[ทำไมไม่พูดต่อแล้วล่ะ?]
[ฉันรู้แล้วว่าย่าคนนี้ไม่ได้เป็นคนดี! คนที่ด่าเจ้าของร้านจัดงานศพเมื่อกี้ รีบออกมาขอโทษเลยนะ!]
[ต่อให้ย่าจะผิด แต่การเอาเรื่องผู้สูงอายุมาไลฟ์สดประจานแบบนี้ก็เกินไปเหมือนกันนะ!]
คุณย่ายืนตัวแข็งค้างไปทันทีเมื่อเห็นหน้าจอไลฟ์สดของเจียงหนิงหนิง สมองเธอว่างเปล่า ไม่รู้จะตอบอย่างไร
โชคดีที่ตอนนั้นเจียงเว่ยเว่ยซึ่งเพิ่งล้างคราบขี้นกเสร็จ เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี คุณย่าเลยรีบหันไปหาลูกชายคนโต
“หนิงหนิงกำลังไลฟ์สดอยู่!”ลุงที่ก่อนหน้านี้ยังทำหน้าขึงขังใส่เจียงหนิงหนิงถึงกับสะดุ้ง
ดูจากสีหน้าของแม่แล้ว คงต้องหลุดด่าเจียงหนิงหนิงไปต่อหน้าคนทั้งประเทศแน่
ในเมื่อถูกเปิดโปงไปแล้ว เขาก็ไม่คิดจะเสแสร้งทำเป็นสุภาพอีกแล้ว เขาเหลือบมองโทรศัพท์ในมือเจียงหนิงหนิง
ก่อนถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ “นกพวกนั้นมันเรื่องอะไรกัน? ทำไมจู่ๆ ถึงมาโจมตีเว่ยเว่ยได้?”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและกล่าวโทษอย่างไม่ปิดบัง เจียงหนิงหนิงตอบเรียบๆ
“เว่ยเว่ยใช้หนังสติ๊กยิงนกทุกวัน ฆ่าพวกมันไปตั้งเท่าไร กรรมที่เขาก่อไว้จะย้อนกลับมาหาเขาก็เป็นเรื่องธรรมดา”
“อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้กับฉันนะ!” ลุงโบกมือ ก่อนนั่งลงบนโซฟา
“ต้องเป็นเธอแน่ที่ใช้วิธีอะไรสักอย่างดึงนกพวกนั้นมา เว่ยเว่ยตกใจจนไข้ขึ้น พูดเพ้อเจ้อไม่หยุด”
“ต่อให้กำลังไลฟ์สดอยู่ ต่อให้มีคนดูมากแค่ไหน ฉันก็จะพูดแบบนี้!”
“พวกเรายกกิจการของครอบครัวให้เธอแล้ว เธอยังต้องการอะไรอีก? ต่อให้เธอไม่ให้เรายืมเงินก็ช่างเถอะ แต่เธอไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายพวกเรา!” แค้คำพูดไม่กี่ประโยค เขาก็สามารถพลิกสถานการณ์ เปลี่ยนตัวเองจากผู้มาขอเงินให้กลายเป็นเหยื่อได้อย่างแนบเนียน
เจียงหนิงหนิงหัวเราะเยาะ “ขอบคุณลุงที่มองว่าฉันสูงซ่งมากขนาดนั้น ในเมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว งั้นฉันก็จะไม่แกล้งทำเป็นคนธรรมดาอีกต่อไป ใช่ ที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อทวงความยุติธรรมให้นกเหล่านั้น”
“ลูกชายของคุณใช้หนังสติ๊กยิงนก ทำให้พวกมันทั้งบาดเจ็บและล้มตายจนเกิดความแค้น พวกมันมาหาฉันในความฝันและขอให้ฉันช่วยทวงหนี้ เมื่อกี้คุณก็เห็นแล้วว่าพวกมันโกรธแค่ไหน”
“ให้เจียงเว่ยเว่ยขอโทษพวกมัน และจัดพิธีสวดสามวันอุทิศส่วนกุศลให้กับนกที่ตายไป”
“หลังจากนั้นเรื่องนี้ก็จะถือว่าจบกัน ถ้าเว่ยเว่ยไม่ยิงนกอีก ฉันรับประกันได้เลยว่านกพวกนั้นจะไม่มารบกวนเขาอีกแน่นอน”
ทันทีที่เธอคำพูดเหล่านี้ออกไป ช่องแชทก็ระเบิดทันที
[นกมาเข้าฝันงั้นเหรอ? ลึกลับเกินไปแล้ว!]
[เจ้าของร้านจัดงานศพคนนี้มีอะไรบางอย่างจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ส่งคนเข้าคุกได้หลายคนขนาดนี้]
[แต่เว่ยเว่ยอายุแค่สิบสี่เองนะ]
[ครั้งหน้าลองไปยิงสัตว์ป่าคุ้มครองระดับหนึ่งดูสิ จะได้รู้ว่าคุกมีไว้ทำไม ฮ่าๆ]
ลุงหัวเราะเยาะ “ให้ลูกฉันขอโทษนกเนี่ยนะ ไร้สาระ เธอนี่ช่างเป็นคนที่ชอบทำให้ครอบครัวอับอายจริงๆ
เธอเป็นคนใช้เล่ห์กลเรียกนกมาขู่เว่ยเว่ยแท้ๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน!”
พูดจบ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรแจ้งตำรวจทันที จากนั้นก็มองเจียงหนิงหนิงด้วยสายตาเย็นชา
“พ่อแม่เธอตายเร็ว ไม่มีใครอบรมสั่งสอนเธอได้ แต่ตำรวจทำได้”
“ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอใช้วิธีสกปรกทำร้ายคนได้อีกต่อไปแล้ว วันนี้เธอทำร้ายเว่ยเว่ย แล้วพรุ่งนี้ล่ะ? ใครจะรู้ว่าเธอจะไปทำร้ายใครอีก!” เขาเชิดหน้าพูด “ถ้าเธอใช้ชีวิตดีๆ ดูแลกิจการของครอบครัว ทุกอย่างก็คงเรียบร้อยไปด้วยดี
แต่เธอกลับหลงผิด ทวงหนี้ผ่านไลฟ์สดไม่พอ ยังใช้วิธีแปลกประหลาดทำร้ายคนอีก เรื่องแบบนี้ ฉันไม่มีวันยอมรับได้!”
คำพูดของเขาได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวเน็ตอีกกลุ่มทันที
[เจ้าของร้านจัดงานศพคราวนี้ซวยแน่!]
[ตัดญาติเพื่อความถูกต้อง แบบนี้แหละลูกผู้ชาย!]
[ฮ่าๆๆ รอดูเธอถูกจับได้เลย]
เจียงหนิงหนิงมองความคิดเห็นเหล่านั้น ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้น เธอหมุนข้อมือเบาๆ รอยยิ้มบางๆก็ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
“อย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
[มาแล้ว! เธอมาแล้ว!]
[รีบเลย! รีบเลย!]
ทันทีที่เจียงหนิงหนิงก้าวออกมา เปลือกตาของลุงคนโตก็กระตุกรัวๆอย่างแรง
เขารีบลุกพรวด สีหน้ากล้าหาญแต่เสียงกลับสั่นระรัวอย่างเห็นได้ชัด
“เธอจะทำอะไร? ฉันแจ้งตำรวจแล้วนะ! และก็ยังไลฟ์สดอยู่ด้วย เธอคิดจะทำร้ายฉันต่อหน้าคนทั้งประเทศหรือไง?”
แต่ยังไม่ทันที่ลุงจะพูดจบ...เจียงหนิงหนิงก็หันหลังอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ก้มลงเอื้อมมือไปใต้โซฟา
ตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้เธอก็จับตาโซฟาตัวนี้เป็นพิเศษ ในที่สุดก็ถึงเวลายกมันขึ้น
คุณย่าส่ง้สียงร้องลั่นทันที “นังเด็กอกตัญญู! แกจะทำอะไร!”
ปัง! โซฟาเก่าที่หนักอึ้งถูกเจียงหนิงหนิงพลิกคว่ำด้วยมือเดียว ด้านใต้ของโซฟาตัวนั้นเผยให้ทุกคนเห็นอย่างชัดเจน
ภายในคานไม้มีของซุกซ่อนอยู่เต็มไปหมด ทั้งโฉนดที่ดิน เงินสดเป็นปึก สมุดบัญชีธนาคารหลายเล่ม
เสียงด่าทอของคุณย่าติดอยู่ในลำคอทันที แม้แต่ลุงก็ยังหน้าซีดเผือด เมื่อวานเขาเพิ่งย้ายของพวกนี้มาซ่อนใต้โซฟา
เพราะคิดว่าโซฟาเก่าและหนักมาก คงไม่มีใครยกมันขึ้นได้ง่ายๆได้แน่
แต่ตอนนี้...มันถูกพลิกคว่ำด้วยมือเดียว! ช่องแสดงความคิดเห็นระเบิดอีกครั้ง
[มาแล้ว! ในที่สุดก็ถึงเวลาของจักรเย็บผ้าอีกแล้ว!]
[เมื่อกี้ใครด่าเจ้าของร้านจัดงานศพอยู่? ออกมาสิ!]
เจียงหนิงหนิงหยิบโฉนดขึ้นมาทีละใบ “บ้านห้าหลังในหมิงเหมินฮ่าวหยวน... ถ้าจำไม่ผิด ที่นี่เป็นชุมชนที่แพงที่สุดของเมืองซวนเฉิง”
จากนั้นหยิบสมุดบัญชีขึ้นมา “เงินฝากประจำสองล้านหยวน”
“คุณพระ!!!! ไหนพวกคุณบอกว่าไม่มีเงินไง กำลังจะเจ๊งไม่ใช่เหรอ ถึงขนาดต้องมารีดไถหลานสาวที่เสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็กแบบฉัน?” สุดท้ายเธอก็หยิบเงินสดขึ้นมา “เงินก้อนนี้ก็น่าจะประมาณหนึ่งแสนหยวน” ทุกครั้งที่เธอพูด ใบหน้าของลุงก็ยิ่งดำคล้ำ
แต่ไม่นาน เขากับคุณย่าก็สบตากัน ก่อนเปลี่ยนไปใช้แผนเดิมทันที “แล้วการมีเงินเก็บมันผิดตรงไหน?”
“มีเงินอยู่ไม่ได้แปลว่าจะขอยืมคนอื่นไม่ได้สักหน่อย การขอยืมเงินผิดกฎหมายหรือไง?”
“แต่เธอต่างหากที่ใช้วิธีสกปรกทำร้ายคน!”คุณย่าตะโกนอย่างเดือดดาล
“ฉันเป็นย่าของแกนะ! หลานจะกตัญญูต่อย่ามันผิดตรงไหน!”
“แกยังจะเอาเรื่องในบ้านมาไลฟ์สดให้คนอื่นรู้อีกทำไม!”
เมื่อรู้ว่าขอเงินไม่ได้แล้ว คุณย่าจึงโมโหจัด พยายามผลักเจียงหนิงหนิงออกจากบ้าน
เพราะลูกชายของเธอเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ เธอจะไม่มีวันยอมเสียหน้าให้ชาวเน็ตเห็นหรอก
ด้วยแรงทั้งหมดที่มี คุณย่าผลักเจียงหนิงหนิงไปทางประตู แต่เจียงหนิงหนิงกลับเซไปข้างหน้าสองก้าว
ก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าห้องนอนที่หันไปทางแสงแดด และสีหน้าของลุงก็เปลี่ยนไปทันที
เขารีบพุ่งเข้ามาขวางเธอ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
ปัง!เจียงหนิงหนิงผลักประตูห้องนอนเปิดออกทันที ช่องแสดงความคิดเห็นก็เดือดพล่านทันทีเช่นกัน
[สีหน้าลุงเมื่อกี้ผิดปกติมากเลยนะ!]
[ต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ!]
[เร็วเข้า! เร็วเข้า! เร็วเข้า!]