เมื่อเห็นกู้เหวินซินกลับมา กู้เหวินจื้อก็รีบเดินเข้าไปอธิบายทันที
“เหวินซิน พวกเราทำเพื่อพี่นะ พี่เดินไม่สะดวกอยู่แล้ว จะให้ผู้หญิงที่เคยฆ่าคนและติดคุกมาอยู่ใกล้ตัวได้ยังไง มันอันตรายเกินไป”
หลี่เหมยฮัวเองก็เกรงกู้เหวินซินอยู่ไม่น้อย พอเห็นเขาปรากฏตัวก็รีบหลบไปยืนด้านหลังกู้เหวินจื้อ
“เหวินซิน เธอแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หรอก ถ้าคนนอกรู้ว่าเธอจะแต่งกับพี่เลี้ยงที่เคยติดคุก ตระกูลกู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
กู้เหวินซินมองทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา
“ในเมื่อพวกคุณไม่คิดจะไว้หน้าฉัน ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องเห็นฉันเป็นคนในตระกูลกู้อีก”
เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองกู้เหวินจื้อด้วยแววตาคมกริบ
“เธอแอบฟังที่ฉันคุยกับแม่งั้นเหรอ”
“ฉันแค่บังเอิญได้ยิน”
กู้เหวินจื้อตอบเสียงตะกุกตะกัก ตั้งแต่เด็กเธอก็กลัวพี่ชายคนนี้ที่สุด
กู้เหวินซินกวักมือเรียกหนิวเฉียวหยุน
เมื่อเธอเดินเข้ามา เขาก็คว้ามือเธอไว้แน่น ก่อนประกาศต่อหน้าทุกคนอย่างหนักแน่น
“ฉันจะแต่งงานกับหนิวเฉียวหยุน และแม่ก็ยอมรับเรื่องนี้แล้ว”
“บ่ายวันนี้ฉันคุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว จากนี้ฉันจะเปลี่ยนนามสกุลเป็นฟาง และให้ลุงรับเป็นลูกบุญธรรม ตระกูลกู้มีลูกชายตั้งสี่คน คงไม่จำเป็นต้องมีฉันอีกก็ได้”
“เหวินซิน พี่พูดเล่นใช่ไหม!”
กู้เหวินจื้อหน้าซีด รีบพุ่งเข้ามาหา แต่ผู้ช่วยของกู้เหวินซินก้าวมาขวางไว้ก่อน
หลี่เหมยฮัวเองก็เริ่มร้อนรน พี่น้องตระกูลกู้ต่างรับราชการทหารหรือทำงานการเมือง
มีเพียงกู้เหวินซินที่ทำธุรกิจ และเป็นคนหารายได้หลักของครอบครัว
หากเขาเปลี่ยนนามสกุลจริงๆ ก็หมายความว่าตระกูลกู้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากเขาอีก
“เหวินซิน นามสกุลไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือพวกเธอเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน
พี่ชายคนรองยังพูดอยู่เสมอว่า เธอเป็นน้องที่เขารักที่สุด...”
กู้เหวินซินหัวเราะเยาะ
“แล้วความรักที่ว่าทำให้ฉันได้อะไรบ้าง”
“สิ่งที่ฉันได้รับคือการถูกรุมกดดัน และวันนี้พวกคุณยังบุกมารังแกผู้หญิงที่ดูแลฉัน...ถึงในบ้านของฉันเอง”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะหยุดส่งเงินให้ตระกูลกู้ พวกคุณจะไม่ได้รับเงินจากฉันอีกแม้แต่เซนต์เดียว”
พูดจบ เขาก็หันไปสั่งผู้ช่วยทันที
“ผู้ช่วยจาง เชิญแขกออกไป แล้วแจ้งรปภ.ไว้ด้วย ว่าต่อไปนี้ห้ามคนที่ใช้นามสกุลกู้เข้ามาในบ้านหลังนี้อีก”
ไม่นาน ประตูวิลล่าก็ปิดลง บ้านทั้งหลังก็ตกอยู่ในความเงียบ
หนิวเฉียวหยุนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เมื่อถูกเขาจับมือไว้ตลอด
“คุณกู้...คุณยังไม่ได้กินข้าวเลย เดี๋ยวฉันไปอุ่นอาหารให้นะ”
เธอดึงมือกลับ เตรียมเดินไปที่ครัว แต่กู้เหวินซินกลับคว้าเธอไว้อีกครั้ง
เขามองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง “เฉียวหยุน อย่าเรียกฉันว่าคุณกู้อีกเลย”
“เธอก็ได้ยินแล้ว ฉันไม่ได้พูดเพื่อประชดใคร”
“ฉันอยากแต่งงานกับเธอจริงๆ”
“เธอ...จะแต่งงานกับฉันไหม”
หนิวเฉียวหยุนชะงักไป
“ฉัน...”
คำสารภาพที่มาอย่างกะทันหันทำให้เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร
เมื่อเห็นเธอลังเล กู้เหวินซินก็ยิ้มอย่างขมขื่น
“ฉันรู้ คนพิการอย่างฉันคงไม่คู่ควรกับเธอ”
“แต่แค่คิดว่าวันหนึ่งเธอจะไปแต่งงานกับคนอื่น...ฉันก็ทนไม่ไหวแล้ว”
หนิวเฉียวหยุนรีบส่ายหน้า
“ไม่ใช่แบบนั้น”
“ฉันไม่ได้ลังเลเพราะคุณพิการ”
“แต่เป็นเพราะฉันต่างหากที่ไม่คู่ควรกับคุณ”
“ฉันเคยถูกกล่าวหาว่าฆ่าคน และเคยติดคุก...”
พูดได้เพียงเท่านั้น น้ำตาของเธอก็ไหลออกมา
หากในชาติก่อนเธอได้พบเขาเร็วกว่านี้ ชีวิตของเธออาจไม่จบลงอย่างน่าเศร้าเช่นนั้น
กู้เหวินซินเห็นเธอร้องไห้ก็รู้สึกปวดใจ
เขาดึงเธอเข้ามากอด พลางลูบหลังปลอบโยนเบาๆ
“ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้ฆ่าใครจริงๆ”
“ฉันเองก็รู้สึกว่าคดีนั้นมีพิรุธ เลยให้คนไปสืบแล้ว”
หนิวเฉียวหยุนเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ
“คุณ...เชื่อฉันจริงๆ เหรอ”
กู้เหวินซินพยักหน้า ก่อนจับมือเธอไว้แน่น
“เฉียวหยุน แต่งงานกับฉันนะ”
“ฉันสาบานว่าจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต ถ้าผิดคำสาบานก็ขอให้ฟ้าผ่า ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ!”
หนิวเฉียวหยุนรีบยกมือปิดปากเขา
“ฉันตกลงแล้ว”
ฝ่ามือเล็กนุ่มแตะริมฝีปากของเขา
กู้เหวินซินยิ้มออกมา ก่อนดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง
“กู้เหวินซิน...”
หนิวเฉียวหยุนร้องเรียกเบาๆ แต่เขากลับกอดเธอแน่นจนขยับไม่ได้
ร่างของเธอเอนเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว แขนทั้งสองโอบรอบลำคอของเขา ทั้งคู่แนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน
กู้เหวินซินสูดหายใจลึกๆ ก่อนก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังทะนุถนอมของล้ำค่าที่สุดในชีวิต
จูบแผ่วเบาค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้น อบอุ่นและเต็มไปด้วยความคิดถึง
หนิวเฉียวหยุนค่อยๆ จมดิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา
แต่ในจังหวะนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ขัดจังหวะช่วงเวลาอันแสนงดงาม
หนิวเฉียวหยุนหน้าแดง รีบผลักเขาออก ก่อนเดินไปรับสาย
กู้เหวินซินเข็นรถเข้ามาใกล้
“เฉียวหยุน ใครโทรมา”
สีหน้าของเธอซีดเผือดทันทีที่วางสาย
“แม่แท้ๆ ของฉัน”
“เธอรู้แล้วว่าฉันทำงานอยู่ที่นี่ บอกว่ากำลังรอฉันอยู่ที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม”
หนิวเฉียวหยุนสูดหายใจลึกๆ
“ฉันจะไปคุยกับเธอให้รู้เรื่อง”
“ตอนฉันลำบาก เธอไม่เคยนึกถึงฉันเลย แต่พอลูกชายต้องผ่าตัดเปลี่ยนไต กลับจำได้ว่าตัวเองยังมีลูกสาวอยู่อีกคน”
กู้เหวินซินไม่วางใจให้เธอไปคนเดียว จึงเข็นรถตามออกไป
แต่ขณะที่เขากำลังจะออกจากเขตหมู่บ้านจัดสรร รถบรรทุกคันใหญ่ก็พุ่งเข้าหาหนิวเฉียวหยุนด้วยความเร็วสูง
“เฉียวหยุน!”
เขารีบเข็นรถอย่างบ้าคลั่ง แต่ล้อรถกลับสะดุดจนเขาล้มลงกับพื้น
“เฉียวหยุน!”
เขาลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรง พยายามคลานเข้าไปหาเธอ
“เธอสัญญาว่าจะแต่งงานกับฉันแล้วนะ!”
หนิวเฉียวหยุนรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกความหนาวเย็นกลืนกิน
ภาพตรงหน้าค่อยๆ พร่าเลือน เธอได้ยินเพียงเสียงของกู้เหวินซินที่เรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอยื่นมือไปจับมือของเขา
“เหวินซิน...”
“ถ้าฉันเคยพูดอะไรไม่ดี...ก็อย่าเก็บมาใส่ใจนะ”
“คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี...”
“ชาติหน้า...”
ทันทีที่พูดจบ เรี่ยวแรงสุดท้ายก็หายไป เลือดไหลออกจากมุมปากไม่หยุด
“ไม่!”
“เฉียวหยุน...ฉันไม่อยากรอถึงชาติหน้าหรอกนะ!”
กู้เหวินซินคว้ามือเธอไว้ได้ในที่สุด แต่ฝ่ามือที่เคยอบอุ่น...กลับเย็นเฉียบไปแล้ว
“เฉียวหยุน...”
หนิวเฉียวหยุนสะดุ้งตื่นจากฝัน แสงสว่างที่ส่องเข้ามาทำให้เธอลืมตาได้ไม่เต็มที่
หญิงชราซึ่งนอนอยู่เตียงข้างๆ เห็นเธอฟื้นก็ยิ้มอย่างใจดี
“สาวน้อย ตื่นแล้วหรือ”
หนิวเฉียวหยุนค่อยๆ ลุกขึ้น มองไปรอบๆ ห้อง ก่อนนึกได้ว่าตัวเองหมดสติอยู่ข้างทางรถไฟ
“ป้า...ที่นี่ที่ไหนคะ”
“โรงพยาบาลประชาชน”
หญิงชรายิ้มพลางตอบ
“สาวน้อย ทหารหนุ่มที่พาเธอมาส่งโรงพยาบาล...เป็นแฟนเธอหรือเปล่า”
“เดี๋ยวป้าไปตามพยาบาลให้นะ”
“ทหาร...แฟนฉัน?”
หนิวเฉียวหยุนยังไม่ทันถามต่อ หญิงชราก็เดินออกจากห้องไปแล้ว
ไม่นานนัก เธอก็กลับมาพร้อมพยาบาล
พยาบาลยิ้มอย่างโล่งใจ “ในที่สุดคุณก็ตื่นเสียที”
“คุณหมดสติอยู่ข้างทางรถไฟตั้งแต่เที่ยง โชคดีที่มีทหารผ่านมาพบ เขาเป็นคนพาคุณมาส่งโรงพยาบาล
แล้วก็จ่ายค่ารักษาให้เรียบร้อยแล้วด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของหนิวเฉียวหยุนก็เต้นแรง
หรือว่าที่เธอเห็นก่อนหมดสติจะไม่ใช่ความฝันงั้นเหรอ
นี่เธอได้พบกับกู้เหวินซินจริงๆใช่มั้ย หนิวเฉียวหยุนรีบคว้ามือพยาบาลไว้ ถามด้วยความตื่นเต้น
“คุณพยาบาลคะ...ทหารคนนั้น ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”