คำพูดของชายคนนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
หนิวเฉียวหยุนยิ้มก่อนอธิบายว่า “ถ้าไม่มีบัตรนักศึกษา ใช้บัตรที่ทำงานก็ได้ค่ะ ฉันแค่ต้องการหลักฐานไว้เท่านั้น
ถ้ามีใครไม่คืนหนังสือ จะได้รู้ว่าต้องไปตามที่ไหน”
“ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าของร้าน พวกเราไม่ใช่คนผิดสัญญาแน่นอน!”
“ใช่แล้ว!” ทุกคนพากันเห็นด้วย
หนิวเฉียวหยุนยกมือส่งสัญญาณให้เงียบ ก่อนอธิบายต่อ
“ค่าเช่าห้าวันหนึ่งเซ็นต์ สิบวันสองเซ็นต์ ถ้าเกินกำหนด ไม่ว่าจะเลยมาแค่วันเดียวหรือหลายวัน ก็คิดเป็นค่าเช่าสิบวัน สองเซ็นต์ค่ะ”
“เจ้าของร้าน ฉันขอเช่าหนังสือ!”
“ฉันก็เช่าเหมือนกัน!”
เมื่อได้ยินว่าค่าเช่าเพียงหนึ่งเซ็นต์ ผู้คนก็กรูเข้ามาล้อมแผงหนังสือทันที
หนิวเฉียวหยุนรีบกระโดดขึ้นรถสามล้อแล้วตะโกน “ใจเย็น ๆ ค่ะ ต่อแถวทีละคน!”
ผู้คนแน่นขนัดจนเธอกังวลว่าหนังสือจะสูญหาย เหงื่อเม็ดโตผุดเต็มหน้าผาก
ขณะเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นเจ้าอ้วนกับโหวจื่อกำลังเดินมาพอดี จึงรีบโบกมือเรียก
“เจ้าอ้วน! โหวจื่อ!”
หลังทำงานมาตลอดทั้งคืน เสียงของหนิวเฉียวหยุนก็แหบพร่า
“วันนี้ต้องขอบใจพวกนายมากนะ เป็นวันแรกของการให้เช่าหนังสือ ฉันยุ่งจนจัดการทั้งขายทั้งเช่าแทบไม่ทันเลย”
เจ้าอ้วนช่วยยกของขึ้นรถสามล้อพลางหัวเราะ
“พี่หยุน พูดแบบนี้ก็ห่างเหินเกินไปแล้ว”
โหวจื่อถามด้วยความสงสัย “พี่หยุน ให้เช่าถูกขนาดนี้ จะได้กำไรจริงเหรอ?”
หนิวเฉียวหยุนยิ้ม
“กำไรน้อย แต่หมุนเร็ว หนังสือของฉันเป็นมือสองทั้งหมด ขอแค่ขายหรือให้เช่าจนได้ทุนคืนก็ยังดีกว่าขายให้ร้านของเก่า
อีกอย่าง นักศึกษามีเงินไม่มาก ฉันเลยตั้งราคาถูกและไม่เก็บเงินมัดจำ หวังว่าพวกเขาจะบอกต่อ แล้วกลายเป็นลูกค้าประจำ”
เธอเชื่อว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีการศึกษาและรักษาคำพูด อีกทั้งยังมีกำลังซื้อพอสมควร
หลังจากนั้น ร้านหนังสือก็ขายดีติดต่อกันหลายวัน แม้แต่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยใกล้เคียงก็ยังแวะมาเช่าหนังสือ
ทำให้หนิวเฉียวหยุนยุ่งจนแทบไม่มีเวลานั่งพัก
เช้าวันหนึ่ง เมื่อลืมตาตื่น เธอเห็นท้องฟ้าภายนอกมืดครึ้ม จึงพูดระหว่างแต่งตัว
“ดูท่าฝนคงตกหนัก คืนนี้คงตั้งแผงไม่ได้แน่”
สิ้นเสียงก็มีฟ้าร้องดังครืน ก่อนฝนจะเทกระหน่ำลงมา
ฝนตกหนักจนเธอเก็บเสื้อผ้าแทบไม่ทัน เหลือบมองนาฬิกา พบว่าเพิ่งหกโมงเย็น จึงคิดจะกลับไปนอนพัก
แต่เมื่อเดินเข้าไปในห้อง ก็เห็นเฉียนตัวต้วนนั่งพิงหัวเตียงอุ่น ถักเสื้อสเวตเตอร์อย่างตั้งใจ
ช่วงนี้หนิวเฉียวหยุนมัวแต่ยุ่งกับร้านหนังสือ จนยังไม่ได้เริ่มถักเลย พอเห็นว่าเสื้อของเฉียนตัวต้วนใกล้เสร็จ
เธอก็หยิบไหมพรมของตัวเองออกมา แต่เพราะไม่ได้จับเข็มมานาน เธอจึงลืมวิธีถักไปเสียแล้ว
เฉียนตัวต้วน รีบพูด
“พี่เฉียวหยุน วันนี้พี่ยุ่งมาทั้งวัน ให้หนูถักให้ไหม?”
“ไม่เป็นไร แค่สอนฉันก็พอ”
หนิวเฉียวหยุนตั้งใจจะถักเสื้อตัวนี้ด้วยมือตัวเอง เพื่อมอบให้กู้เหวินซิน
เฉียนตัวต้วนลงจากเตียงอุ่น ก่อนสาธิตไปพลางอธิบายไปพลาง
“พี่ดูนะ ต้องถักแบบนี้”
หนิวเฉียวหยุนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลองทำตาม ช่วงแรกยังติดขัด แต่ไม่นานก็เริ่มคล่องขึ้น
ทั้งสองกำลังเพลิดเพลินกับการถักไหมพรม จนไม่รู้ตัวว่าฝนหยุดตกแล้ว กระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
หนิวเฉียวหยุนมองนาฬิกา เป็นเวลาสี่ทุ่ม เธอสวมรองเท้า ลงจากเตียงอุ่น แล้วเดินไปเปิดประตู
“ใครคะ?”
เมื่อเปิดออก ก็เห็นเจ้าอ้วนกับโหวจื่อยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวล
“เจ้าอ้วน โหวจื่อ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
เจ้าอ้วนตอบทันที “พี่หยุน... พี่เฟยขาหัก”
หนิวเฉียวหยุนหน้าเปลี่ยนสีทันที “อะไรนะ! ขาหักได้ยังไง?”
มาตอนนี้เอง เธอถึงนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้เจอเสิ่นเหยียนเฟยมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เจ้าอ้วนถอนหายใจ
“พวกเราก็ไม่รู้รายละเอียด วันนี้แวะไปหาเขาที่บ้าน เคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีคนเปิด เพื่อนบ้านเลยบอกว่าเขากระโดดลงมาจากตึก”
“กระโดดตึก?” หนิวเฉียวหยุนเสียงสั่น “อาการหนักไหม?”
โหวจื่อรีบปลอบ “ไม่ต้องห่วง บ้านพี่เฟยอยู่แค่ชั้นสอง กระโดดลงมาคงไม่ถึงกับอันตรายมาก”
เจ้าอ้วนพยักหน้า
“ใช่ พวกเราอยากไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล แต่กลัวป้าเสิ่นจะไล่กลับ เลยอยากชวนพี่ไปด้วย”
“ได้ รอฉันแป๊บนะ”
หนิวเฉียวหยุนรีบวิ่งเข้าครัว พลางตะโกนบอก
“ตัวต้วน! พี่เสิ่นเข้าโรงพยาบาล พี่จะไปเยี่ยมกับเจ้าอ้วนและโหวจื่อ คืนนี้เธออยู่บ้านคนเดียวได้ไหม?
ถ้าหิวก็หาอะไรกินเองนะ”
“ได้ค่ะ พี่เฉียวหยุน พี่กำลังหาอะไรอยู่?”
เฉียนตัวต้วน รีบเดินตามเข้ามา
“ไปเยี่ยมทั้งที จะไปมือเปล่าได้ยังไง ฉันจะเอาแยมแอปเปิลที่ทำเมื่อวานไปให้เขาสองกระปุก”
หนิวเฉียวหยุนพูดพลางค้นของ
“จริงสิ ขนมที่ฉันซื้อเมื่อวาน เธอกินหรือยัง? ถ้ายัง ฉันจะเอาไปให้พี่เสิ่นด้วย”
“ยังเลยค่ะ ยังเหลือขนมจากครั้งก่อนอีกชิ้น เดี๋ยวฉันหยิบมาให้”
หนิวเฉียวหยุนใส่แยมกับขนมลงในถุงตาข่าย ก่อนรีบเดินออกมา
“ไปกันเถอะ”
โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกล ทั้งสามจึงเดินไป
เมื่อมาถึง เจ้าอ้วนกลับชะงัก
“พี่หยุน... ไม่งั้นพี่กับโหวจื่อขึ้นไปก่อนเถอะ ฉันรออยู่ข้างล่างก็ได้”
โหวจื่อเบิกตาใส่ทันที
“เจ้าอ้วน นี่แกเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่า? ตอนแรกเป็นคนบอกเองว่าจะมาเยี่ยมพี่เฟย พอมาถึงโรงพยาบาลกลับจะถอย?”
เจ้าอ้วนตอบเสียงอ่อย
“ฉัน... ฉันแค่กลัวป้าเสิ่น”
“กลัวอะไรนักหนา!” โหวจื่อพูดพลางตบก้นเขาเต็มแรง
เจ้าอ้วนสะดุ้ง รีบใช้มือปิดก้นไว้
“โหวจื่อ! ถึงนายจะเป็นน้องก็ห้ามแตะก้นฉันนะ! มีแต่เมียฉันคนเดียวที่แตะได้!”
ท่าทางของเขาทำให้หนิวเฉียวหยุนหลุดหัวเราะ เจ้าอ้วนหน้าแดงเล็กน้อย ก่อนรีบพูด
“พี่หยุน ไปกันเถอะ แผนกกระดูกอยู่ชั้นสาม”
“อืม”
แต่เมื่อเดินมาถึงบันไดชั้นสอง หนิวเฉียวหยุนก็เห็นคนคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นไปด้านหน้า
เพียงเห็นแผ่นหลัง เธอก็จำได้ทันทีว่าเป็นคนที่เธอเกลียดที่สุด
“ทำไมเขาถึงมาโรงพยาบาลนะ...”
“มีอะไรเหรอ พี่หยุน?”
เจ้าอ้วนหันกลับมาถาม พร้อมขยับมายืนบังด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว
หนิวเฉียวหยุนรีบก้มหน้า ก่อนคว้าข้อมือของเจ้าอ้วนไว้แน่น...