บทที่ 121: สองผัวเมียที่หนีความผิดไม่พ้น
“กว่าเจียงถังจะโตมาได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่รอเธออยู่กลับไม่ใช่ความเคารพ นอกจากงานบ้านที่หนักอึ้งสารพัดแล้ว ยังถูกหวังชุนมองเป็นสินค้าที่รอโก่งราคา พยายามจะขายเธอให้กับพ่อหม้ายพิการเมียตายสามศพที่มีลูกติดอีกตั้งห้าคน”
“คนดีๆ คนหนึ่ง ถูกปฏิบัติราวกับไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
“ถ้าแม่ของผมไม่ไปเห็นเข้าพอดี ยอมจ่ายเงินสองร้อยหยวนเพื่อไถ่ตัวเจียงถังออกมา ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเรา คงไม่ใช่คนที่มีเลือดเนื้อมีชีวิตจิตใจ แต่คงเป็นแค่กองกระดูกไปแล้ว”
น้ำเสียงของลู่ฉางเจิงเฉียบขาด ดุดัน และไม่มีช่องว่างให้ต่อรองใดๆ
หวังชุนที่อุตส่าห์ดิ้นรนจนคายผ้าอุดปากออกมาได้ จ้องมองลู่ฉางเจิงด้วยความตื่นตะลึง ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงเพิ่งตั้งสติจากความตกใจได้
“แกพูดบ้าอะไร...”
หวังชุนตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนเตรียมจะเปิดฉากด่า
“ถ้าฉันไม่ให้มันกินข้าว มันจะโตมาจนป่านนี้ได้ยังไง ไอ่แซ่ลู่ แกมาฉุดคนตระกูลเจียงไปทำเมียแล้วไม่จ่ายเงินก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่ยังคิดจะมาใส่ความฉันอีกเหรอ”
“หล่อนกล้าแทนตัวเองว่าฉันกับใคร”
ยังไม่ทันที่ใครจะทันตั้งตัว เสียงทรงอำนาจของเหอลี่หัวก็แทรกขึ้นมา
วินาทีต่อมา หวังชุนก็ถูกเหอลี่หัวที่พุ่งตัวเข้ามาฟาดฝ่ามือใส่จนหน้าหัน ลงไปกองวัดพื้นทันที
เจียงถังที่ถูกลู่ฉางเจิงกุมมืออยู่กระพริบตาปริบๆ มองภาพตรงหน้า
แม่กำลังตบคนเหรอ? งั้นเธอต้องช่วย!
คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ดึงมือตัวเองออก ขยับเข้าไปหาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ในเมื่อแม่ลงมือตบ หน้าที่ของเธอคือการช่วยล็อคแขนหวังชุน จับตัวหญิงปากร้ายคนนี้ตรึงเอาไว้ เพื่อให้แม่ตบได้ถนัดถนี่
และแน่นอนว่าเธอจะไม่เปิดโอกาสให้หวังชุนดิ้นรนขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย
เหอลี่หัวเห็นลูกสะใภ้รู้ใจ ก็ถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วระดมตบไม่ยั้งมือ
“หวังชุน นังคนปากเสีย แกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ ว่าแกให้ข้าวถังถังกิน มีบ้านไหนเขาเลี้ยงดูคนสูงร้อยหกสิบกว่าให้เหลือเนื่อหนังแค่สามสิบกิโลบ้าง”
“ตอนที่ถังถังตามฉันกลับบ้าน ตัวแกใหญ่กว่าหมอนหนุนหัวที่บ้านแค่นิดเดียวเอง ตามตัวมีแต่แผลเป็นเต็มไปหมด ข้าวปลาไม่กล้ากิน น้ำไม่กล้าดื่ม พอมีเสียงดังนิดหน่อยก็สะดุ้งตัวสั่นด้วยความกลัว”
“แกยังมีหน้ามาบอกว่าแกดีกับแกอีกเหรอ ฮึ”
เหอลี่หัวทั้งตบทั้งด่าระบายความแค้น
พอตบจนหน้าของหวังชุนบวมเป่งจนดูไม่ได้ เธอก็เริ่มหมดแรง
คุณนายเหอยืนเท้าเอวหอบหายใจอยู่ข้างๆ “ถังถังลูกมานี่ เมื่อก่อนมันเคยตบตีลูกยังไง ตอนนี้ลูกก็จัดการคืนไปแบบนั้นเลย”
เจียงถังได้ยินคำสั่งของเหอลี่หัว ก็ย่อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
สมองของเธอเริ่มค้นหาข้อมูลในความทรงจำ สายตากวาดมองไปรอบบริเวณเพื่อหาอุปกรณ์ที่ตรงกับภาพจำในอดีต
“เจอแล้ว”
เจียงถังวิ่งเหยาะๆ ไปที่ราวตากผ้า แล้วกระชากลวดเหล็กเส้นหนึ่งที่ขึงอยู่บนเสาไม้ลงมา
ทุกคนที่มุงดูต่างตาค้าง...
นั่นมันลวดเหล็กนะ... แรงช้างสารอะไรขนาดนั้น
เจียงถังเดินกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้อารมณ์
“เวลาที่หล่อนอารมณ์ไม่ดี รังเกียจที่เจียงต้าอู่ช่วยเหลือบ้านเดิมของหล่อนไม่ได้ ก็จะเข้ามาในห้องเก็บฟืนใช้หวายฟาดฉัน ทุกครั้งต้องตีจนกว่าหวายจะหักคามือถึงจะยอมหยุด”
“ฉันแรงเยอะ ลวดเหล็กเส้นนี้ก็ถือซะว่าเป็นหวายแล้วกัน น่าจะตีให้หักได้เร็วเหมือนกัน”
เจียงถังพึมพำกับตัวเองเหมือนกำลังคำนวณโจทย์เลข
เธอดัดลวดเหล็กให้ตรง แล้วยังหันไปบอกให้เหอลี่หัวถอยออกไปหน่อย “แม่คะ ถอยไปหน่อยค่ะ เดี๋ยวจะโดนลูกหลง”
เหอลี่หัวเห็นความมุ่งมั่นของลูกสะใภ้ ก็ยิ้มแก้มปริ “ได้จ้ะๆ แม่ถอยแล้ว แม่ถอยห่างๆ แล้ว”
เจียงถังพยักหน้าหงึกๆ ออกแรงสะบัดลวดเหล็กในมือ เพียงแค่สะบัดเบาๆ ก็ได้ยินเสียงลวดเหล็กแหวกอากาศ ดัง ขวับ! น่าหวาดเสียว
หวังชุนที่หน้าบวมช้ำตกใจจนตัวโยน
พอคิดจะตะเกียกตะกายหนี ลวดเหล็กในมือของเจียงถังก็ฟาดเปรี้ยงลงบนหลังของหวังชุนเสียแล้ว “หนีไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ”
ฟาดลงไปแค่ครั้งเดียว เสื้อผ้าด้านหลังก็ขาดวิ่นจนเห็นเนื้อ
ลวดเหล็กเส้นนี้แม้จะดูเล็กบาง แต่ความรู้สึกตอนที่มันกินเนื้อลงบนหลังของหวังชุน กลับหนักหน่วงรุนแรงจนเธอขาสั่นพับ ร่างกายพุ่งถลาหน้าคว่ำไปกับพื้น
เจียงถังไม่รอช้า หวดลวดเหล็กซ้ำลงไปที่แผ่นหลังของหวังชุนอีกครั้ง
“โอ๊ย...”
“เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ช่วยด้วย อย่าตีเลย อย่าตีฉันเลย!”
เจียงต้าอู่ที่เพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง ก็เห็นภาพภรรยาตัวเองถูกตีจนคลานไปทั่วพื้นพอดี
เขารีบจ้ำอ้าวเข้าไปทันที
“อย่าตีครับ! พอแล้ว อย่าตี!”
หวังชุนได้ยินเสียงสวรรค์ของเจียงต้าอู่ ก็รีบตะเกียกตะกายคลานไปหา กอดขาผู้เป็นสามีไว้แน่น ฟ้องทั้งน้ำตานองหน้า
“ต้าอู่... ต้าอู่ คุณรีบจัดการน้องสาวตัวดีของคุณสิ มันจะตีฉันให้ตายอยู่แล้ว มันรวมหัวกับคนนอก จะฆ่าฉันแล้ว!”
เจียงต้าอู่ได้ยินดังนั้น ก็รีบเงยหน้าขึ้นอ้าปากเตรียมจะต่อว่า แต่พอสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าของเจียงถัง เขาก็ชะงักไป
นี่คือน้องสาวของเขาจริงๆ เหรอ?
เด็กสาวที่ผอมแห้งหัวโต ตัวเล็กนิดเดียว และไม่เคยปริปากพูดสักประโยคคนนั้น โตขึ้นมาเป็นผู้หญิงคนนี้แล้วเหรอ?
“น้องเล็ก...”
เสียงของเจียงต้าอู่สั่นเครือ เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
เจียงถังเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่เจียงต้าอู่ “เจียงต้าอู่?”
“น้องเล็ก นี่พี่เอง... พี่คือพี่ชายคนโตของเธอไง...”
“คุณไม่ใช่ค่ะ”
เจียงถังหยุดมือ สายตาปรายมองหวังชุนที่เนื้อตัวแตกยับเยิน ก่อนจะตวัดกลับมามองชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “คุณคือสามีของหวังชุน คือผู้สมรู้ร่วมคิดที่ทำร้ายฉันในอดีตต่างหาก”
“น้องเล็ก พี่...”
“คุณอย่ามานับญาติมั่วซั่ว ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ใช่น้องสาวคุณ น้องสาวคุณตายไปแล้ว ตายเพราะถูกคุณกับผู้หญิงใจร้ายคนนี้ร่วมมือกันฆ่า”
คำพูดของเจียงถังคือความจริงที่เธอสัมผัสได้จากความทรงจำของร่างเดิม
แต่คนในที่เกิดเหตุ นอกจากลู่ฉางเจิงแล้ว คนอื่นๆ ล้วนคิดว่าเจียงถังกำลังผูกใจเจ็บกับเรื่องในอดีต จนไม่ยอมให้อภัยพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง
ลู่ฉางเจิงก้าวเข้ามา ดึงมือเจียงถังไปกุมไว้ สายตาคมกริบมองไปที่เจียงต้าอู่ที่ยังคงตีหน้าซื่อ
“คุณลองเอามือทาบที่อก ถามใจตัวเองต่อหน้าบรรพบุรุษตระกูลเจียงที่ล่วงลับไปแล้วดูสิว่า ตอนที่หวังชุนทรมานถังถัง คุณไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือแค่แกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่?”
“ผม... ผม... คือผม...”
เจียงต้าอู่ขยับปากพะงาบๆ พูดย้ำคำว่าผมไม่หยุด แต่กลับเรียบเรียงเป็นประโยคไม่ได้สักคำ
อาการอึกอักนี้คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด คนทั้งลานกว้างต่างรู้แจ้งเห็นจริง
สรุปว่าตลอดเวลาที่หวังชุนทารุณกรรมเจียงถัง เจียงต้าอู่ที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ก็รับรู้มาตลอด
แต่เพื่อรักษาความสงบสุขจอมปลอมของครอบครัวตัวเอง เขาเลือกที่จะปิดหูปิดตา ทำเป็นมองไม่เห็น และไม่สนใจความเป็นความตายของน้องสาวในไส้เลยแม้แต่น้อย...
ลู่ฉางเจิงเข้าใจธาตุแท้ของคนผู้นี้แล้ว
“หัวหน้าครับ หลักฐานและการกระทำชัดเจนแล้ว หวังชุนทารุณกรรมเจียงถัง ส่วนเจียงต้าอู่ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด แม้จะไม่ได้ลงมือเอง แต่ก็มีความผิดฐานเพิกเฉยและให้ท้าย ทั้งสองคนต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับเจียงถัง และเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างให้กับสหายท่านอื่นๆ ครับ”
เซียวเหวินปิงหันไปสบตากับหลี่ต้าจื้อ แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการเห็นพ้อง
หลี่ต้าจื้อกระแอมไอ ก้าวออกมาข้างหน้าประกาศก้อง “ตอนนี้เราอยู่ในยุคสังคมนิยมใหม่แล้ว นึกไม่ถึงเลยว่ายังจะมีคนจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างหวังชุนปะปนอยู่อีก เรื่องนี้ต้องลงโทษสถานหนัก เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง!”
ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันพยักหน้า หวังชุนกับเจียงต้าอู่ไม่รอดแน่คราวนี้
ทุกคนต่างรู้สึกสะใจที่ความชั่วถูกชำระ!
หวังชุนพอได้ยินว่าจะถูกลงโทษหนัก ก็กลั้นความเจ็บปวดเงยหน้าขึ้น พยายามจะอ้าปากแก้ตัวอีกครั้ง
แต่ลู่ฉางเจิงไม่คิดจะเปิดโอกาสให้เธอพ่นคำเท็จอีก
เขาส่งสายตาไปที่เจ้าหน้าที่ติดอาวุธนอกเครื่องแบบที่ยืนปะปนในฝูงชน อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้ทันที ก่อนจะพาลูกน้องสองคนเดินตรงเข้ามา
“สหายหวังชุน สหายเจียงต้าอู่ เชิญไปกับเรา”
เนื่องจากคณะกรรมการฝ่ายผลิตไม่มีห้องขัง จึงต้องพาตัวสองผัวเมียนี้ไปคุมขังไว้อีกที่หนึ่งก่อน
รอให้เซียวเหวินปิงกับหลี่ต้าจื้อสะสางคดีของฉีฮุยกับพวกเสร็จสิ้น แล้วค่อยกลับมาคิดบัญชีกับหวังชุนและเจียงต้าอู่
บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมไม่ส่งตัวให้ตำรวจ
คนที่ถามแบบนี้ แสดงว่าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ อำนาจของคณะกรรมการปฏิวัตินั้นล้นฟ้า มีเพียงคนระดับลู่ฉางเจิงเท่านั้นที่พอจะงัดข้อกดดันพวกเขาได้
ลำพังอำนาจในมือตำรวจท้องที่ ยังเทียบไม่ได้กับพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
[จบบท]