เมื่อผู้ชมเห็นป้าย “พลเมืองผู้ช่วยเหลือ” ที่เจียงหนิงหนิงได้รับจากสถานีตำรวจ ห้องไลฟ์ก็ระเบิดทันที
ไม่ใช่ว่าเธอถูกจับ แต่กลับได้รับป้ายเชิดชูเกียรติ ชื่นชมเธอต่างหาก! คอมเมนต์ถาโถมเข้ามาไม่หยุด
[เมื่อกี้ใครบอกว่าโดนจับ? รีบคืนเงินเดิมพันมาเลยนะ!]
[ฮ่าๆ ดูเหมือนมีคนกำลังจะซวยอีกรายแล้ว]
[แต่ฉันสงสัยนะ ว่าทำไมเจ้าของร้านจัดงานศพถึงติดหนี้เจ้าของร้านจัดงานศพด้วยกันเองด้วย?]
อีกฝั่งหนึ่ง หวังโชวไฉมองหน้าจอด้วยสีหน้าซีดเผือด เขาเป็นหนี้เจียงหนิงหนิงจริงๆ แต่ทำไมเขาต้องคืนด้วยล่ะ?
เมื่อตอนนั้นเขาได้ยืมเงินสดไป แม้จะเซ็นสัญญากู้ยืมไว้ แต่หลังจากนั้นเขาก็แอบขโมยเอกสารนั้นกลับมาแล้ว
ไม่มีหลักฐาน ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด ในความคิดของเขา มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะยอมคืนเงิน
หวังโชวไฉสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเริ่มด่ากราดในไลฟ์สด
“ไร้ยางอายจริงๆ เพื่อเรียกยอดไลน์นี่ถึงกับแต่งเรื่องว่าฉันติดหนี้เลยเหรอ!”
“ฉัน หวังโชวไฉ รักษาคำพูดเสมอ ถ้าเธอกล้าก็มาทวงเลยสิ! ร้านอยู่ติดกันแท้ๆ จะรออะไรอีก?”
คำพูดแข็งกร้าวของเขาทำให้บรรดาผู้สนับสนุนเริ่มกลับมาเข้าข้างเขาอีกครั้ง ยิ่งเห็นคนเชียร์ เขาก็ยิ่งฮึกเหิม
“ใครไม่มาก็ถือว่าขี้ขลาด ปกติฉันไม่เคยว่าร้ายใคร แต่ครั้งนี้มันเหลือทนจริงๆ”
“ฉันยังเคยซื้อของจากร้านของเธอด้วยนะ เธอบอกว่าเผาแล้วจะฝันเห็นญาติผู้ล่วงลับไม่ใช่เหรอ?
แล้วทำไมฉันไม่เห็นอะไรเลยล่ะ นี่ไม่ใช่โฆษณาเกินจริงหรือไง? ฉันยังไม่ได้แจ้งความด้วยซ้ำ!”
เขายังพูดต่อเนื่องไม่หยุด เพราะยิ่งพูดก็ยิ่งได้ใจ เขาลุกพรวดขึ้นมาหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกจากร้าน
“ไป! วันนี้ฉันจะไปถามให้ถึงร้านเลยว่าเธอจะทวงหนี้ฉันยังไง!”
คอมเมนต์พากันส่งเสียงเชียร์
[พี่หวังสุดยอด!]
[ลูกผู้ชายตัวจริง!]
[ไปเลย! อย่าให้เสียชื่อ!]
หวังโชวไฉเดินออกมาอย่างฮึกเหิม เขาอยู่ข้างร้านเจียงหนิงหนิงมาหลายปี เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบเถียงคน
ถ้าไปกดดันต่อหน้าคนดู เขามั่นใจว่าจะทำให้เธออับอายจนร้องไห้ได้แน่
แต่ทันทีที่เดินถึงประตูร้าน เขาก็ต้องชะงัก เพราะมีรถสีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าร้าน
ชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักงูเหลือมเต็มแขนกำลังก้าวลงมาจากรถ หัวใจของหวังโชวไฉแทบหยุดเต้นทันที
พี่หนิว! เจ้าหนี้ตัวจริงของเขามาแล้ว!เขารีบกดปิดไลฟ์สดทันที “บ้าเอ๊ย! แบตหมดพอดีเลย เดี๋ยวไปหาพาวเวอร์แบงก์ก่อนนะ!”
แล้วตัดสัญญาณทันที และไม่กี่วินาทีต่อมา พี่หนิวก็เดินเข้ามาในร้าน หวังโชวไฉเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มประจบจนปากจะฉีกถึงหู
“พี่หนิว! เชิญครับ เชิญนั่ง!” เขารีบรินน้ำ เปิดประตู จัดเก้าอี้ ราวกับขันทีรับใช้ฮ่องเต้
พี่หนิวสูงเกือบหนึ่งเมตรเก้าสิบ ตัวใหญ่ราวกับภูเขา สวมสร้อยทองเส้นโต เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา
เขาทรุดตัวลงนั่งก่อนจะถามเรียบๆ “ช่วงนี้ธุรกิจดีไหม?” หวังโชวไฉรีบถอนหายใจ
“เดิมทีก็ดีครับ ผมตั้งใจว่าจะหาเงินมาคืนพี่ครึ่งหนึ่งภายในสิ้นเดือนนี้”
“แต่ร้านข้างๆ นั่นสิครับ จู่ๆ ก็เปิดไลฟ์สดแล้วก็ดังขึ้นมาแย่งลูกค้าผมไปเยอะมากเลย”
เขาเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง “พี่หนิวช่วยคุยกับเธอหน่อยได้ไหมครับ ขอให้หยุดไลฟ์สดสักพัก
พอผมหาเงินได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน ไม่งั้นผมคงหาเงินมาคืนพี่ไม่ทันจริงๆ...”
ปัง! น้ำร้อนถูกสาดใส่หน้าเขาเต็มแรง น้ำร้อนลวกจนหวังโชวไฉสะดุ้ง แต่เขาก็ไม่กล้าร้องออกมา
พี่หนิวลุกขึ้นเตะเก้าอี้ล้ม แล้วคว้างแก้วลงพื้นแตกกระจาย “คิดว่าฉันโง่หรือไง?”
“พรุ่งนี้ก่อนค่ำ ถ้ายังหาเงินห้าแสนหยวนมาคืนไม่ได้ แกก็จะมีสภาพเหมือนแก้วใบนี้แน่!”
หวังโชวไฉหน้าซีดเผืด รีบคุกเข่าทันที “พี่หนิว! ผมขอร้องล่ะ ช่วงนี้ผมดวงตก เล่นพนันก็แพ้หมด ไม่มีเงินเลยจริงๆ!”
พี่หนิวมองลงมาด้วยความเหยียดหยาม “ไม่มีเงินเหรอ?”
“ใช่ไม่มีจริงๆ ครับ! เงินที่มีผมให้พี่ไปหมดแล้ว!” พี่หนิวเตะเขาจนล้ม ก่อนหัวเราะเยาะ
“ไม่มีเงินก็ไปยืมมาสิ ครั้งก่อนยังไปยืมเพื่อนบ้านมาได้ตั้งสองหมื่นหยวนได้ไม่ใช่เหรอ?”
แล้วจู่ๆ เขาก็ยิ้ม “หรือถ้าไม่ได้จริงๆ ฉันมีวิธี” เขาก้มลงตบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ
“แกมีลูกสาวตั้งแปดคน เลือกคนสวยที่สุดมาขายสักคนสิ เดี๋ยวฉันหาคนซื้อให้”
หวังโชวไฉฝืนยิ้ม “ผมขายไปแล้วคนหนึ่งครับ...ได้เงินมาแค่สองแสนหยวน ผมเอาไปจ่ายหนี้พี่รอบก่อนหมดแล้ว”
คราวนี้แม้แต่พี่หนิวยังนิ่งไปชั่วครู่ ถึงเขาจะเป็นนักทวงหนี้ ก็ยังรู้สึกสะอิดสะเอียนกับความเลวของอีกฝ่ายจริงๆ
นี่เขาขายลูกสาวตัวเองได้หน้าตาเฉย “ฉันบอกทางให้แล้ว จะทำยังไงก็เรื่องของแก”
“พรุ่งนี้ก่อนมืด ฉันจะมาเก็บเงิน” พูดจบเขาก็เดินจากไป ภายในร้านเงียบลงอีกครั้ง
หวังโชวไฉนั่งอยู่บนพื้นเย็นๆ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น ทำไมทุกคนต้องมาทวงหนี้เขาด้วย?
เขาไม่กล้าระบายใส่พี่หนิว แต่เจียงหนิงหนิงต่างหากที่เขาจะสามารถระบายใส่เธอได้
ยิ่งคิด เขายิ่งเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา พี่หนิวบอกให้ขายคนที่สวยที่สุด...
เจียงหนิงหนิงก็สวยกว่าลูกสาวของเขาทุกคนเสียด้วย ดีเลย
ไม่กี่นาทีต่อมา หวังโชวไฉจัดเสื้อผ้า ปัดฝุ่น จัดทรงผมให้เรียบร้อย ก่อนเดินเข้าไปในร้านของเจียงหนิงหนิง
ภายในร้าน ลูกค้าคนหนึ่งกำลังชำระเงิน บนพื้นมีถุงกระดาษใบใหญ่ ภายในบรรจุทองแท่งกระดาษและวิลล่ากระดาษหลายชุด
“รวมทั้งหมด 350 หยวนค่ะ” เจียงหนิงหนิงยิ้มอย่างสุภาพ
“จุดหลังสี่ทุ่มนะคะ และระหว่างเผา หากมีอะไรอยากบอกผู้ล่วงลับ ก็พูดออกมาได้เลย”
ชายวัยสามสิบกว่าๆรับของ พยักหน้าเบาๆ แล้วจากไป เมื่อประตูปิดลง เจียงหนิงหนิงจึงหันมามองหวังโชวไฉทันที
“พี่หวัง มายืมพาวเวอร์แบงก์เหรอคะ?” หวังโชวไฉหัวเราะแห้งๆ ทันที
เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงดูไลฟ์สดเมื่อครู่แล้ว ท่าทางกร่างๆ ในไลฟ์หายไปหมด เหลือเพียงรอยยิ้มประจบ
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อต้นปีผมยืมเงินคุณไปสองหมื่นหยวน แล้วยังไม่ได้คืน”
“เงินนั่นเป็นค่าชดเชยการเวนคืนที่ครอบครัวคุณได้มา ผมเอาเปรียบคุณแบบนั้นไม่ได้จริงๆ”
เขาทำสีหน้าสำนึกผิดอย่างที่สุด “ผมลืมไปจริงๆ เอาอย่างนี้นะ พรุ่งนี้เช้าเก้าโมง มาที่บ้านผม”
“ผมจะคืนเงินให้คุณครบไม่ขาดแม้แต่หยวนเดียวเลย”