เย่ซีซีได้ยินเสียงนั้นก็ขมวดคิ้ว มองไปยังประตูรั้วด้วยความรังเกียจ
แต่สองแม่ลูกตระกูลจูพอได้ยินเสียงกลับดวงตาเป็นประกาย เหมือนได้พบที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่
สายตาของทุกคนหันไปมอง เห็นจูหมิงเซวียนก้าวฉับๆ เข้ามาในลานบ้าน เสื้อเชิ้ตผ้าเต๋อเก๋อเหลียง [1] สีสดใสแขวนอยู่บนร่างกายที่ค่อนข้างซูบผอม แขนเสื้อพับรั้งขึ้นไปถึงข้อศอก เผยให้เห็นแขนที่มีเส้นเลือดปูดเขียวเหลือง กางเกงขาบานสีซีดตรงเข่าขัดจนเงา ปลายขาเปื้อนคราบน้ำมันไม่รู้จากที่ไหน ผมหยิกสีเหลืองฟูฟ่องดูยุ่งเหยิง
"เฮ้อ... ลานบ้านเล็กๆ นี่ทำไมมันคึกคักยิ่งกว่าโรงงิ้วอีกฮะ?"
เขาพูดลากเสียงยาว น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้า รอยคล้ำใต้ตาชัดเจนมาก
พูดจบเขาก็ไล่คนอย่างรำคาญ "ไปๆ แยกย้ายไปให้หมด อย่ามาเกะกะแถวนี้ ใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำไป"
ชาวบ้านพากันถอยห่าง ลูกติดของจูเยว่หลิงคนนี้เป็นพวกนักเลงหัวไม้ เอะอะก็ต่อยตี ถ้าชนะเขาก็ต้องเตรียมตัวโดนลอบกัดภายหลัง ถ้าแพ้เขาก็อย่าหวังว่าจะได้ค่ารักษาพยาบาล
ทุกคนพยายามเลี่ยงเขา ไม่กล้าไปตอแยด้วยโดยไม่จำเป็น
จูหมิงเซวียนเหลือบไปเห็นเย่ซีซีก็แค่นหัวเราะ "เธอกลับมาอีกแล้วเหรอ? น่ารำคาญจริง ไม่มีบ้านช่องหรือไง? มาเกาะกินบ้านฉันอยู่ได้ รำคาญว่ะ"
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและไม่สบอารมณ์
สองวันที่เย่ซีซีกลับมา เขาติดงานขนสินค้าลงท่าเรือยุ่งจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทั้งคู่จึงเพิ่งจะได้เจอหน้ากันตอนนี้
จูอวี้เหยาเห็นพี่ชายมาแล้วก็รีบแหวกวงล้อมเข้าไปเกาะแขนฟ้องทันที "พี่! รีบจับนังเย่ซีซีไว้เลยนะ มันขโมยของบ้านเราไปหมดเลย!"
จูหมิงเซวียนได้ยินดังนั้น สีหน้าเฉยเมยของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขารีบผลักฝูงชนออก วิ่งถลาไปยังห้องของตัวเองด้วยความลนลาน
พอเห็นห้องที่ว่างเปล่า... "ไอ้เย!"** เขาอุทานคำหยาบออกมาเสียงดัง ลั่นกลอนเตะถังกระโถนที่เหลือทิ้งไว้เพียงชิ้นเดียวจนคว่ำ
กลิ่นปัสสาวะโชยหึ่ง เขาทรุดนั่งลงบนพื้น นิ้วมือข่วนร่องอิฐโดยไม่รู้ตัว เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายบนหน้าผาก
ของของเขา!
ของพวกนั้นหลายอย่างเป็นของผิดกฎหมายที่เปิดเผยไม่ได้ เขาชกกำแพงดังปังด้วยความเจ็บแค้น
เขาพุ่งพรวดมาหาเย่ซีซีหมายจะบีบคอเธอ แต่ถูกป้าเซี่ยและคนอื่นๆ ขวางไว้ "หมิงเซวียน มีอะไรค่อยๆ พูด อย่าลงไม้ลงมือ!"
จูหมิงเซวียนไม่ฟังเสียง ผลักทุกคนออกไปอย่างแรง คว้าคอเสื้อเย่ซีซีไว้แน่น น้ำเสียดดุดัน "บอกมา! แกเอาของของฉันไปซ่อนไว้ที่ไหน?"
เย่ซีซีพยายามดิ้นให้หลุด แม้เธอจะเคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาบ้าง แต่กำลังผู้ชายกับผู้หญิงมันต่างกันมาก อีกอย่างเธอยังท้องแก่ ขยับตัวแรงเกินไปกลัวจะกระทบลูก
เพราะมีความกังวล เธอจึงยังไม่ยอมลงมือทันที
เธอกลัวว่าจูหมิงเซวียนจะคุมสติไม่อยู่ จึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า "ฉันไม่ได้ทำ ไม่ใช่ฉันที่ขโมยไป วันนี้ฉันออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ ป้าๆ พี่ๆ ทุกคนเป็นพยานให้ฉันได้"
ตอนนี้ต้องไม่กระตุ้นให้เขาคลั่งไปมากกว่านี้
เย่ซีซีนึกขึ้นได้ว่าในมิติมีสเปรย์ฉีดหมี เพราะตอนเตรียมของกู้ภัยในเขตที่ราบสูงต้องเผชิญอันตรายสารพัด การเจอสัตว์ป่าก็เป็นไปได้ เธอจึงตุนสเปรย์ฉีดหมีไว้ถึงสองลังใหญ่
เย่ซีซีพูดเบี่ยงเบนความสนใจไปพลาง แอบกำสเปรย์ฉีดหมีไว้ในมือเตรียมพร้อม
"ใช่แล้วหมิงเซวียน ป้าเพิ่งบอกไปเมื่อกี้ว่าทั้งวันป้านั่งเย็บรองเท้าอยู่ที่ลานบ้าน ซีซีออกไปตั้งแต่เช้าเพิ่งจะกลับมาเนี่ย"
"แม่กับน้องแกน่ะเสียใจที่ของหายจนมาปรักปรำคนอื่นมั่วซั่ว!" ชาวบ้านช่วยกันพูดคนละประโยค
"ของเยอะขนาดนั้น คนท้องคนเดียวจะขนไปแบบไม่ให้ใครเห็นได้ยังไง? มันไม่สมเหตุสมผลเลย"
"นั่นสิ จูเยว่หลิงกับลูกสาวนี่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ใส่ร้ายคนอื่นไปทั่ว"
ท่ามกลางฝูงชน ลูกสาวคนเล็กของป้าเซี่ยพยักหน้าตามการส่งสายตาของแม่ แล้วรีบวิ่งออกไปแจ้งตำรวจทันที
เย่ซีซีเริ่มใจชื้น ขอแค่ถ่วงเวลาไว้จนตำรวจมา จูหมิงเซวียนก็คงไม่กล้าทำตัวกร่าง
จูหมิงเซวียนเริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง เมื่อกี้เขาโกรธจนหน้ามืดไปหน่อย ตอนนี้พอคิดดูดีๆ นังหน้าโง่เย่ซีซีจะเอาความกล้าที่ไหนมาขโมยของในบ้าน? ปกติมีแต่หล่อนที่หิ้วของมาประจบประแจง ต่อให้ขวัญกล้าเทียมฟ้าก็คงไม่กล้าทำแบบนี้
นึกได้ดังนั้นเขาก็ปล่อยมือ มองเธอด้วยสายตากึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
ไม่นานนัก เสียงลูกสาวป้าเซี่ยก็ดังมาจากหน้าประตู "คุณตำรวจมาแล้วค่ะ! คุณตำรวจมาแล้ว!"
เย่ซีซีลอบถอนหายใจยาว เก็บสเปรย์ฉีดหมีกลับเข้ามิติไปอย่างเงียบเชียบ
ตำรวจที่มามีสองนาย นายหนึ่งเป็นตำรวจชายวัยกลางคน อีกคนเป็นตำรวจหญิงอายุน้อย ตำรวจชายท่านนี้ชื่อจาง ทำงานในสถานีละแวกนี้มาสิบกว่าปีแล้ว ทุกคนรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี ส่วนตำรวจหญิงดูเหมือนจะเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งมาประจำการ
"คุณตำรวจคะ บ้านเราโดนขโมยค่ะ!" จูอวี้เหยาชี้นิ้วใส่เย่ซีซี "นังนี่แหละค่ะที่ขโมยของบ้านเราไป!"
เจ้าหน้าที่จางก้าวฝ่าฝูงชนเข้ามา สายตาภายใต้ปีกหมวกกวาดมองทุกคนในที่เกิดเหตุ น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง "เงียบ! เกิดอะไรขึ้น? ขอตัวแทนคนหนึ่งมาเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบให้ชัดเจน!"
จูหมิงเซวียนหน้าเครียด ยืนนิ่งไม่ยอมพูด
ในห้องเขามีของบางอย่างที่บอกตำรวจไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้จับโจรได้ ของพวกนั้นเขาก็คงไม่ได้คืนอยู่ดี
ในใจเขาตอนนี้ทั้งอึดอัด คับแค้น และโกรธจัดจนอยากระเบิดออกมา แต่ขณะเดียวกันเขาก็ยังพอมีไหวพริบ โชคดีที่เขาแอบแยกสมุดบัญชีไปซ่อนไว้ที่อื่น ไม่อย่างนั้นนอกจากเงินที่หามาได้จะหายเกลี้ยง "ธุรกิจ" ที่คนคนนั้นส่งมอบให้เขาดูแลก็คงพังทลายไปด้วย!
เขากัดฟันกรอด ตราบเท่าที่ขุนเขายังอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนเผา [2]
เจ้าหน้าที่จางสั่งให้ตำรวจหญิงจดบันทึก "เสี่ยวอัน บันทึกข้อมูลที"
ตำรวจอันพยักหน้า ก้มหน้าก้มตาจดอย่างรวดเร็ว
จูเยว่หลิงเริ่มสงบสติอารมณ์ลงบ้าง หล่อนจ้องเย่ซีซีพลางคิดถึงคำพูดที่เธอทิ้งไว้เกี่ยวกับเจิ้งเซี่ยงหรง แต่จูอวี้เหยายังคงปกป้องแฟนหนุ่มไม่เลิก "แม่... แม่คงไม่ได้สงสัยพี่เซี่ยงหรงจริงๆ ใช่ไหมคะ?"
จูเยว่หลิงไม่ตอบ
จ่าจางเดินไปตรวจสอบรอยกุญแจหน้าบ้าน แล้วเดินสำรวจในบ้านอย่างละเอียด ดูนั่นนิดจับนี่หน่อย
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "กลอนประตูพวกนี้ไม่มีรอยงัดแงะหรือความเสียหายเลย แสดงว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในหรือคนรู้จักที่เข้าออกบ้านได้โดยตรง"
จูอวี้เหยารีบคว้าประเด็นนี้ทันที ชี้นิ้วใส่เย่ซีซี "นั่นไง! ได้ยินไหมคะคุณตำรวจ? คุณตำรวจบอกว่าคนรู้จักทำ ต้องเป็นแกแน่ๆ! รีบสารภาพมา ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คุณตำรวจจับแกไปยิงเป้าซะ!"
เย่ซีซีเหยียดยิ้มหยัน "ปัญหาคือ ฉันไม่มีกุญแจบ้านเลยค่ะ น้าเยว่หลิงบอกว่าฉันเหมือนน้ำที่สาดออกไป [3] เลยยึดกุญแจบ้านฉันไปหมดแล้ว"
ช่างน่าสมเพช บ้านที่แม่ทิ้งไว้ให้แท้ๆ แต่เจ้าของบ้านกลับไม่มีแม้แต่กุญแจ จะเข้าบ้านตัวเองแต่ละทีต้องรอให้คนบ้านจูมาเปิดให้
ชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันอีกครั้ง
"โถ่... บ้านนี้โรงงานทอผ้าแบ่งให้เจียงซู่ซินไม่ใช่เหรอ? ลูกสาวแท้ๆ กลับไม่มีกุญแจบ้าน จูเยว่หลิงนี่ทำเกินไปจริงๆ ไม่กลัวคนเขาด่าตามหลังหรือไง"
"เรื่องยึดกุญแจนี่ใจดำมากนะ ยังไงบ้านนี้ก็นับรวมอายุการทำงานของเจียงซู่ซินด้วย"
"ชู่ว... ช่วงนี้เขารณรงค์ทำลายสิ่งเก่าๆ แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงทะเลาะกัน เดี๋ยวก็กลายเป็นเรื่องขัดแย้งทางชนชั้นหรอก"
"ได้ยินมาว่าเดือนก่อนจูเยว่หลิงเอาหีบไม้การบูรที่เป็นสินเดิมของเจียงซู่ซินไปดัดแปลงเป็นตู้เก็บถ่านหินด้วยนะ"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ มีคนตะโกนบอกเย่ซีซี "ซีซี ลองไปคุยกับสหภาพโรงงานดูไหม? แม่หนูเมื่อก่อนเป็นถึงแรงงานดีเด่นเชียวนะ!"
ใบหน้าจูเยว่หลิงแดงก่ำ นิ้วมือขยี้ชายเสื้อจนยับ หล่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง "ตอนนี้เราคุยเรื่องบ้านโดนปล้น อย่าเอาเรื่องอื่นมาปนสิ!"
หล่อนหันไปถามจ่าจาง "คุณตำรวจคะ ในเมื่อบอกว่าเป็นคนรู้จักทำ คุณพอจะสืบได้ไหมว่าเป็นใคร?"
เจ้าหน้าที่จางทำหน้าดุ มองจูอวี้เหยาด้วยความไม่พอใจ "เมื่อกี้ฉันยังพูดไม่จบ ทำไมแม่หนูนี่ชอบพูดแทรกนักฮะ?"
เขาตรวจสอบกลอนประตูใหญ่อีกรอบเพื่อยืนยันข้อสงสัย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูด "นอกจากจะเป็นคนรู้จักแล้ว ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างคือ... ประตูบานนี้ไม่ได้ล็อกตั้งแต่แรก!"
ตำรวจอันมองจูเยว่หลิงและลูกๆ อย่างเคร่งขรึม "วันนี้ใครออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย? ตอนออกไปได้ล็อกประตูไหม? แล้วหลังจากออกไป มีใครกลับเข้ามาอีกหรือเปล่า?"
ป้าเซี่ยรีบพูดขึ้น "คุณตำรวจคะ ฉันยืนยันได้ วันนี้ซีซีออกไปแต่เช้าตรู่ ฉันกับป้าเฉินและสะใภ้หลี่เห็นพร้อมกัน หลังจากนั้นไม่นานจูเยว่หลิงกับจูอวี้เหยาก็ออกไปทำงาน ฉันนั่งเย็บรองเท้าอยู่ตรงลานบ้านทั้งวัน เห็นจูอวี้เหยากลับมาหนหนึ่งตอนสายๆ แล้วก็รีบร้อนออกไปค่ะ"
ป้าเฉินชี้ไปที่กระเป๋าเย่ซีซี "ใช่ค่ะ ซีซีออกไปตอนเช้ามีแค่กระเป๋าสะพายใบเดียว ของอย่างอื่นไม่ได้ถือไปเลย"
ตำรวจอันจดข้อมูลลงสมุด พยักหน้าแล้วหันมาหาเย่ซีซี "ฉันขอตรวจกระเป๋าคุณหน่อย"
"ได้เลยค่ะคุณตำรวจ" เย่ซีซียื่นกระเป๋าทุกใบให้ ตำรวจอันรื้อค้นจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็คืนให้ "เรียบร้อยค่ะ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ"
จ่าจางเดินไปหาจูอวี้เหยา ถามเสียงเข้ม "สหาย... เมื่อเช้าหลังจากออกไปแล้ว ทำไมคุณถึงกลับมาบ้านอีก? รบกวนช่วยอธิบายด้วย"
จูอวี้เหยานึกไม่ถึงว่าความซวยจะมาตกที่ตัวเอง หล่อนบิดนิ้วไปมาอย่างประหม่า "ฉัน... ฉันกำลังจะไปทำงานแต่ลืมของเลยกลับมาเอาค่ะ..."
หล่อนลืมหยิบของขวัญชิ้นเล็กที่จะเอาไปให้เจิ้งเซี่ยงหรง เลยต้องรีบวิ่งกลับมาเอาแล้วรีบออกไป
"แล้วตอนออกจากบ้านรอบที่สอง คุณแน่ใจไหมว่าล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว?"
"..." จูอวี้เหยาพยายามนึกภาพตอนนั้น หล่อนดูเหมือนจะ... เหมือนจะลืมล็อกจริงๆ หรือเปล่านะ?
เย่ซีซีเห็นสีหน้าปั้นยากของจูอวี้เหยาก็แอบยกยิ้มมุมปากวับหนึ่ง
จริงๆ จะโทษจูอวี้เหยาคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะการล็อกประตูปกติมันเป็นกริยาที่ทำไปตามสัญชาตญาณ ยิ่งหล่อนรีบร้อนขนาดนั้น ใครจะไปจำรายละเอียดได้เป๊ะๆ? ตอนนี้หล่อนคงรู้สึกว่า 'ล็อกแล้วมั้ง' หรือไม่ก็ 'เอ๊ะ หรือว่าไม่ได้ล็อก'
"ไม่จริงใชไหมอวี้เหยา? นี่ลูกลืมล็อกประตูจริงๆ เหรอ?!"
เชิงอรรถ
^Dacron
^ยอมเสียวันนี้เพื่อรอวันหน้า
^แต่งออกไปแล้ว