายตาก็เหลือบไปเห็นแผงโซลาร์เซลล์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตุนไว้ ในใจอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเอามันมาใช้ประโยชน์ในยุคที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงหลายพื้นที่ได้อย่างไร
ราวกับรับรู้ความคิดของเจ้าของ เสียงเย็นในมิติก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เนื่องจากเจ้าของเปิดใช้มิติสมบูรณ์และเริ่มสั่งสมความตั้งใจดี ระบบขอปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ — 'ช่องจ่ายพลังงาน'"
"ช่องจ่ายพลังงาน?" เธอเลิกคิ้ว
"ภายในมิติมีแสงสว่างตลอดกาลดุจแสงอาทิตย์ แผงโซลาร์เซลล์ของเจ้าจึงผลิตกระแสไฟฟ้าได้ไม่มีวันหมด เก็บสำรองไว้ในชุดแบตเตอรี่กลางมิติ เจ้าของสามารถเปิดช่องจ่ายพลังงานหนึ่งจุด เชื่อมกระแสไฟจากมิติออกไปสู่โลกภายนอกได้ ณ ตำแหน่งที่เจ้ากำหนด โดยจุดนั้นต้องอยู่ในสถานที่ส่วนตัวของเจ้าของเท่านั้น และผู้อื่นมองไม่เห็น"
ดวงตาของเจียงเหวยเหยาเป็นประกาย เธอทดลองต่อสายจากอินเวอร์เตอร์เข้ากับเต้ารับที่ระบบเนรมิตขึ้นในมิติ แล้วเสียบโคมไฟดวงเล็ก แชะ! หลอดไฟสว่างวาบขึ้นกลางมิติ
"ได้ผล!" เธอกระซิบด้วยความตื่นเต้น นี่หมายความว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เธอก็มีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลา
ทว่าเธอก็รู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้มัน เพราะตึกของโรงงานในเมืองมีไฟฟ้าเดินสายเข้าถึงอยู่แล้ว การมีไฟใช้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อีกทั้งห้องแคบที่ต้องอยู่ร่วมกับพี่สาวและใช้พื้นที่ร่วมกับคนทั้งชั้น ก็ไม่ใช่ "สถานที่ส่วนตัว" พอจะซ่อนช่องจ่ายไฟได้อยู่ดี
แต่เธอรู้ทันทีว่าฟังก์ชันนี้จะกลายเป็นของล้ำค่าที่สุดเมื่อเธอลงไปอยู่ชนบท ที่ซึ่งไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงและคนทั้งหมู่บ้านยังต้องจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดยามค่ำคืน หากที่นั่นเธอมีไฟฟ้าลับๆ ใช้ มีตู้เย็น มีพัดลม มีไฟส่องสว่างอ่านหนังสือ ชีวิตย่อมสะดวกสบายเหนือใครหลายเท่า เพียงแต่ต้องปิดเป็นความลับให้มิดชิดเท่านั้น
ก่อนออกจากมิติ เธอเดินไปที่โกดัง หยิบหมั่นโถวขาวนุ่มกับไข่ต้มออกมากินจนอิ่มหนำเป็นครั้งแรกในร่างนี้ รสชาติของอาหารดีๆ ที่ไหลลงท้องทำให้ร่างที่หิวโหยมานานรู้สึกอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เธอถึงกับเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเด็กสาวเจ้าของร่างเดิมถึงได้โหยหาเพียงแค่ความอิ่มท้องมาตลอด
ชีวิต
"ต่อไปนี้ เธอจะได้กินอิ่มทุกมื้อแล้วนะ" เธอกระซิบกับดวงวิญญาณของเด็กสาว มืออุ่นๆ ลูบท้องที่อิ่มเอม
อิ่มท้องและร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว สมองของเธอก็แล่นฉิว เธอนั่งลงริมบ่อน้ำ ทบทวนแผนการในหัวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดไฟเรื่องการถูกขายให้เด็ดขาด เธอจะไปแจ้งความกับสถานีตำรวจ ใช้แผลที่ท้ายทอยเป็นหลักฐานเรื่องทำร้ายร่างกาย และเปิดโปงแผนค้ามนุษย์ของจ้าวชุ่ยฟง สอง เธอจะทวงทรัพย์สมบัติของแม่เธอคืนมาให้หมด ทั้งเงินเก็บ สร้อยทอง และสิทธิ์เข้าแทนตำแหน่งงานในโรงงานทอผ้าที่ถูกยกให้เจียงเมิ่งเตี๋ยไปอย่างไม่เป็นธรรม สาม เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เธอจะเลือกเดินทางลงชนบทด้วยตัวเอง เพื่อหนีออกจากบ้านหลังนี้และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีใครมากดขี่เธอได้อีก
"ทุกอย่างต้องทำอย่างมีจังหวะ ไม่รีบร้อน แต่ก็ไม่ปล่อยให้เนิ่นนาน" เธอวางแผนอย่างรอบคอบ ในฐานะคนที่ผ่านโลกมามาก เธอรู้ดีว่าการกระทำที่รวดเร็วและมีหลักฐานพร้อมมือเท่านั้นที่จะทำให้ศัตรูไม่มีโอกาสตั้งตัว
เธอลุกขึ้น กวาดตามองมิติของตัวเองอีกครั้งด้วยความมั่นใจ ที่นี่คือฐานที่มั่นและขุมทรัพย์ที่จะพลิกชะตาชีวิตของเธอ
"เอาล่ะ ได้เวลาเริ่มลงมือแล้ว" ก่อนจะส่งจิตออกจากมิติ
วูบเดียว เธอก็กลับมายืนอยู่ในห้องแคบๆ ที่คุ้นเคย เธอเหลือบมองแสงแดดนอกหน้าต่าง พบว่ามันแทบไม่ขยับเลยจากตอนที่เธอเข้าไป สมกับที่ระบบบอกว่าเวลาข้างนอกเดินช้ากว่ามาก ทุกอย่างยังปลอดภัยดี ไม่มีใครรู้ว่าเธอเพิ่งไปสำรวจขุมทรัพย์มหาศาลมา
เธอสูดหายใจเข้าลึก รู้สึกถึงเรี่ยวแรงที่คืนกลับมาในร่างกาย และความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมในใจ ยกมือขึ้นแตะแผลที่ท้ายทอยเบาๆ พลางยิ้มเย็น
"น้าจ้าว เตรียมตัวรับผลของสิ่งที่ทำไว้ได้เลย" เธอพูดกับตัวเอง ดวงตาเปล่งประกายเด็ดเดี่ยว
พรุ่งนี้เช้า ก่อนที่ "ครอบครัวหลิว" จะมารับตัวเธอไป เธอจะเป็นฝ่ายลงมือก่อน และจะทำให้ทุกคนที่เคยกดขี่เด็กสาวคนนั้นได้รับสิ่งที่สมควรได้รับ
เกมการทวงคืนความยุติธรรม กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง...
จบตอน 4