“ขอโทษนะ เว่ยเว่ย ฉันเห็นเธอเป็นแค่น้องสาวมาตลอด ฉันไม่ได้ชอบเธอจริงๆ”
“ซ่งเว่ย ฉันกับหลัวเย่เฉิงกำลังคบกันอยู่ ต่อไปเธออย่าไปปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกเลยนะ เพราะว่ามันทำให้พวกเราลำบากใจ”
“ซ่งเว่ย นี่เธอไม่ละอายใจบ้างหรือไง? หลัวเย่เฉิงก็บอกชัดแล้วว่าเขาไม่ชอบเธอ!”
ตูม! ความรู้สึกหนักอึ้งจากการจมน้ำถาโถมเข้ามาในหัวเธอทันที
ความทรงจำมากมายไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับภาพยนตร์ที่ฉายด้วยความเร็วสูง
ซ่งเว่ยลืมตาขึ้นทันที และสิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา
นี่เธอไม่ได้ตายไปแล้วเหรอ?
แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“ซ่งเว่ย เธอฟื้นแล้วเหรอ!”
หญิงสาวผมเปียสองข้างในชุดเรียบง่ายรีบเดินเข้ามา สีหน้าเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“เธอรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”
ยังไม่ทันที่ซ่งเว่ยจะตอบคำถาม อีกฝ่ายก็ถอนหายใจออกมา
“เธอนี่จริง ๆ เลยนะ ทำไมถึงได้คิดสั้นขนาดนี้ล่ะ? ต่อให้หลัวเย่เฉิงไม่ชอบเธอ เธอก็ไม่ควรกระโดดน้ำฆ่าตัวตายแบบนี้นะ”
ซ่งเว่ยก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง นิ้วเรียวยาว ผิวขาวซีด มันดูบอบบางอย่างไม่น่าเชื่อ
น้ำตาไหลก็ออกมาจากดวงตาโดยไม่รู้ตัว แต่มันไม่ใช่เพราะความเศร้านะ
แต่มันเป็นความตื่นเต้นและดีใจจนเธอควบคุมไม่ได้ต่างหาก
เธอรอดตายแล้ว เธอรอดแล้วจริงๆด้วย
และเธอยังได้มาเกิดใหม่ในโลกที่ไม่มีรังสี ไม่มีสัตว์กลายพันธุ์ และไม่มีพืชกลายพันธุ์อีกด้วย
อากาศบริสุทธิ์จนเธออยากสูดลมหายใจเข้าไปให้เต็มปอด
หลี่จวนเข้าใจผิด คิดว่าเธอกำลังเสียใจเรื่องความรัก
“อย่าร้องไห้เลย ทุกก็คนรู้ว่าหลัวเย่เฉิงกับเจียงเสี่ยวว่านกำลังคบกันอยู่ เธอ...”
“ฉันไม่เป็นไร” เสียงของซ่งเว่ยแหบพร่า
ไม่สิ เธอมีความสุขมากต่างหาก
ครืด... เสียงท้องร้องดังขึ้นทันที ความหิวที่คุ้นเคยแล่นผ่านร่างกายเธอ
ในโลกเดิม เธอใช้ชีวิตอยู่กับความหิวโหยทุกวันจนชินชาไปแล้ว
“โอ๊ย ดูฉันสิ ลืมเรื่องนี้ไปเลย” หลี่จวนรีบยื่นกล่องข้าวอเก่า ๆ มาให้เธอ
“เอานี่อาหารของเธอ ฉันเก็บไว้ให้” ทันทีที่เปิดฝา กลิ่นอาหารอ่อน ๆ ก็ลอยออกมา
ดวงตาของซ่งเว่ยเป็นประกายทันที เธอรับกล่องข้าวมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกขึ้นดื่มโดยไม่สนใจช้อนเลยแม้แต่น้อย
หลี่จวนตกใจกับท่าทางการกินของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนหมาป่าที่กำลังอดอยากมานานหลายวัน
โจ๊กข้าวโพดหยาบ ๆ ไหลลงคออย่างรวดเร็ว
แม้จะมีเศษเปลือกและเม็ดกรวดเล็ก ๆ ปะปนอยู่บ้าง แต่สำหรับซ่งเว่ยแล้ว นี่คืออาหารชั้นเลิศ
เพราะมันเป็นอาหารจริง ๆ
อาหารที่ปลอดภัย สะอาด และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ
“กินช้า ๆ หน่อยสิ ไม่มีใครแย่งเธอหรอก”
หลี่จวนรีบส่งน้ำให้ ซ่งเว่ยรับมาดื่มรวดเดียว ก่อนจะจัดการโจ๊กที่เหลือจนหมดภายในไม่กี่คำ
เมื่ออาหารลงถึงกระเพาะ ความรู้สึกอิ่มเอมก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เฮ้อ มันช่างมีความสุขเหลือเกิน
หลังจากพักฟื้นอยู่พักหนึ่ง หมอก็เข้ามาตรวจอาการอีกเธอครั้ง
“ร่างกายยังอ่อนแออยู่เล็กน้อย จะนอนพักต่อที่โรงพยาบาล หรือจะกลับไปพักที่ค่ายเยาวชนผู้มีการศึกษาล่ะ?”
“กลับค่ะ” ซ่งเว่ยตอบโดยไม่ลังเล
คุณหมอชะงักเล็กน้อย เพราะสภาพของเธอในตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอพร้อมจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ
หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าสะสวยแบบหญิงสาวจากเมืองเจียงหนาน ผิวขาวซีด รูปร่างบอบบางราวกับต้นหลิว
แม้จะงดงาม แต่ก็ไม่เหมาะกับการทำงานหนักในชนบทเลย
“แน่ใจเหรอ?”
“ค่ะ ฉันจะกลับ”
เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจแล้ว หมอก็ไม่พูดอะไรอีก “ค่ารักษาทั้งหมดหนึ่งหยวนนะ”
หลี่จวนสูดหายใจเฮือก หนึ่งหยวนไม่ใช่เงินน้อยๆเลยนะ
“เธอนี่จริง ๆเลยนอกจากป่วยแล้วยังต้องเสียเงินอีก”
คุณหมอส่ายหน้า “ยังอายุน้อยแท้ ๆ ต่อไปอย่าคิดสั้นแบบนี้อีกนะ เข้าใจไหม? การกระโดดลงน้ำกลางอากาศหนาวจัดแบบนี้ โชคดีนะที่ช่วยไว้ทัน”ไม่อย่างงั้นคง...
ซ่งเว่ยพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง จากนั้นจึงหันไปมองหลี่จวน
“เธอช่วยจ่ายให้ฉันก่อนนะ ตอนนี่ฉันไม่มีเงินติดตัวเลยจริงๆ”
แม้หลี่จวนจะปวดใจ แต่ก็ยังหยิบเงินออกมาจ่าย “จำไว้ล่ะ ต้องคืนฉันด้วยนะ”
“ได้เลย” ซ่งเว่ยพยักหน้า
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เธอรู้ว่าเงินเก็บอยู่ที่ไหน
เมื่อออกจากโรงพยาบาล แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรง แต่ฝีเท้าของซ่งเว่ยกลับเบาหวิว
หลี่จวนมองเธออย่างงุนงง คนที่เพิ่งฆ่าตัวตายเพราะความรักมาไม่นาน แต่ทำไมตอนนี้ถึงดูอารมณ์ดีขนาดนี้นะ?
ระหว่างทางกลับ พวกเธอขึ้นเกวียนของกองพลผลิตที่กำลังจะกลับหมู่บ้านพอดี
บนเกวียนมีหญิงชราชาวบ้านหลายคนกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส
ทันทีที่ซ่งเว่ยขึ้นไป เธอก็ได้ยินชื่อตัวเองลอยเข้าหูทันที
“นั่นซ่งเว่ย ไม่ใช่หรือ?” ทุกคนหันมามองเธอพร้อมกัน
“โอ๊ย กลับมาแล้วหรือ?” “ดีขึ้นหรือยังลูก?” “มานั่งตรงนี้เร็ว พวกเรากังวลกันตั้งหลายวันเลยนะ”
แน่นอนว่าความกังวลส่วนหนึ่งมาจากความอยากรู้อยากเห็นด้วย
ตอนนี้ทั้งกองการผลิตต่างรู้กันหมดแล้วว่า ซ่งเว่ยกระโดดน้ำฆ่าตัวตายเพราะหลัวเย่เฉิง
“ป้าหม่า ป้ากุ้ยฮวา...” ซ่งเว่ยทักทายทีละคน
แม้ใบหน้าจะซีดขาวและดูอ่อนแอ แต่ความจริงเธอกำลังอารมณ์ดีมากต่างหาก
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ได้กินอิ่มแล้ว
“ซ่งเว่ย เธอรู้หรือยังว่าหลัวเย่เฉิงกำลังจะแต่งงานกับเจียงเสี่ยวว่าน?”
หญิงชราคนหนึ่งพูดขึ้นทันที
“เฮ้อ... เธอถึงกับยอมตายเพื่อเขา แต่เขาก็ยังจะแต่งงานอยู่ดี เห็นชัด ๆ ว่าไม่ได้สนใจเธอเลย”
“หลิวกุ้ยเฟิน!” ป้าหม่ารีบตวาดทันที
“นี่เธอพูดอะไรแบบนั้นน่ะ? เด็กคนนี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลนะ!”
หลิวกุ้ยเฟินย่นปาก “ฉันก็แค่พูดความจริง แล้วจะโกรธทำไม?”
ซ่งเว่ยเหลือบมองอีกฝ่ายเงียบๆ
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เธอจำได้ว่าหลิวกุ้ยเฟินเป็นลูกสะใภ้ของหญิงชราที่เคยมีเรื่องกับเธอมาก่อน
“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าหม่า” ซ่งเว่ยยิ้มบาง ๆ
“แต่ว่า...”เธอเอียงศีรษะด้วยความสงสัย
“ใครบอกเหรอว่าฉันกระโดดน้ำเพราะหลัวเย่เฉิง?”
ทุกคนบนเกวียนชะงักไปพร้อมกัน
หลิวกุ้ยเฟินรีบพูด “ซ่งเว่ย เธอไม่ต้องมาปิดบังเราหรอก ทุกคนรู้เรื่องเธอกันหมดแหละ”
ซ่งเว่ยทำหน้าประหลาดใจ “ฉันเคยชอบหลัวเย่เฉิงก็จริง”
“แต่ฉันไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งเพราะผู้ชายคนหนึ่งหรอก”
เธอถอนหายใจเบา ๆ “วันนั้นฉันกับเจียงเสี่ยวว่านทะเลาะกันเรื่องหลัวเย่เฉิง เราผลักกันไปมาที่ริมแม่น้ำ
ฉันลื่นเพราะฝนตกเลยพลาดเหยียบหินแล้วตกน้ำไปก็แค่นั้นเอง อย่าบอกนะว่าที่ชาวบ้านลือกันเพราะว่าแค่คิดไปเอง บ้ากันไปใหญ่แล้ว