[ของที่ฝังไปพร้อมศพงั้นเหรอ? คุณดูออกได้ยังไง? ล้อเล่นหรือเปล่า?]
[มีแค่ฉันใช่ไหมที่สงสัยว่าชายชราคนนั้นเป็นใครกันแน่? จำได้ว่าคนที่ขับรถชนเขาเคยจ่ายค่าเสียหายให้พี่จ้าวไปตั้งเยอะนี่นา]
[ใช่ แล้วถ้าเขาไม่ใช่พ่อของพี่จ้าว แล้วเขามาอยู่ในบ้านเธอได้ยังไง?]
[สภาพคุณลุงน่าสงสารมาก บาดแผลเต็มตัว เห็นแล้วใจหายเลย]
ช่องแชตในไลฟ์ของเจียงหนิงหนิงแทบระเบิด ผู้ชมต่างถกเถียงกันคนละประเด็นจนไม่มีใครตามเรื่องทัน
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่ การไลฟ์สดจึงไม่สามารถดำเนินต่อได้ เจียงหนิงหนิงจึงปิดไลฟ์ด้วยตัวเอง
ครอบครัวของชายชราพาเขาส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนตำรวจเริ่มตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ
หนึ่งในนั้นคือดาบโบราณที่พี่จ้าวใช้ข่มขู่เจียงหนิงหนิง ตำรวจยกดาบขึ้นมาดู ก่อนหันมาถาม
“คุณรู้ได้ยังไงว่าดาบเล่มนี้เป็นของที่ฝังไว้ในสุสาน?”
เจียงหนิงหนิงย่อมบอกไม่ได้อยู่แล้วว่าเธอเป็นนักพรตเต๋า เธอจึงตอบแบบง่ายๆ
“ครอบครัวฉันทำธุรกิจรับจัดงานศพค่ะ บรรพบุรุษเคยรับงานย้ายสุสานมาก่อน เลยมีบันทึกเกี่ยวกับของที่ฝังอยู่ในหลุมศพในตำราเก่าๆ ของบ้าน แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนะคะ น่าจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบอีกที”
จากนั้นเธอหันกลับไปยังเรื่องสำคัญที่สุด “แล้วเรื่องหนี้ล่ะคะ ปีที่แล้วเธอจองแพ็กเกจงานศพครบวงจรราคา 18,888 หยวน ตอนนี้คุณช่วยให้เธอชำระให้ฉันได้ไหม?” ทันทีที่ได้ยินเรื่องเงิน พี่จ้าวที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่ก็เดือดขึ้นมาอีกครั้ง
ทั้งหมดมันเป็นเพราะแกคนเดียว! ถ้าไม่ใช่เพราะแก ความลับคงไม่ถูกเปิดโปงแบบนี้หรอก!
พี่จ้าวกัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความแค้น “แกอยากได้เงินงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! ต่อให้ฉันตายก็ไม่มีวันจ่ายแกหรอก!”
ตอนนี้ผมเผ้าของพี่จ้าวดูยุ่งเหยิง ใบหน้าบิดเบี้ยว ดูเหมือนกับคนบ้า
เจียงหนิงหนิงไม่ได้คิดจะเถียงกับเธอ เธอเพียงแค่มองไปทางคุณตำรวจ
คุณตำววจที่พยักหน้ารับอย่างสุภาพ “คดีนี้มีรายละเอียดค่อนข้างมาก เราต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน
เราขอให้คุณแจ้งข้อมูลบัญชีไว้ก่อนนะครับ หลังจากยืนยันเรื่องหนี้เรียบร้อยแล้ว ทางเราจะดำเนินการให้”
เจียงหนิงหนิงตอบรับและให้ความร่วมมือ แม้ไลฟ์จะจบลงแล้ว แต่เรื่องราวกลับยิ่งร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
ชาวเน็ตจำนวนมหาศาลเริ่มขุดคุ้ยข้อมูลกันต่อบนเวยป๋อ ไม่นาน โพสต์ๆหนึ่งก็พุ่งขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของกระแสทันที
เจ้าของโพสต์ใช้ชื่อว่า 【ผู้ก่อเหตุ】
“ผมคือคนขับรถที่ชนชายชราคนนั้นเมื่อปีที่แล้วครับ” ทันทีที่โพสต์นั้นปรากฏ ผู้คนก็แห่กันเข้าไปอ่าน
“วันนั้นเกิดอุบัติเหตุที่สี่แยกหน้าแกรนด์เกตเวย์มอลล์ ผมเพิ่งหัดขับรถและตกใจมาก”
“ตอนผมลงจากรถเพื่อไปดูอาการผู้บาดเจ็บ พี่จ้าวก็โผล่มา บอกว่าชายชราคนนั้นเป็นพ่อของเธอ และเรียกร้องค่าเสียหายจากผม”
“ผมไม่มีประกัน แถมกลัวเรื่องขึ้นศาล เลยยอมตกลงกันเอง”
“สุดท้ายผมจ่ายเงินให้เธอไปหนึ่งแสนหยวน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกผิดมาตลอด และไม่กล้าจับพวงมาลัยอีกเลย”
เมื่ออ่านจบ ชาวเน็ตก็เดือดทันที ความคิดเห็นทะลุหมื่นในเวลาไม่นาน
[คนเขาอยากซื้อความสบายใจ สุดท้ายกลับโดนหลอก!]
[พี่จ้าวเตรียมใช้จักรเย็บผ้าในคุกได้เลย]
[คิดถึงสิ่งที่คุณลุงต้องเจอมาตลอดหนึ่งปีแล้วโกรธจนมือสั่น]
[ลงโทษหนักๆ ไปเลย!]
เสียงประณามถาโถมเข้ามาไม่หยุด แต่ท่ามกลางกระแสนั้น ก็มีอีกประเด็นหนึ่งเริ่มถูกพูดถึง
[เจ้าของร้านจัดงานศพคนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ]
[ได้ข่าวว่าทวงหนี้ทีไร คนติดหนี้ต้องเข้าโรงพักทุกครั้ง]
[ฉันสนใจมากกว่าว่าวิลล่ากระดาษที่เผาไปเมื่อวาน จะส่งถึงคนตายจริงหรือเปล่า]
[คนต่อไปที่จะถูกทวงหนี้คือใครกันนะ?]
[ตอนนี้ลูกหนี้ทั่วประเทศคงเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ แล้วมั้ง]
[เรื่องวิญญาณหรือส่งของให้คนตาย มันก็แค่เรื่องบังเอิญทั้งนั้น]
[แล้วดาบเล่มนั้นเป็นของที่ฝังไปกับศพจริงหรือเปล่า?]
ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของโลกมนุษย์ ใต้ร่มเงากำแพงเมืองเก่าแห่งยมโลก
ชายชราคนหนึ่งในชุดคลุมโบราณกำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น รอบตัวเขามีวิญญาณอีกหลายตนยืนปลอบใจเขาอยู่
“ผู้เฒ่าจ้าว ท่านหยุดร้องไห้เถอะ”
“ใช่ ดาบมันก็หายไปแล้ว ร้องไห้ไปก็ไม่ได้คืนมาหรอก”
“เดี๋ยวโรงงิ้วจะเริ่มแสดงแล้ว ข้าจองที่นั่งดีๆ ไว้ให้ท่านด้วยนะ”
แต่ผู้เฒ่าจ้าวยังคงร้องไห้ไม่หยุด เขาเคยเป็นองค์ชายแห่งราชวงศ์โบราณ ตอนถูกฝัง มีดาบประจำตระกูลฝังไปพร้อมกันด้วย
แต่เมื่อเดือนก่อน สุสานของเขาถูกโจรขุด ดาบโบราณเลยหายไป
“พวกเจ้าจะเข้าใจอะไร!” ผู้เฒ่าจ้าวปาดน้ำตา
“ดาบเล่มนั้นเป็นของที่บิดาข้าใช้พิชิตแผ่นดินครึ่งค่อนประเทศ! เป็นสมบัติที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน!”
“ตอนมีชีวิต ข้าปกป้องชื่อเสียงตระกูลไม่ได้ พอตายไปแล้ว ก็ยังรักษาสมบัติประจำตระกูลไว้ไม่ได้อีก!”
ยิ่งพูดก็ยิ่งเศร้า แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงตะโกนดังมาแต่ไกล “ตำรวจยมโลกมาแล้ว!”
ฝูงวิญญาณสะดุ้งพร้อมกันทันที สำหรับวิญญาณเร่ร่อนแล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเจ้าหน้าที่จากยมโลก
ใครจะรู้ว่าจะเผลอไปทำอะไรผิดเข้าหรือเปล่า เหล่าวิญญาณต่างพากันแตกฮือ
“ผู้เฒ่าจ้าว รีบหนีเร็ว!” ชายชราคนหนึ่งคว้าแขนเขาไว้ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกไป เสียงประกาศก็ดังขึ้น
“จ้าวปิงเต๋อ ใครคือจ้าวปิงเต๋อ?”
“ครอบครัวของท่านส่งวิลล่าหลังใหญ่มาให้ กรุณามาดำเนินการรับมอบทรัพย์สินด้วย!”
ผู้เฒ่าจ้าวชะงักทันที วิลล่าหลังใหญ่งั้นเหรอ? แม้เขาจะตายมาหลายพันปีแล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่านั่นหมายถึงอะไร
เขามองเจ้าหน้าที่ยมโลกอย่างงุนงง “ข้า... ข้าคือจ้าวปิงเต๋อ”
“แต่ข้าคิดว่าคงต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ เพราะหลายร้อยปีมานี้ไม่มีลูกหลานคนไหนส่งของมาให้ข้าเลยนะ”
เจ้าหน้าที่ก้มตรวจสมุดทะเบียนในมืออีกครั้ง ก่อนพยักหน้า “ไม่ผิดหรอก”
“ผู้ส่งคือเหลนรุ่นที่เจ็ดสิบแปดของท่าน นางเพิ่งซื้อวิลล่าหลังใหญ่ส่งมาให้”
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ยิ้มบางๆ “เชิญมากับข้าเถอะ ไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้เสร็จสิ้นเถอะ”