บ่ายสามโมง ภายใน ร้านรับจัดงานศพ เจียง
“เจียงหนิงหนิง คุณค้างค่าเช่าเรามาสองเดือนแล้วนะ ฉันจจะให้เวลาคุณอีกสามวัน ถ้ายังไม่จ่าย ก็ย้ายออกไปซะ!”
เจียงหนิงหนิงก้มมองหนังสือทวงหนี้จากบริษัทบริหารอสังหาริมทรัพย์ ก่อนจะหันไปดูสมุดบัญชีในมือ แล้วเงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้า
“เลิกตามฉันสักที! เลิกตามได้แล้ว! ฉันกำลังหาทางอยู่!”
เรื่องทั้งหมดนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ ที่เธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกนี้
เจ้าของร่างเดิมเป็นคนดื้อรั้นและยึดติดกับความแค้นอย่างมาก ตลอดสามปีที่ผ่านมา
กิจการรับจัดงานศพของเธอรุ่งเรืองไม่น้อย แต่ปัญหาก็คือ...ลูกค้าจำนวนมากไม่เคยจ่ายเงินเธอเลยสักบาท
เมื่อไม่มีรายได้ ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า
สุดท้ายเจ้าของร่างเดิมจึงดื่มเหล้าระบายความทุกข์จนเสียชีวิต และนั่นก็กลายเป็นโอกาสให้เจียงหนิงหนิงเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
หลังจากคำนวณสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว เธอวางแผนไว้อย่างชัดเจน
ขั้นแรก เธอจะไลฟ์สดดูดวงเพื่อสร้างฐานผู้ติดตามก่อน
ขั้นต่อมา เธอจะไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์เพื่อหาเงินก้อนโต
ส่วนของที่ขายนั้นก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากกระดาษเงินกระดาษทองและเครื่องเซ่นไหว้ที่ร้านของเธอผลิตเอง
ถ้าวันหนึ่งลูกค้าฝันเห็นบรรพบุรุษออกมาชื่นชมสินค้าที่ได้รับ เธอคงโด่งดังไปทั้งในโลกคนเป็นและโลกวิญญาณแน่
เดิมทีเธอตั้งใจจะรวบรวมข้อมูลลูกหนี้ไปพร้อมกับการไลฟ์สดดูดวง แล้วค่อยตามทวงเงินทีละราย
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว เธอคงต้องเปลี่ยนแผนเดิมที่วางไว้ก่อน
เจียงหนิงหนิงถือสมุดรายชื่อลูกหนี้เล่มหนาไว้ในมือ ก่อนจะหันกล้องเข้าหาตัวเอง
“ทุกคนคะ วันนี้ฉันขอพักไลฟ์สดดูดวงไว้ก่อนนะคะ เพราะต่อจากนี้ฉันจะเริ่มไลฟ์สดทวงหนี้แทนค่ะ
ส่วนเป้าหมายรายแรกของฉันก็คือ...” ทันทีที่พูดถึงตรงนี้ คอมเมนต์ก็เด้งขึ้นมาทันที
[ว้าว สมัยนี้ยังมีคนกล้าติดค้างเงินกับร้านจัดงานศพอีกเหรอ? ไม่กลัวโดนผีตามทวงหรือไง?]
เมื่อเห็นข้อความนั้น เจียงหนิงหนิงก็ยิ้มอย่างพอใจ
ดีจริงๆ สมกับที่เธอทุ่มเทศึกษาเรื่องกลยุทธ์การไลฟ์สตรีมอย่างหนักหน่วงมานานไม่เสียแรงเปล่าจริงๆ
ก่อนหน้านี้ไลฟ์ของเธอมีคนดูอยู่แค่ห้าคนเท่านั้น แต่ตอนนี้เริ่มมีคนเข้ามามากขึ้นแล้ว
“เป้าหมายแรกของฉันคือ หลิวเถาค่ะ!”
“ใช่ค่ะ หลิวเถา คนที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโซเชียลตอนนี้นั่นแหละ คนที่ถูกยกย่องว่าเสียสละตัวเองเข้าไปช่วยคนบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ จนตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียโฉม”
“และก็เป็นคนเดียวกันกับที่กำลังถูกผู้หญิงอีกคนออกมาโจมตีอยู่ตลอดเวลานั้นด้วย”
“เอาล่ะ ฉันจะออกไปหาเขาเดี๋ยวนี้แหละทุกคนตามมาดูได้เลยค่ะ”
พูดจบคอมเมนต์ก็ระเบิดขึ้นทันที
[ฉันเพิ่งเข้ามาดูไลฟ์สด ก็ได้ยินสตรีมเมอร์บอกว่าจะไปทวงหนี้หลิวเถาเลยเนี่ยนะ?]
[ก่อนเกิดอุบัติเหตุ หลิวเถาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก แล้วเขาจะไปติดหนี้ร้านจัดงานศพได้ยังไง?
นี่อยากดังจนไม่อายบ้างเลยหรือไง?]
[ถ้ามั่นใจนักก็ไปทวงจริงๆ เลยสิ! อย่าเอาแต่พูดเหมือนคนโง่!]
เจียงหนิงหนิงอ่านคอมเมนต์แล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย จากนั้นเธอก้มมองจำนวนผู้ชมบนหน้าจอ
“โอ้ คุณพระ!!!!!?”
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง “นี่คนดูเกินห้าร้อยคนแล้วเหรอเนี่ย?”
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องไลฟ์สดของบัญชีที่ชื่อว่า “หนุ่มหล่อหน้าหวานดุจดอกไม้” หลิวเถานั่งอยู่หน้ากล้องพร้อมสวมหน้ากากอนามัยปิดไว้ กำลังพูดคุยกับผู้ชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
แม้หน้ากากอนามัยจะปกปิดใบหน้าไว้เกือบทั้งหมด แต่คิ้วและดวงตาที่โผล่พ้นออกมาก็ยังเผยให้เห็นร่องรอยการเสียโฉมอย่างชัดเจน
เมื่อเดือนก่อน บริษัทของหลิวเถาเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ ในขณะที่ทุกคนกำลังหนีตายออกจากอาคาร
จ้าวเฉียนเฉียน เลขานุการของเขา กลับติดอยู่ด้านใน หลิวเถาวิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าไปช่วยเธอโดยไม่ลังเล
ผลลัพธ์คือ จ้าวเฉียนเฉียนรอดชีวิตอย่างปลอดภัย แต่หลิวเถากลับถูกคานเหล็กถล่มลงมาทับจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ไม่เพียงแต่ใบหน้าจะเสียโฉมเท่านั้น แต่บริษัทของเขายังล้มละลายอีกด้วย เรียกได้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ
“ผมขอร้องทุกคนนะครับ อย่าไปตำหนิเฉียนเฉียนอีกเลยครับ! ผมเป็นคนวิ่งเข้าไปช่วยเธอเอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลย”
“ถึงตอนนี้ผมจะไม่หล่อเหมือนเดิมแล้ว แต่การได้ช่วยผู้หญิงที่ผมรักที่สุดเอาไว้ มันก็คุ้มค่าไม่ใช่หรือครับ?”
“ไม่ว่าเธอจะเลือกแต่งงานกับผมหรือไม่ หรือเธอจะชดใช้ให้ผมหรือเปล่า ผมก็ไม่สนใจหรอกครับ
ผมขอร้องทุกคนนะ อย่าไปรังควานเธอทางออนไลน์อีกเลย”
“ส่วนเรื่องบริษัท ถึงจะถูกไฟไหม้จนหมด ผมก็จะจ่ายเงินเดือนพนักงานทุกคนให้ครบ ผมขายทุกอย่างได้ ส่งอาหารก็ได้ ขับรถส่งของก็ได้ ถึงผมจะพิการและหน้าตาไม่เหมือนเดิม แต่ผมทนลำบากได้ครับ!”
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
[ทำไมยัยชาเขียวอย่างจ้าวเฉียนเฉียนนั่นถึงไม่ตามไปให้รู้แล้วรู้รอดนะ น่าโมโหจริงๆ? ]
[น่าขยะแขยงจริงๆ! ฉันสงสารหลิวเถามาก เขาช่วยเธอจนตัวเองเสียโฉม แต่เธอกลับใส่ร้ายเขาต่างๆนาๆ คนแบบนี้ชั่วร้ายเกินไปแล้ว!]
หลิวเถาเหลือบมองคอมเมนต์เหล่านั้น มุมปากก็ยกอย่างพอใจ เขากำลังจะชี้นำให้ผู้ชมโจมตีจ้าวเฉียนเฉียนต่อ
แต่ทันใดนั้น ก็มีคอมเมนต์หนึ่งก็เด้งขึ้นมาทันที
[มีเจ้าของร้านรับจัดงานศพคนหนึ่งบอกว่าคุณติดหนี้เธอ และเธอกำลังจะมาทวงหนี้คุณ ]
หลิวเถาชะงักไปทันที “ร้านรับจัดงานศพเหรอ?” เขาหัวเราะเบาๆ “ผมจะไปติดหนี้ร้านรับจัดงานศพได้ยังไงกัน?”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที
“ผมขอสาบานด้วยเกียรติของตัวเองเลยนะครับ ว่าผมไม่เคยค้างเงินใคร”
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดี
[หรือว่าจะเป็นคนจากร้านรับจัดงานศพจริงๆ?]
[รอดูเลย เดี๋ยวก็รู้ว่าใครกันแน่ที่โกหก]
หลิวเถานึกย้อนกลับไปถึงงานศพของพ่อเขาเมื่อปีก่อน ตอนนั้นเขาเคยใช้บริการร้านจัดงานศพแบบครบวงจรและก็ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้างจริงๆ แต่เจ้าของร้านคนนั้นเป็นคนขี้กลัวและยอมคนมาตลอด ต่อให้เขาไม่จ่ายก็คงไม่กล้ามาทวงเขาหรอก
หรือว่าเขาจะกล้ามาทวงเงินจริงๆ แล้วไงล่ะ?
ตอนนี้บ้านของเขาแทบไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะโชว์ความลำบากของตัวเองให้ผู้ชมเห็น
และเรียกคะแนนความใจได้อีกระลอกก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงหันกลับไปพูดกับแฟนคลับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า
“ทุกคนอย่าเพิ่งไปเปิดเผยข้อมูลของร้านรับจัดงานศพร้านนั้นนะครับ บางทีอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้
ผมจะออกไปคุยให้รู้เรื่องเอง” พูดจบ เขาก็ถือโทรศัพท์ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู
“คุณผู้หญิง มาหาใครครับ?”
หลิวเถามองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าสงสัย “มาหาคุณค่ะ”
หญิงสาวที่พิงกำแพงอยู่หน้าบ้านยืดตัวขึ้นทันที
ผมยาวลอนสลวยของเธอถูกรวบเป็นหางม้า สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น ดูทะมัดทะแมงและมั่นใจ ดวงตาคู่สวยจับจ้องมาที่เขาโดยตรง
“สวัสดี ฉันชื่อเจียงหนิงหนิง เป็นเจ้าของร้านรับจัดงานศพเจียง วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อทวงหนี้ค่ะ”
หลิวเถารู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบในสายตาของเธอ จนอดขนลุกไม่ได้
หญิงสาวคนนี้แตกต่างจากคนที่เขาเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง หลังจากตั้งสติได้ เขารีบโยนความผิดให้คนอื่นทันที
“ผมจำได้ว่าเคยมอบหมายให้เลขาจัดการบัญชีทั้งหมดแล้วนะครับ คุณเจียง คุณลองตรวจสอบอีกทีก่อนดีไหม?
เลขาของผมชื่อจ้าวเฉียนเฉียนครับ” เจียงหนิงหนิงมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและดูถูก
“การโกหกไม่ได้ช่วยอะไรได้หรอก คุณหลิว” เธอพูดเรียบๆ “การเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ เพราะฉะนั้นจ่ายมา”
คอมเมนต์ในไลฟ์สดระเบิดขึ้นทันที
[ผู้หญิงคนนี้บ้าหรือเปล่า? จะเกาะกระแสกันเกินไปแล้วนะ!]
[เธอนี่มันเล่นใหญ่จริง!]
[หลิวเถา อย่าไปยอมนะ!]
หลิวเถาแอบพอใจกับปฏิกิริยาของชาวเน็ต ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“คุณเจียง คุณกำลังใส่ร้ายผมอยู่นะ”
เจียงหนิงหนิงกลอกตา ก่อนจะเดินผ่านเขาเข้าไปในบ้านของเขา “ฉันใส่ร้ายหรือเปล่า คุณรู้อยู่แก่ใจดี”
หลิวเถารีบเดินตามเข้าไปทันที เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้เธอเป็นเครื่องมือเรียกคะแนนความสงสารอยู่แล้ว เขาจึงยิ่งแสดงท่าทางเดือดดาลมากขึ้นไปอีก “นี่บ้านผมนะ! ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะแจ้งตำรวจ!”
ขณะพูด เขาก็ถือโทรศัพท์ถ่ายบรรยากาศภายในบ้านให้ผู้ชมเห็น
ห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่มีเพียงกล่องกระดาษไม่กี่ใบวางกระจัดกระจายอยู่เท่านั้น มันช่างดูรกร้างและน่าเวทนาอย่างยิ่ง
ทันทีที่เห็นภาพนั้น ผู้ชมจำนวนมากก็รู้สึกสงสาร และเริ่มส่งของขวัญกับเงินสนับสนุนเข้ามาให้เขาไม่หยุด
เจียงหนิงหนิงเดินสำรวจห้อง ก่อนจะหยุดมองไปทางผนังที่มีทีวี จากนั้นเธอหันกลับมามองหลิวเถาแล้วพูดว่า
“ขอโทษนะคุณหลิว คุณจะโทรแจ้งตำรวจก็เชิญเลยเอาสิรีบโทรสิ” เธอเลิกคิ้ว
“ใครไม่โทรคนนั้นขี้ขลาดนะ ฉันขอถามคุณอีกครั้งนะ ว่าคุณจะคืนเงินไหม?”
“หนึ่ง ผมไม่ได้ติดหนี้คุณ สอง ตอนนี้ผมไม่มีเงิน!” หลิวเถาตอบเสียงแข็ง “คุณจะกลับไปดีๆ หรือจะให้ผมโทรแจ้งตำรวจ!”
เขายังไม่ทันพูดจบ เจียงหนิงหนิงก็เดินตรงไปยังผนังทีวีแล้ว
เธอยืนกำหมัดแน่นแล้วเธอก็ชกเข้าใส่กำแพงเต็มแรงทันที!
คอมเมนต์ในไลฟ์สดแทบแตก
[พระเจ้า นี่มันอะไรกันเนี่ย?]
[นั่นเธอคิดจะเรียกค่าเสียหายหรือไง?]
[ตลกเกินไปแล้ว!]
เมื่อเห็นภาพนั้น หลิวเถาก็ตกใจสุดขีด รีบพุ่งเข้าไปหาเธอทันที
“นั่นคุณกำลังทำอะไรน่ะ?!” แต่พอเขาตั้งสติได้เขาก็เริ่มคลายความกังวลลงและคิดว่ากำปั้นเล็กๆ แบบนั้นจะทุบกำแพงแตกได้ยังไง? ผู้หญิงคนนี้คงตั้งใจจะสร้างดราม่าเรียกกระแสเท่านั้นเอง
หลิวเถารีบหันกล้องไปถ่ายทันที “ทุกคนเห็นไหมครับว่าคุณเจียงกำลังสร้างเรื่องเพื่อเรียกยอดผู้เข้าชมครับ”
ปัง!! เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นกะทันหัน ผนังบริเวณทีวีแตกร้าวเป็นวงกว้าง ก่อนเศษปูนจะพังถล่มลงมา
และวินาทีต่อมา ธนบัตรปึกแล้วปึกเล่าจำนวนมหาศาลก็ร่วงทะลักออกมาจากช่องลับภายในกำแพง!
ทั้งห้องไลฟ์เงียบสนิทไปชั่วขณะทันที