บทที่ 197: ลางสังหรณ์
บรรยากาศหน้าถ้ำยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ฟางชวนหยิบถุงพลาสติกสำหรับเก็บหลักฐานออกมา เขาคีบก้อนเส้นผมสางกระเซิงยัดลงไปในถุง พลางนิ่วหน้านึกไปถึงตอนที่ต้องหยิบจับของพวกนี้
เขาสาบานกับตัวเองเลยว่า พอกลับไปถึงแผนกสืบสวนคดีพิเศษ เขาจะบีบเจลล้างมือชะโลมให้ท่วมแขน ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกเหมือนมีอะไรไต่ยั้วเยี้ยอยู่ที่มือตลอดเวลาแน่
"เอาล่ะ ได้เส้นผมมาแล้ว แล้วนายเป็นยังไงบ้าง"
ฟางชวนหันกลับมามองเพื่อนร่วมงาน สภาพของเยียนซิวในตอนนี้ดูไม่จืดเลยสักนิด เสื้อเชิ้ตราคาแพงที่เคยเรียบกริบขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
รอยฉีกขาดเผยให้เห็นผิวเนื้อที่มีเลือดซึมออกมา ทั้งบริเวณหน้าอกขวาและท่อนแขนซ้าย ร่องรอยการต่อสู้กับแม่เจียงซือนั้นดุเดือดกว่าที่คิด
เยียนซิวขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่รู้สึกรู้สา แต่จังหวะการตอบกลับช้าไปนิดหนึ่ง
"แผลภายนอกไม่หนักเท่าไหร่" เยียนซิวเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่อเสียงเรียบ
"แต่ติดพิษศพ"
"ห๊ะ!" ฟางชวนร้องเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
"ไหนนายบอกว่าตัวเองกันพวกของสกปรกพวกนี้ได้ไง"
ที่ผ่านมาฟางชวนเห็นมากับตา ร่างกายของเยียนซิวเหมือนมีเกราะป้องกันพิเศษ สิ่งอัปมงคลทั้งหลายที่คนปกติวิ่งหนีป่าราบ กลับไม่กล้าเข้าใกล้ชายคนนี้เลยสักนิด
จำได้ว่าตอนที่พวกเขาเผชิญหน้ากับพวกกู่ สัตว์พิษพวกนั้นยังแหวกทางหนีเยียนซิวราวกับเจอของแสลง แล้วทำไมกับอีแค่แม่เจียงซือตัวนี้ กฏเหล็กข้อนั้นถึงใช้ไม่ได้ผล
"ปกติมันก็กันได้..."
น้ำเสียงของเยียนซิวแผ่วลงเล็กน้อย เขาค่อยๆ ถลกแขนเสื้อที่ขาดรุ่งริ่งขึ้น เผยให้เห็นรอยเล็บที่กรีดลึก เนื้อรอบปากแผลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำน่ากลัว
เขาไม่ได้อธิบายอะไรต่อ แต่ในใจรู้ดีว่าความผิดพลาดครั้งนี้มันไร้เหตุผลสิ้นดี ถ้าจะหาคำอธิบายก็คงมีแค่คำว่า "ซวย" เท่านั้น พลังไอสังหารในกายเขาปกติจะทำหน้าที่เหมือนป้อมปราการ คอยทำลายสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้ามาอัตโนมัติ
แต่จังหวะที่กรงเล็บของแม่เจียงซือตวัดผ่านผิวหนัง พลังไอสังหารที่กำลังจะพุ่งขึ้นมาป้องกันตัวกลับสะดุดลงดื้อๆ เหมือนเครื่องยนต์ดับกลางอากาศ ทำให้พิษศพฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้สำเร็จ
พิษของแม่เจียงซือตัวนี้ร้ายกาจกว่าซากศพเดินดินทั่วไปหลายเท่า มันกัดกินเนื้อเยื่อรวดเร็วปานกรดกัด ตอนนี้เขาทำได้เพียงเดินลมปราณใช้ไอสังหารกดข่มมันไว้ไม่ให้ลามไปถึงหัวใจ แต่ยังขับมันออกไปไม่ได้
ฟางชวนมองแผลนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"นายไหวแน่นะ ถ้าไม่ไหวฉันจะซิ่งไปส่งที่สนามบินเดี๋ยวนี้เลย นายกลับไปรักษาตัวที่ปักกิ่งดีกว่าไหม"
เมืองเล็กๆ อย่างชิ่งเฉิง เครื่องไม้เครื่องมือหรือผู้เชี่ยวชาญด้านถอนพิษศพแทบจะเป็นศูนย์ ขืนปล่อยไว้แบบนี้เขากลัวเพื่อนจะตายก่อนจบคดี
"ไม่จำเป็น เดี๋ยวฉันโทรบอกที่บ้าน ให้พ่อส่งคนมาจัดการ" เยียนซิวปฏิเสธเสียงแข็ง
เขาจะทิ้งงานที่ชิ่งเฉิงตอนนี้ไม่ได้ คดีนี้โยงใยไปถึงตระกูลฉีอย่างชัดเจน ไม่เหมือนคราวก่อนๆ ที่พวกนั้นสละหมากทิ้งแล้วลอยตัวหนีไป คราวนี้ตระกูลฉีถูกจับหางได้คาหนังคาเขา การจะตามกลบเกลื่อนร่องรอยย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
ถ้าเขากลับปักกิ่งไปตอนนี้ ทิ้งฟางชวนไว้ที่นี่คนเดียว ก็เท่ากับส่งเพื่อนไปตาย หากตระกูลฉีจนตรอกแล้วคิดจะงัดข้อขึ้นมา เป้าหมายแรกก็คือนายตำรวจหนุ่มคนนี้ ซึ่งลำพังฟางชวนรับมือพวกมันไม่ไหวแน่
คนอย่างที่ปรึกษาเยียน ไม่เคยมีคำว่าถอยกลางคัน ในเมื่อตระกูลฉีกล้าเล่นแรงขนาดนี้ เขาก็จะเล่นกลับให้สาสม พวกมันอยากได้ชีวิตเขา ตระกูลเยียนเองก็อยากจะลบชื่อตระกูลฉีออกจากสารบบมานานแล้วเหมือนกัน
"เออๆ พ่อคนเก่ง งั้นนายไปที่รถก่อน ฉันจะทำแผลเบื้องต้นให้"
ถึงจะแก้พิษศพไม่ได้ แต่แผลเหวอะหวะพวกนี้ก็ต้องล้างฆ่าเชื้อกันติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่ม ฟางชวนถอนหายใจเฮือก เข้าไปช่วยพยุงร่างสูงที่เริ่มโซเซให้เดินไปที่รถ
"อีกเรื่องหนึ่ง ในถ้ำนั่นมีของฝังอยู่ น่าจะเป็นชิ้นส่วนของพวกเจียงซือเด็ก ตอนนายให้คนมาเคลียร์พื้นที่ก็ระวังตัวด้วย"
"รู้แล้วโว้ย นายเก็บแรงไว้หายใจเถอะ อย่าเพิ่งสั่งงานตอนนี้"
ฟางชวนตบไหล่เพื่อนเบาๆ อย่างหมั่นไส้ระคนเป็นห่วง สภาพยืนแทบจะไม่ไหวแล้วยังจะมีแก่ใจห่วงรูปคดีอีก
กว่าจะลากสังขารกันมาขึ้นรถได้ก็เล่นเอาหอบ ฟางชวนรื้อกล่องปฐมพยาบาลออกมา ลงมือเช็ดล้างบาดแผลอย่างเบามือที่สุด
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเยียนซิวก็สั่นครืดคราด เขาหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอระบุชื่อผู้ส่งชัดเจนว่าเป็น 'หลิ่วมู่มู่'
หลิ่วมู่มู่: เมื่อกี้ฉันงีบหลับแล้วฝัน เห็นคุณโดนเจียงซือข่วนเลือดอาบเลย [สติกเกอร์กระต่ายร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด]
เยียนซิวอ่านข้อความแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย นิ้วเรียวพิมพ์ตอบกลับไปทันที
เยียนซิว: ทำไมเธอถึงฝันในเวลาเรียน
เจอคำถามนี้เข้าไป หลิ่วมู่มู่ที่กำลังใจเสียและต้องการคำปลอบโยนจากแฟนหนุ่มถึงกับไปไม่เป็น
หลิ่วมู่มู่: [สติกเกอร์กบเขียวหงายท้องตายสนิท]
หลิ่วมู่มู่: ก็... แอร์มันเย็น ฉันเลยเผลอหลับไปนิดเดียวเอง
เยียนซิว: คาบนี้วิชาแคลคูลัสใช่ไหม
เยียนซิว: ฉันต้องเตือนความจำเธอไหมว่าอีกแค่สองเดือนก็จะสอบปลายภาคแล้ว
เยียนซิว: ถ้าวิชานี้เธอตก ปีหน้าเธอต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำใหม่พร้อมรุ่นน้องนะ
หลิ่วมู่มู่: [สติกเกอร์จอมยุทธ์ประสานมือลาขาด]
ผู้ชายคนนี้น่ากลัวชะมัด!
คู่รักคู่อื่นเขามีแต่จะสวีทหวานแหวว ดูอย่างคู่ของเจิ้งเซวียนกับเฉียนเสี่ยวเหมิงสิ ฝ่ายชายแทบจะประเคนโลกทั้งใบให้ ตามใจแฟนจนแทบเสียคน
ถึงเวลาพักเที่ยงก็หิ้วข้าวหิ้วน้ำมาประเคนถึงหน้าตึกเรียน ส่วนแฟนของเธอน่ะเหรอ... วันๆ เอาแต่ขู่เรื่องสอบตก
หลิ่วมู่มู่เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าด้วยความเซ็ง อาจารย์สอนเลขที่ว่าโหดยังทำหน้าดุไม่เท่าแฟนเธอเลย
เธอคิดว่าลำพังสมองอย่างเธอ ไปนั่งติวเข้มให้ตายก็คงไม่รุ่ง สู้เอาเวลาไปฝึกเสี่ยงทายทายทัก เผื่อตอนสอบจะมั่วข้อสอบถูกบ้างยังจะดูมีความหวังมากกว่า
แต่ทว่า... ความฝันเมื่อครู่มันช่างสมจริงจนน่าขนลุก ภาพที่เห็นเหมือนเธอลอยตัวมองเหตุการณ์จากมุมสูง คล้ายกับเวลาที่ 'เนตรสวรรค์' ทำงานไม่มีผิด ความกังวลยังคงเกาะกุมจิตใจจนนั่งไม่ติด
เอาเถอะ เดี๋ยวเรียนเสร็จตอนบ่าย แวะไปดูหน้าเขาที่สถานีตำรวจสักหน่อยดีกว่า จะได้สบายใจ
ทางด้านเยียนซิวที่กำลังพิมพ์ข้อความดุแฟนสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉยนั้น ไม่ได้ปิดบังหน้าจอมือถือแต่อย่างใด ฟางชวนที่กำลังพันแผลให้เหลือบตาขึ้นมาเห็นข้อความพอดีถึงกับร้องทัก
"โห ขนาดแค่ฝันยังแม่นขนาดนี้ว่านายโดนเจียงซือข่วน แม่หมอหลิ่วนี่ของจริงว่ะ ถ้ารู้ก่อนน่าจะให้เธอจับยามสามตาให้เราสักหน่อย"
ดูสภาพเยียนซิวตอนนี้สิ เสื้อขาด เลือดซึม ผิวเขียวคล้ำ นี่มันหลักฐานมัดตัวชัดๆ ว่าโดนเจียงซือเล่นงาน ทำงานด้วยกันมาตั้งนาน เพิ่งจะเห็นเยียนซิวเจ็บหนักขนาดนี้เป็นครั้งแรก
เยียนซิวเอนศีรษะพิงพนักเบาะรถ ริมฝีปากยกยิ้มจางๆ อย่างภูมิใจ "แน่นอน นั่นคือเนตรสวรรค์ ยิ่งเธอโตขึ้น พลังของเธอก็จะยิ่งแกร่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ"
"แล้วนายจะไม่บอกเธอหน่อยเหรอว่านายเจ็บตัวจริงๆ" ฟางชวนถามพลางเก็บอุปกรณ์ทำแผล
"ไม่ล่ะ เดี๋ยวเธอจะตกใจ" เยียนซิวตอบเสียงเรียบ
ฟางชวนเงยหน้ามองเพื่อนด้วยสายตาว่างเปล่า... นี่มันเอาจริงเหรอ?
ทำไมพอมีความรักแล้วระดับสติปัญญาของที่ปรึกษาเยียนถึงได้ลดฮวบฮาบแบบนี้ ประเมินแฟนตัวเองต่ำไปหรือเปล่า
ผู้หญิงใจเด็ดอย่างหลิ่วมู่มู่น่ะเหรอจะตกใจ? รายนั้นวีรกรรมแสบสันขนาดไหนเขารู้ดี ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า เธอก็คงแค่วิ่งไปหาเสาค้ำยันมาดันไว้มากกว่า แค่เรื่องโดนผีดิบข่วนแค่นี้ คิดเหรอว่าจะทำอะไรเธอได้
แต่ก็นะ นั่นมันแฟนชาวบ้านเขา ฟางชวนจะไปยุ่งอะไรได้ หันกลับมามองชีวิตตัวเองแล้วก็น่าเศร้า
คู่ดูตัวเกรดพลาสติกที่เพิ่งตกลงคบกันได้แค่วันเดียว ดันกลายเป็นอาชญากรที่เขาต้องจับใส่กุญแจมือเข้าซังเตไปเองกับมือ คาดว่ากว่าจะได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์คงอีกเป็นสิบปี
เหตุการณ์นั้นทำเอาเขาสยองขวัญเรื่องการดูตัวไปเลย
ฟางชวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลว่าปีนี้ดวงความรักเขาคงเจอแต่ดาวโจร จบคดีนี้เมื่อไหร่ เห็นทีต้องไปกราบกรานให้แม่หมอหลิ่วช่วยผูกดวงแก้เคล็ดให้สักทีแล้วกระมัง
[จบบท]