เย่ซีซีเอียงตัวเข้าไป ใช้นิ้วสะกิดแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของชายหนุ่ม แล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สหายซ่งเยี่ยนโจวคะ ท่านประธานเหมาบอกว่าผู้หญิงแบกรับฟ้าไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ฟ้าครึ่งนี้ก็ต้องมีคนช่วยพยุงไว้ให้มั่นคงเหมือนกันนะ"
เธอค่อยๆ ดึงมือของซ่งเยี่ยนโจวมาวางบนหน้าท้องที่นูนเด่นอีกครั้ง เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงอ่อนหวานออดอ้อน จ้องมองตาเขาแล้วพูดอย่างจริงจัง "ฉันรู้ว่าคุณไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น คุณเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบสูงมาก คุณต้องจำไว้นะคะว่า ฉันไม่ได้กำลัง 'เสวยสุข' แต่ฉันกำลังใช้ชีวิตแลกกับลูกของเรา"
"วันข้างหน้าถ้าฉันอยากจะพักนานหน่อย หรืออยากให้คุณช่วยทำกับข้าว ซักผ้าอ้อม นั่นไม่ใช่เพราะฉันสำออยนะคะ แต่เป็นหน้าที่ที่คุณควรทำต่างหาก"
แม้ซ่งเยี่ยนโจวจะรู้สึกทำตัวไม่ถูกกับการกระทำของเย่ซีซี แต่เขาก็ไม่ได้ชักมือออก เขาพยักหน้า "ผมไม่เคยคิดว่าคุณกำลังเสวยสุขเลย คุณยอมคลอดลูกคนนี้ออกมา ครอบครัวเราทุกคนก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว"
เย่ซีซีเห็นเขาหัวไวขนาดนี้ก็พลันยิ้มออกมา "ถ้าคุณกล้าทำตัวเหมือนผู้ชายคนเมื่อกี้กับฉันล่ะก็ พอเจ้าตัวเล็กเกิดมา ฉันจะให้ลูกดึงหูคุณทุกวันเลย"
ซ่งเยี่ยนโจวครุ่นคิดครู่หนึ่ง แววตาคมลึกจ้องมองเธอ "ตกลงครับ แต่มีข้อแม้ว่าหลังจากนี้คุณต้องทำตัวดีๆ อย่าเอะอะโวยวายอีก"
เย่ซีซีเบะปาก ผู้ชายคนนี้ช่างใช้เหตุผลจนดูเย็นชาจริงๆ เธออุตส่าห์ลดตัวลงมาง้อขนาดนี้แล้ว ท่าทีเขาเพิ่งจะอ่อนลงแค่จิ๊ดเดียวเอง
คิดดูเถอะ เย่ซีซีคนนี้ตั้งแต่เล็กจนโตมีแต่ผู้ชายวิ่งไล่ตามง้อ แล้วนี่ต้องมาใช้เล่ห์เหลี่ยมคอยสังเกตสีหน้าเอาใจผู้ชายคนเดียวเนี่ยนะ? แต่พอนึกดูอีกที นี่เป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมก่อกรรมไว้เยอะจนทำเอาผู้ชายซื่อๆ คนนี้ขวัญผวาไปหมดแล้ว
หยวนๆ กันไปแล้วกัน...
ตอนนั้นเอง หญิงตั้งครรภ์ในห้องอัลตราซาวด์ตรวจเสร็จพอดี คุณหมอเรียกคิวถัดไป "ท่านต่อไป สหายเย่ซีซี เชิญข้างในค่ะ"
ทั้งคู่เข้าไปในห้อง คุณหมอเป็นผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 40 กว่า ท่าทางใจดีเป็นกันเอง เย่ซีซีนอนลงบนเตียงโดยมีซ่งเยี่ยนโจวช่วยประคอง คุณหมอนำหัวตรวจที่เปื้อนเจลมาวางบนท้องเธอเบาๆ เครื่องมือรุ่นเก่าส่งเสียงดังหึ่งๆ เป็นจังหวะ ภาพสีเทาขาวบนหน้าจอค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
คุณหมอสวมแว่นตาจ้องมองหน้าจออย่างตั้งใจ ทันใดนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วชี้ที่หน้าจอ "เจ้าตัวเล็กพวกนี้มีพลังไม่เบาเลยนะ ดูสิ นี่คือหัวเด็กสองคน"
ตอนที่คุณหมอพูดว่า "เจ้าตัวเล็กพวกนี้" เย่ซีซีสัมผัสได้ชัดเจนว่ามือของชายหนุ่มที่วางบนที่เท้าแขนเก้าอี้เหล็กเกร็งแน่นจนขึ้นเส้นเลือด สีหน้าไม่คงความสงบได้อีกต่อไป เขาขยับลูกกระเดือก แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหม่า ถามหมอเสียงสั่น "เจ้าตัวเล็กพวกนี้? หมายความว่า... ไม่ได้มีแค่คนเดียวเหรอครับ?"
คุณหมอใช้สำลีเช็ดเจลออกจากท้องเย่ซีซี แล้วส่งใบตรวจให้ "ท้องแฝดได้ห้าเดือนครึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ แต่ท่าเด็กปกติทั้งคู่ กลับไปทานอาหารที่มีประโยชน์เยอะๆ แล้วหมั่นมาฟังเสียงหัวใจลูกเป็นระยะนะ"
คุณหมอหยุดเว้นจังหวะ แล้วขยิบตาให้เย่ซีซีพลางเสริม "บุญวาสนาแบบนี้ ต่อให้จุดโคมหาทั่วเมืองก็หาไม่เจอหรอกจ้ะ"
เป็นคำพูดที่มีความหมายแฝงลึกซึ้ง ซึ่งเย่ซีซีเข้าใจทันที ในประเทศจีนคุณหมอไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยเพศทารก หมอกำลังดีใจไปกับพวกเขาและแอบส่งสัญญาณใบ้ให้นั่นเอง
แม้ซ่งเยี่ยนโจวจะฟังคำใบ้ไม่ออก แต่มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาจ้องเขม็งไปที่กลุ่มเงาสีดำสองกลุ่มที่พร่ามัวบนจอขาวดำ ตั้งใจราวกับกำลังอ่านรายงานการวิจัย
คุณหมอเห็นเขาอยากรู้อยากเห็น จึงช่วยชี้อธิบายอย่างใจเย็น "นี่คือหัวเด็ก นี่คือเท้า ฮ่าๆ ลูกของคุณซนมากเลยนะเนี่ย กำลังเตะขาเล่นข้างในเลย ส่วนคนนี้ดูเหมือนนิสัยจะเรียบร้อยกว่าหน่อย..."
ซ่งเยี่ยนโจวมองอย่างพินิจและฟังอย่างตั้งใจ รอยยิ้มบนใบหน้าไม่จางหายไปเลย เย่ซีซีแอบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นออกมาในดวงตาของเขา เหมือนดอกไม้ไฟที่ระเบิดขึ้นกลางท้องฟ้าสว่างไสว
เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม ใช้นิ้วจิ้มแก้มเขาเบาๆ "มีลูกสองคนรวดเลย ดีใจไหมคะ?"
ซ่งเยี่ยนโจวหันมามองเธอ แววตาแห่งความสุขนั้นชัดเจนมาก ดูออกว่าอารมณ์ดีสุดๆ ถึงขนาดตอบกลับมาสั้นๆ ว่า "อืม" ซึ่งหาได้ยากยิ่ง
ผลการตรวจอื่นๆ ปกติดี คุณหมอยิ้มบอกว่า "สถานการณ์ของคุณแม่และเด็กดีมากค่ะ แต่เนื่องจากเป็นท้องแฝด หลังจากนี้ต้องระวังเรื่องการบำรุงหน่อย รับสารภาพอาหารให้ครบถ้วน พักผ่อนให้เพียงพอ แต่ก็ควรขยับเขยื้อนร่างกายบ้างนะคะ..."
ซ่งเยี่ยนโจวฟังอย่างจดจ่อจนเย่ซีซีแอบสงสัยว่า ถ้าเขามีสมุดบันทึกกับปากกาตอนนี้ เขาคงจะจดทุกคำพูดของหมอลงไปแน่ๆ
เย่ซีซีเข้าใจหลักการที่ว่า "ยิ่งมีส่วนร่วมมาก ความรู้สึกผูกพันยิ่งลึกซึ้ง" การมาตรวจครรภ์ครั้งนี้ อย่างแรกคือเพื่อตบหน้าเหยียนหงจือกับจ้าวอวี้เฟิ่ง และอย่างที่สองคือต้องการให้ซ่งเยี่ยนโจวมีส่วนร่วมในกระบวนการตั้งครรภ์ เพื่อให้เขาสัมผัสถึงการมีอยู่ของ "ลูกแฝด" อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุด
ในทางจิตวิทยา เมื่อคนเราทุ่มเทเวลา แรงกาย หรือความรู้สึกให้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะเกิดความผูกพันโดยไม่รู้ตัว ยิ่งร่วมลงแรงมาก ความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของก็ยิ่งแข็งแกร่ง
การให้ซ่งเยี่ยนโจวมาร่วมตรวจครรภ์ สัมผัสการดิ้นของลูก และได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ จะทำให้เขารู้สึกถึงสายเลือดที่เชื่อมโยงกันจนสลักลึกเข้าไปในใจ เมื่อเขาทุ่มเทใจให้กับเรื่องนี้ เขาก็จะค่อยๆ ยอมรับเธอและลูกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง เกิดความรับผิดชอบและความผูกพันที่ตัดไม่ขาด
ตอนนี้ที่เขายังเย็นชากับเธอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมทำเขาเจ็บจนไม่กล้าคาดหวัง และอีกส่วนหนึ่งคือเขายังไม่มีความผูกพันลึกซึ้งกับเธอและลูก มีเพียงหน้าที่และความรับผิดชอบตามธรรมชาติเท่านั้น
เมื่อออกจากโรงพยาบาล เย่ซีซีลูบไล้ตัวอักษร "แฝดมีชีวิต" บนใบรายงานผล ความรู้สึกอ่อนโยนสายหนึ่งพุ่งพล่านในใจ เธอส่งใบตรวจคืนให้ซ่งเยี่ยนโจว ปลายนิ้วสัมผัสฝ่ามือที่มีรอยด้านของเขา แล้วถือโอกาสควงแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
"ซ่งเยี่ยนโจว คุณทายสิว่าเจ้าตัวเล็กสองคนในท้องฉันเนี่ย จะเป็นฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ หรือว่าจะเป็นลูกชายลูกหญิงที่รวมกันเป็นคำว่า 好 [1] กันแน่คะ?" น้ำเสียงตอนท้ายของเธอหวานเชื่อมเหมือนน้ำตาลละลาย
ซ่งเยี่ยนโจวทำตัวไม่ถูกกับการเข้าหาอย่างกะทันหัน ปฏิกิริยาแรกของเขาคือมองลนลานไปรอบๆ ที่หน้าโรงพยาบาลคนพลุกพล่าน หลายคนมองมาด้วยความสนใจ
ผู้หญิงคนนี้ วันนี้แปลกจริงๆ ชอบเข้าใกล้เขาขนาดนี้ตลอดเลย
เขาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ แขนข้างที่ถูกหญิงสาวควงไว้นั้นเหมือนถูกไฟฟ้าสถิต จะชักออกก็กลัวเธอไม่พอใจ จะปล่อยให้ควงต่อก็กลัวคนมอง มันช่างเกินงามเหลือเกินในสายตาเขา แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงเป๊ะ นิ้วมือเผลอกำใบตรวจครรภ์ไว้แน่น
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แต่งงานกันมาที่เธอเข้าหาเขาอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ พร้อมด้วยท่าทางออดอ้อนเหมือนเด็กสาว ลมหายใจอุ่นๆ ผ่านเนื้อผ้ามาโดนผิวหนังจนเขารู้สึกร้อนวูบวาบจนทำอะไรไม่ถูก
ชั่วขณะหนึ่ง เขานึกถึงภาพของเธอที่เคยปากคอเราะร้ายและชอบประชดประชันเหมือนมีหนามแหลมคมอยู่รอบตัว แต่ผู้หญิงที่อิงแอบอยู่ข้างกายเขาตอนนี้กลับมีดวงตายิ้มได้เหมือนพระจันทร์เสี้ยว น้ำเสียงหวานจนหยดเป็นน้ำผึ้ง ท่าทางทุกอย่างเต็มไปด้วยความอ่อนโยน จนเขารู้สึกใจสั่นกับความแปลกใหม่นี้
โดยเฉพาะภาพอัลตราซาวด์เมื่อครู่ เจ้าตัวเล็กสองคนขยับแขนขาอย่างร่าเริงอยู่บนจอ ภาพนั้นเหมือนมีตัวตนจริงๆ กระแทกเข้ากลางใจเขาจนกำแพงเหล็กกล้าที่เขาสร้างไว้เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ
ภาพผู้หญิงข้างกายที่ยิ้มแย้มควงแขนเขา อีกมือลูบท้องโตเบาๆ ท่ามกลางแสงแดดที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาเคลือบเงาสีทองบนเงาของคนทั้งสอง ทำให้เขารู้สึกไปชั่วขณะว่า... ความวุ่นวายและการอาละวาดที่ทำให้เขาเหนื่อยล้ากำลังค่อยๆ ห่างไกลออกไป ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนคู่สามีภรรยาธรรมดาๆ ที่กำลังเฝ้ารอคอยชีวิตใหม่มาจุติด้วยกัน
เย่ซีซีสัมผัสได้ถึงความแข็งทื่อของชายข้างกาย เธอเห็นเขาวางแขนไม่ถูกเหมือนเหยื่อที่ถูกย่างอยู่บนกองไฟ ก็อดขำในใจไม่ได้ ทหารยุคนี้ช่างเคร่งระเบียบเหลือเกิน พอใกล้ชิดหน่อยก็ทำท่าเหมือนเจอศัตรูตัวฉกาจ
เธอปล่อยแขนเขา ปลายนิ้วกรีดผ่านฝ่ามือเขาเบาๆ จงใจหยุดค้างไว้ครึ่งวินาที ก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้เขา "ดูคุณทำท่าตื่นเต้นเข้าสิ ทำอย่างกับว่าภรรยาตัวเองไปขโมยเขามาอย่างนั้นแหละ"
เธอถอยหลังไปครึ่งก้าว ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และขี้เล่น แล้วถามเขาว่า "แล้วเราจะไปไหนกันต่อดีคะ? กลับบ้านเลยไหม?"
เชิงอรรถ
^ดี