บทที่ 2: ชะตาที่ล่วงรู้
ภายในห้องพักผู้ป่วยสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลชิ่งเฉิงแห่งที่ 2 หลิ่วอี้จือบรรจงเช็ดมีดผลไม้เล่มเล็กในมือจนแห้งสนิท สะท้อนเงาแสงไฟนีออนบนเพดาน ก่อนจะวางมันลงข้างเตียงอย่างแผ่วเบา
“กินเป็นอย่างเดียว อายุยี่สิบแล้วยังปอกเปลือกแอปเปิ้ลเองไม่เป็น ถ้าวันไหนปู่ไม่อยู่ หนูก็จะไม่กินแอปเปิ้ลหรือไง”
หลิ่วมู่มู่รับแอปเปิ้ลที่ถูกปอกเปลือกเป็นเกลียวสวยงามนั้นมากัดคำโต เสียงเคี้ยวดังกร๊วบก้องในความเงียบ
“หนูก็หาแฟนให้เขาปอกให้หนูสิคะ” เธอตอบทั้งที่ยังมีแอปเปิ้ลเต็มปาก
ชายชราเหลือบมองหลานสาว แววตาที่ผ่านโลกมานานฉายประกายรู้ทัน ก่อนจะเอ่ยทำลายความหวังของเด็กสาว
“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว จากประสบการณ์ดูดวงมากว่าแปดสิบปีของปู่ ขอบอกเลยว่าดวงชะตาของหนูน่ะ เรื่องความสัมพันธ์รักๆใคร่ๆ ลืมไปได้เลย”
หลิ่วมู่มู่เบะปากทันควัน เธอพยายามกลืนก้อนแอปเปิ้ลในปากลงคอ
“นั่นมันปู่ดูไม่แม่นเองต่างหาก ก่อนเราจะย้ายบ้านกัน หนูยังแอบไปหาตาบอดหลิวที่ซอยหน้ามาเลย เขาบอกว่าหนูต้องหาแฟนได้ก่อนอายุยี่สิบห้าแน่นอน!”
เพียงได้ยินชื่อ ‘บอดหลิว’ คิ้วของหลิ่วอี้จือก็กระตุก เขายกนิ้วชี้ไปที่หลานสาว
“นังเด็กคนนี้ หนูกล้าแอบไปหาตาบอดหลิวเหรอ ไม่รู้หรือไงว่าตาบอดหลิวนั่นมันเป็นใคร หมอนั่นมันคู่แข่งของปู่!”
“อ๋อ แต่ตาบอดหลิวคงไม่คิดแบบนั้นมั้งคะ” หลิ่วมู่มู่ยักไหล่
หลิ่วอี้จือรีบยกมือกุมหน้าอก ทำท่าเหมือนอาการเก่ากำเริบ
“หนูได้ยินมาว่า ปีปีหนึ่งเขาทำเงินได้ยี่สิบเท่าของบ้านเราเลยนะ”
“หมอนั่นมันจะไปรู้อะไร มันก็แค่ไอ้พวกต้มตุ๋น!”
หลิ่วอี้จือขึ้นเสียง ก่อนจะหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงลดเสียงลงถาม “เขาได้เยอะขนาดนั้นจริงเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิคะ” หลิ่วมู่มู่กัดแอปเปิ้ลคำต่อไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก่อนจะถอนหายใจ
“ปู่ว่าแปลกไหม เราก็เป็นหมอดูเหมือนกัน ทำไมเขาถึงหาเงินได้สบายๆ แต่เรากลับต้องหนีออกจากบ้านเก่า มันปกติเหรอ”
ชายชราทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ พลางพลิกตัวนอนหงายดึงผ้าห่มขึ้นคลุมอก เป็นสัญญาณว่าไม่อยากสนทนาต่อ สองปู่หลานเพิ่งย้ายถิ่นฐานมายังเมืองชิ่งเฉิงแห่งนี้ได้ไม่นาน
สาเหตุก็สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือนก่อน ปู่ของเธอรับงานใหญ่ชิ้นหนึ่ง แม้ลูกค้าจะพึงพอใจอย่างมาก แต่สามีเก่าของลูกค้ากลับไม่พอใจอย่างที่สุด เมื่อคำทำนายเรื่องเวลาและสถานที่นัดพบชู้รักนั้นแม่นยำจนนำไปสู่การถ่ายภาพหลักฐานมัดตัว
สามีเก่าต้องสูญเสียทรัพย์สินไปครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดู ความโกรธแค้นนั้นทำให้ทั้งคู่ต้องเก็บสัมภาระหลบหนีมาในยามวิกาล
กลายเป็นว่าในยุคสมัยนี้ แม้แต่อาชีพหมอดูก็ยังมีความเสี่ยงสูง
“วันนี้ปู่ไปทำนายดวงให้คุณปู่ถันอีกแล้วใช่ไหมคะ” หลิ่วมู่มู่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“เมื่อกี้ตอนเดินสวนกันที่ทางเดิน คุณอาถันมองหนูแปลกๆ”
“แปลกยังไง”
“ก็มองเหมือนหนูเป็นพวกนักต้มตุ๋นน่ะสิคะ”
แม้คุณปู่ถันในห้อง 458 จะศรัทธาในตัวปู่ของเธอเพียงใด แต่คุณอาถันผู้เป็นลูกชายกลับแสดงท่าทีตรงกันข้ามอย่างชัดเจน ไม่เพียงแต่ไม่เชื่อ หลิ่วมู่มู่ยังสัมผัสได้ว่าเขาอยากจะจับปู่หลานคู่นี้ส่งสถานีตำรวจเสียด้วยซ้ำ
“ตาไม่ถึง” หลิ่วอี้จือพึมพำ
“แล้วก็พี่ชายห้องข้างๆ ด้วย เวลาเขาเห็นปู่คุยกับคุณปู่ถัน สายตาของเขามองพวกเราเหมือนกำลังดูคนเสียสติเลย ปู่คะ ช่วยเก็บอาการหน่อยเถอะค่ะ”
“พวกนั้นจะไปรู้อะไร ดูจากโหงวเฮ้งของคุณปู่ถันแล้ว ที่บ้านของเขาแปดส่วนต้องโดนคนทำคุณไสยฮวงจุ้ยใส่แน่ๆ อีกไม่กี่วัน ลูกชายของเขาก็ต้องเข้าโรงพยาบาลตามมา ถึงตอนนั้น เขาจะคุกเข่าอ้อนวอนให้ปู่ช่วยเอง”
หลิ่วมู่มู่เคี้ยวแอปเปิ้ลคำสุดท้าย พลางครุ่นคิด “ที่ชิ่งเฉิงนี่ งานสายเราดูจะเยอะดีนะคะ”
เมืองเล็กๆ ทางเหนือที่พวกเขาจากมา เรื่องเลวร้ายซับซ้อนอย่างการทำคุณไสยฮวงจุ้ยนั้นแทบไม่เคยปรากฏ เพราะนักพยากรณ์ที่มีความสามารถต่างก็มุ่งหน้าเข้าเมืองใหญ่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ไม่มีใครยอมซุกตัวอยู่ในที่เล็กๆ เช่นปู่ของเธอ
“เรื่องหาเงินน่ะ หนูเลิกคิดไปได้เลย ปู่แค่ให้หนูลองคำนวณดวงชะตา หนูก็ยังทำพลาด อย่าออกไปขายหน้าเขาเลย ตั้งใจเรียนหนังสือของหนูไปเถอะ”
เหตุผลสำคัญที่ทั้งสองมุ่งมายังชิ่งเฉิง คือการที่หลิ่วมู่มู่สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่ได้ เธอยังคงต้องศึกษาหาความรู้ แม้ศาสตร์ที่เธอร่ำเรียนติดตัวมาจะดูห่างไกลจากวิทยาศาสตร์ แต่ทั้งเธอกับปู่ก็ยังเชื่อมั่นในหลักการของวิทยาศาสตร์
“ทายพลาดแล้วเป็นไรไปล่ะคะ พูดเหมือนปู่ไม่เคยพลาดอย่างนั้นแหละ ทั้งศาสตร์ทำนายหกขีด ทั้งศาสตร์ทำนายเหมยฮวา มันยากจะตายไป ใช่สิ่งที่คนปกติจะเรียนรู้กันได้ที่ไหน” หลิ่วมู่มู่บ่นอุบอิบแก้เกี้ยว
แม้เธอจะมีใบอนุญาตนักพยากรณ์อย่างเป็นทางการ แต่หากมีการสอบวัดผลจริง เธอก็มั่นใจว่าตนเองคงสอบไม่ผ่าน
หลิ่วอี้จือพร่ำสอนเธอมาสิบปีเต็ม แต่ก็ยังไม่สามารถถ่ายทอดวิชาได้สำเร็จ หลิ่วมู่มู่ผู้นี้จึงเปรียบดั่งรอยด่างพร้อยในชีวิตการทำงานแปดสิบปีของเขา
“พอเลย ไม่ต้องมาพูดยั่วโมโหปู่ แค่นี้ปู่ก็เหลือเวลาอยู่อีกไม่กี่วันแล้ว พอได้ยินหนูพูดแบบนี้ อายุขัยปู่ยิ่งสั้นลงไปอีกสองวัน” หลิ่วอี้จือพลิกตัวตะแคงหันหลังให้หลานสาว
คำพูดนั้นทำให้หลิ่วมู่มู่เงียบเสียงไปในบัดดล บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง
ครู่ใหญ่ผ่านไป หลิ่วอี้จือจึงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“ปู่คำนวณไว้แล้ว พ่อของหนูอยู่ที่เมืองนี้ อีกสักพักหนูก็ไปหาเขาซะ”
“ไม่ไปค่ะ” เธอตอบเสียงกร้าว
“สายใยพ่อลูกของหนูยังไม่ขาด ต่อให้ตอนนี้หนูไม่ไปหาเขา อนาคตก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี เจอเรื่องอะไรก็คิดแต่จะหนี ปู่สอนหนูมาแบบนี้เหรอ” น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น
หลิ่วมู่มู่จ้องมองแผ่นหลังอันเหี่ยวย่นนั้น ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะเค้นเสียงตอบรับแผ่วเบา “รู้แล้วค่ะ”
***
เว็บบอร์ดชิ่งเฉิง
หัวข้อกระทู้: เพื่อนร่วมห้องผู้ป่วยที่ทำให้ฉันอึดอัดใจ
152L (LZ): ฉันกลับมาแล้ว มีเรื่องโคตรสยองเกิดขึ้น หลังจากที่ลุง A ทักว่าครอบครัวของนักธุรกิจคนนั้นกำลังมีเคราะห์เลือดตกยางอาย วันที่สาม นักธุรกิจคนนั้นก็แขนหักเข้าโรงพยาบาลมาจริงๆ ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนบ้านกับพ่อของตัวเองเรียบร้อย
ฉันใจคอไม่ดีเลย
153L: จขกท. ต้องเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์เข้าไว้ ทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ!!!
154L: คนข้างบนน่ะ ฉันว่าเรื่องดูดวงนี่มันก็เป็นวิทยาศาสตร์แบบหนึ่งนะ มันคือความน่าจะเป็นล้วนๆ พวกอี้จิง ปากว้า อะไรพวกนี้ก็สืบทอดกันมาหลายพันปี มันต้องมีเหตุและผลของมันอยู่บ้างแหละ
155L: แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหมอดูสมัยนี้จะไม่ใช่พวกต้มตุ๋นนะ
156L: บางทีคนที่ จขกท. เจออาจจะเป็นของจริงก็ได้
185L (LZ): พวกเธอไม่ต้องเถียงกัน เมื่อกี้นักธุรกิจคนนั้นเพิ่งไปเชิญลุง A มาคุย ไม่ว่าลุง A จะเป็นของจริงหรือพวกต้มตุ๋น สรุปคือเขากำลังจะได้เงินก้อนโตจากนักธุรกิจคนนั้นชัวร์ๆ
ฉันแอบไปสืบมา ได้ยินว่านักธุรกิจคนนั้นเสนอเงินให้ลุง A เป็นเลขเจ็ดหลักเลยทีเดียว
186L: ทั้งชีวิตนี้ฉันจะหาเงินได้ถึงเจ็ดหลักไหมเนี่ย มันเกินไปแล้ว
187L: ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมรายได้เฉลี่ยของคนในเมืองเราถึงทะลุหมื่น ที่แท้ก็โดนคนแบบนี้ดึงค่าเฉลี่ยขึ้นไปนี่เอง ฉันแค่อยากรู้ว่า ลุง A เขาเสียภาษีหรือเปล่า
310L (LZ): มีข่าวนึงที่แอบฮา ได้ยินมาว่าลุง A ไม่รับเงินจากนักธุรกิจคนนั้น แต่เขาขอให้นักธุรกิจคนนั้นช่วยจัดงานศพให้เขาหลังเขาตายแทน ถือเป็นค่าจ้าง
และนักธุรกิจคนนั้นก็ตกลงด้วย
ต้องบอกเลยว่าระดับความคิดของหมอดูผู้ยิ่งใหญ่นี่มันต่างจากคนธรรมดาจริงๆ มองการณ์ไกลสุดๆ ฉันเปิดโลกทัศน์มาก
666L (LZ): ................................ เมื่อคืนนี้ ลุง A เสียชีวิตแล้ว
ฉันล่ะอยากจะบ้าตาย นี่มันวิทยาศาสตร์ตรงไหนเนี่ย???
[จบบท]