เช้าวันต่อมา เจียงหนิงหนิงถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ เธอรับสายทั้งที่ยังงัวเงีย ก่อนจะได้ยินเสียงตะคอกดังลั่นจากปลายสาย
“เจ้าเด็กอกตัญญู! เธอไม่กลับมาเยี่ยมย่านานแค่ไหนแล้ว? อย่าบอกนะว่าเธอจำย่าไม่ได้แล้ว!”
เจียงหนิงหนิงขยี้ตา พลางนั่งตัวตรง ย่า เหรอ?
อ้อ... คุณย่าของเจ้าของร่างเดิม คนที่เคยฮุบเงินค่าชดเชยการรื้อถอนนั่นเอง
ปลายสายพูดต่อและไม่ให้โอกาสเธอได้พูดแทรก “ช่วงนี้แกดังใหญ่เลยนี่ ไลฟ์สดทวงหนี้จนเป็นกระแส
ร้านก็ต้องกำไรเยอะสินะ! งั้นดีเลย ลุงของแกกำลังขาดสภาพคล่อง แกเอาเงินมาให้เขาหนึ่งแสนหยวน แล้วก็รีบมาให้ถึงก่อนสิบเอ็ดโมงด้วย!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำสั่งและความดูถูก ก่อนจะวางสายทันที
เจียงหนิงหนิงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้ในหัวของเธอมีคำพูดอยู่สามคำคือ คุณเป็นใคร?
ตอนที่บ้านถูกรื้อถอน กรรมสิทธิ์ทุกอย่างเป็นของเจ้าของร่างเดิมโดยชอบธรรม
แต่เงินชดเชยหนึ่งล้านหยวนในตอนนั้น คุณย่าของเธอเอาไปให้ลุงของเธอ ห้าแสนหยวน ต่อมายังกลับมาขอเพิ่มอีกหนึ่งแสนหยวน
แล้วตอนนี้ยังจะมาเอาอีกงั้นเหรอ หน้าหนายิ่งกว่าถนนอีกดนะ ได้อยากเจอฉันใช่มั้ย ได้เดี๋ยวเจอกัน?
หลังล้างหน้าเสร็จ เจียงหนิงหนิงก็เปิดไลฟ์สดตามปกติ สำหรับเธอแล้ว ความยุติธรรมสำคัญกว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดเสมอ
และที่สำคัญ... เรื่องนี้ดูเหมือนจะมีดราม่าให้ติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว
“สวัสดีทุกคนค่ะ กลับมาพบกับรายการทวงหนี้ฉบับสั้นอีกแล้วนะคะ”
คอมเมนต์ไหลทะลักเข้ามาทันที
[เยี่ยม! คนตื่นเช้าย่อมได้เปรียบเสมอจริง ๆ!]
[คดีของหวังโชวไฉตัดสินแล้วนะ!]
[จำคุกยี่สิบปี!]
[เบาไปด้วยซ้ำ!]
[คลับ X ก็โดนสั่งปิดแล้ว ถ้าไม่ได้คุณเจียงช่วยเปิดโปง ไม่รู้ว่าจะมีเด็กผู้หญิงโดนหลอกอีกกี่คน]
[หวังว่าซ่งกุ้ยฮวาจะได้เจอครอบครัวเร็ว ๆ]
[วันนี้จะไปทวงหนี้ใครอีกครับ?]
เจียงหนิงหนิงอ่านคอมเมนต์แล้วถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยเรื่องของจ้าวหม่านหม่านกับจ้าวเสี่ยวฮุยก็ดูจะจบลงด้วยดี
เธอยิ้มบาง ๆ “วันนี้หนี้ที่ฉันต้องทวงค่อนข้างพิเศษค่ะ”
[พิเศษยังไง?]
[รีบเล่าเลย!]
“ลูกหนี้รายนี้กำลังจะเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัทแปรรูปอาหารออเรนจ์”
[แล้วไงต่อ?]
“ฉันจะไปทวงหนี้ให้นกค่ะ”
[???]
[หา?]
[ทวงหนี้ให้นก?!]
เจียงหนิงหนิงไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม เธอขี่มอเตอร์ไซค์คันเล็กมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านฟู่เหมิน ทันทีที่เข้าไปในลานกลางหมู่บ้าน
เธอก็เห็นเด็กเจ็ดแปดคนกำลังล้อมวงเชียร์อะไรบางอย่างเสียงดัง “แม่นมาก ยิงอีก ยิงอีก “ยิงอีกาตัวนั้นเลย!”
ตรงกลางวงมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งถือหนังสติ๊กอยู่ในมือ ในขณะเดียวกัน เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
เธอคือเด็กผู้หญิงคนเดียวกับที่ชมเจียงหนิงหนิงว่าสวยที่หน้าร้านของเธอเมื่อวาน “ห้ามยิงนกนะ! พวกมันจะตาย!”
เด็กหญิงตะโกนเสียงดัง แม้ตัวจะเล็กกว่าคนอื่นมากก็ไม่กลัว “ไม่ใช่เรื่องของเธอนะ!”
เด็กชายที่ถือหนังสติ๊กขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ “ยัยนี่อีกแล้ว? ไสหัวไป ไม่งั้นฉันจะต่อยเธอแน่!”
พูดจบ เขายกหนังสติ๊กขึ้นเล็งใส่เธอ เจียงหนิงหนิงถึงกับเลิกคิ้ว เด็กนี่นิสัยแย่ใช้ได้เลยแฮะ
ไม่มีใครสั่งสอนบ้างหรือไง? สุดท้ายเธอจึงปิดไลฟ์สด เดิมทีเธอตั้งใจจะถ่ายทอดสดพร้อมรณรงค์เรื่องการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างเหมาะสม แต่คู่กรณียังเด็กเกินไป ถ้าโดนชาวเน็ตรุมโจมตี คงไม่ใช่เรื่องดีนัก
เธอจอดรถ ถอดหมวกกันน็อก แล้วเดินเข้าไปหา “เด็ก ๆ ห้ามยิงนกนะ นกก็มีชีวิตเหมือนพวกเรา ยิงแบบนี้พวกมันก็เจ็บเป็น”
ดวงตาของเด็กหญิงตัวน้อยเป็นประกายทันที “พี่สาว!” จากนั้นก็รีบฟ้องทันที
“เมื่อวานเขายิงนกในสวนตายไปหลายหลายตัวเลยค่ะ พอหนูห้าม เขาก็ต่อยหนู แขนหนูยังเขียวอยู่เลย”
เด็กชายปรายตามองเจียงหนิงหนิงอย่างเหยียดหยาม “อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน แล้วเงินล่ะ? เอามาหรือยัง?”
เจียงหนิงหนิงชะงักไป “หา?” เมื่อเห็นเธอไม่เข้าใจ เด็กชายก็ยกหนังสติ๊กขึ้นยิงทันที
“ไม่มีเงินก็ไสหัวไป! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาสั่งฉัน!” แต่คำด่าที่เหลือกลับติดค้างอยู่ในลำคอของเด็กชาย
ใบหน้าของเขาแข็งค้างไปด้วยความตกใจ เด็กคนอื่น ๆ รอบข้างก็ร้องอุทานพร้อมกัน
“ว้าว!” เจียงหนิงหนิงยกมือขึ้นอย่างสบาย ๆ ลูกกระสุนที่ถูกยิงมา ถูกเธอรับไว้ได้กลางอากาศพอดี
เด็ก ๆ ตาค้างทันที สำหรับพวกเขา นี่แทบจะเป็นวิชากำลังภายในในนิยายเลยทีเดียว
ทันใดนั้นกระแสก็เปลี่ยนไปทันที “พี่สาวพูดถูก ยิงนกมันผิดจริง ๆ นกในหมู่บ้านตายทุกวันก็เพราะนาย!”
“แล้วนายก็ยังกล้าไลฟ์สดอีกด้วย!” ไลฟ์สด? เจียงหนิงหนิงมองไปที่โทรศัพท์ซึ่งห้อยอยู่ที่คอของเด็กชาย
หน้าจอกำลังถ่ายทอดสดอยู่จริง ๆ เด็กตัวแค่นี้ก็เริ่มเป็นสตรีมเมอร์แล้วงั้นเหรอ?
แถมยังถ่ายทอดสดตอนยิงนกอีกต่างหาก บนหน้าจอเต็มไปด้วยคอมเมนต์ที่หยาบคาย
[ยิงหนังสติ๊กใส่ตาเธอเลย!]
[ยายแก่จอมสอดรู้!]
[อ่าว นั่นมันเจ้าของร้านจัดงานศพนี่เอง!]
เดิมทีผู้ชมของเจียงหนิงหนิงกำลังสงสัยว่าเธอหายไปไหนหลังปิดไลฟ์สดกะทันหัน
พอมีคนพบเธอในไลฟ์ของเด็กคนนี้ ข่าวก็แพร่กระจายทันที ยอดผู้ชมของเด็กชายพุ่งทะลุแปดหมื่นคนในเวลาไม่กี่นาที
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงเว่ยเว่ย ก็ตื่นเต้นจนแทบระเบิด ในสายตาเขา นี่คือโอกาสแจ้งเกิด!
แต่เมื่ออ่านคอมเมนต์ไปเรื่อย ๆ เขาก็พบว่าแฟนคลับของตัวเองกำลังปะทะกับแฟนคลับของเจียงหนิงหนิงอย่างดุเดือด
ดวงตาเขาเป็นประกายทันที ได้เวลาแสดงแล้วสินะ! เขาสูดหายใจลึกๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
เขาแกล้งร้องไห้ทันที “พี่สาวครับ พ่อผมกำลังมีปัญหาเรื่องธุรกิจ เขาก็แค่ยืมเงินพี่สาวเท่านั้นเอง”
“เรื่องระหว่างผู้ใหญ่ ทำไมต้องลากผมเข้ามาเกี๋ยวด้วยล่ะ ผมเพิ่งเรียนอยู่ชั้น ม.2 เองนะครับ!”
“ถ้าชาวเน็ตเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นคนไม่ดี ผมจะเรียนต่อไปยังไง?”
“พวกเราแค่เล่นกันเฉย ๆ แต่พี่กลับบิดเบือนเรื่องทั้งหมด!” เขาพูดอย่างน่าสงสารราวกับเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์
เจียงหนิงหนิงฟังแล้วก็ตาค้าง อ้อ...ที่แท้เด็กคนนี้ก็คือลูกชายของลุงเธอนี่เอง ไม่แปลกเลยเพราะที่นี่เป็นบ้านคุณย่า
แต่เดี๋ยวก่อน...นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือ “นายเรียนชั้น ม.2 จริงเหรอ?”
“ใช่”
อายุสิบสี่แล้ว?
“ใช่”
แล้วทำไมนายถึงตัวเล็กเหมือนเด็กประถมสี่ประถมห้าขนาดนี้ล่ะ?!
ทันใดนั้น อีกาตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนต้นไม้ใกล้ ๆ ก็กระพือปีกแรง ก่อนส่งเสียงร้องแหลม
แปลเป็นคำพูดที่มีเพียงแค่เจียงหนิงหนิงเท่านั้นที่ได้ยินก็ดังขึ้น
“ต้องจัดพิธีให้พวกเรา! ไม่งั้นพวกเราจะสู้จนตาย!”
เธอเงยหน้ามอง แล้วพบว่า บนต้นไม้รอบๆลานเต็มไปด้วยนกจำนวนมหาศาล
ราวกับว่าพวกมันกำลังรวมตัวกันเพื่อร้องทุกข์กับเธอโดยเฉพาะ