หลี่จวนกับเกาเล่อเงียบไปพร้อมกัน …เข้าใจแล้วล่ะ
ซ่งเว่ยที่ยังพันผ้าพันแผลไว้บนหน้าผาก ถูกจัดให้กลับมาทำงานเดิมเหมือนเมื่อวาน
แต่วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันซวยของเธอจริงๆ
นอกจากพวกป้าๆที่ชอบนินทาเมื่อวานแล้ว วันนี้ยังมีหญิงชราอีกคนที่ไม่ถูกชะตากับซ่งเว่ยอย่างชัดเจน
ทันทีที่ซ่งเว่ยมาถึง อีกฝ่ายก็เริ่มเหน็บแนมทันที
“สาวเมืองนี่หน้าด้านจริง ๆ มาแย่งงานพวกคนแก่ทำได้ยังไง”
“ทั้งขี้เกียจ ทั้งทำงานไม่เป็น แถมยังชอบทำตัวยั่วยวนผู้ชายไปทั่วด้วย”
“ทำเอาทุกบ้านต้องคอยดูผู้ชายของตัวเองไว้ให้ดี กลัวว่าจะโดนพวกสาวเมืองล่อลวงเข้า”
“ครอบครัวชนบทอย่างพวกเราไม่มีปัญญาเลี้ยงสะใภ้แบบนี้หรอก!”
เธอบ่นไม่หยุด จนป้าคนอื่นเริ่มทำตัวไม่ถูก เพราะเมื่อวานพวกเธอก็เพิ่งนินทาซ่งเว่ยไปเหมือนกัน
ตอนนี้ถ้าจะออกหน้าช่วยเธอมันก็คงจะดูแปลก ๆ
ทุกคนคิดว่าซ่งเว่ยคงเถียงกลับเหมือนเดิม แต่ใครจะคิดว่าเธอกลับยิ้มหวาน แล้วพยักหน้าเห็นด้วยทันที
“ป้าหนิวพูดถูกค่ะ”
พูดจบ เธอก็นั่งลงข้างกองข้าวโพดของป้าหนิว แล้วเริ่มแกะข้าวโพดอย่างคล่องแคล่ว
ส่วนป้าหนิวเองก็คิดว่าซ่งเว่ยยอมอ่อนข้อให้ จึงยิ่งได้ใจใหญ่
แต่ซ่งเว่ยกลับพูดต่ออย่างจริงจังว่า “แต่เรื่องขี้เกียจนี่ ถ้าเป็นผู้หญิงขี้เกียจก็ยังพอทนได้นะคะ”
“ถ้าโชคดีได้สามีขยัน ชีวิตก็คงยังไปต่อได้”
“แต่ถ้าผู้ชายขี้เกียจนี่ซิน่ากลัวกว่าเยอะ”
เธอถอนหายใจเบา ๆ “ผู้ชายคือเสาหลักของบ้าน ถ้าเสาหลักขี้เกียจ ทั้งครอบครัวก็ลำบากหมด”
“โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีลูกสาวกำลังจะแต่งงาน ก็ควรต้องระวังให้ดี”
“ถ้าแต่งเข้าบ้านผู้ชายที่ขี้เกียจ งานทุกอย่างก็จะตกอยู่กับผู้หญิงคนเดียว”
“แล้วถ้าเจอแม่สามีร้าย ๆ อีกละก็ ชีวิตนี้คงเหมือนยืนอยู่ในกองไฟเลยนะคะป้าว่ามั้ย”
ซ่งเว่ยไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลยสักคำ แต่สีหน้าของป้าๆหลายคนกลับเปลี่ยนทันที
เพราะทั้งหมู่บ้านรู้กันดีว่าลูกชายกับหลานชายของป้าหนิวขึ้นชื่อเรื่องขี้เกียจตัวเป็นขนอยู่แล้ว
แถมป้าหนิวยังเป็นแม่สามีสายโหดตัวจริงอีกต่างหาก
ต่อให้ซ่งเว่ยไม่พูดตรง ๆ ทุกคนก็รู้ว่าเธอกำลังหมายถึงใคร
ใบหน้าของหนิวเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำทันที “ยัยเด็กมีการศึกษาแต่ไร้มารยาท!
แกว่าครอบครัวใครขี้เกียจงั้นเหรอ?! แกว่าใครเป็นแม่สามีใจร้ายห๊ะ?!”
ซ่งเว่ยทำหน้าซื่อๆ “อ้าว ป้าหนิวป้าโกรธทำไมคะ?”
“หนูยังไม่ได้พูดถึงป้าสักหน่อยนะ ”
“หนูแค่พูดลอย ๆ เฉยๆ ผู้หญิงขี้เกียจกับผู้ชายขี้เกียจมันต่างกันยังไง”
“หรือว่าป้าคิดว่าหนูกำลังพูดถึงบ้านป้าหรือคะ?”
ป้าหนิวเลือดขึ้นหน้าทันที เธอพุ่งเข้าใส่ซ่งเว่ยพร้อมง้างมือจะตบ
ซ่งเว่ยทำท่ารีบหลบอย่างตกใจ ก่อนใช้เท้าเตะโดนกองเปลือกข้าวโพดข้าง ๆ
ป้าหนิวที่ออกแรงพุ่งมามากเกินไปเสียหลักทันที
โครม! ร่างทั้งร่างล้มคว่ำลงไปกลางกองข้าวโพดเต็ม ๆ
ฝักข้าวโพดแข็ง ๆ กระแทกทั้งหน้า ทั้งหลัง จนเธอร้องลั่น
แม้เพิ่งจะอายุสี่สิบกว่า แต่ชีวิตในชนบทที่หนักหน่วงทำให้ป้าหนิวดูแก่เหมือนคนห้าสิบหกสิบแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น สุขภาพเธอก็ยังแข็งแรงมาก แถมเสียงก็ดังจนน่าตกใจ
ซ่งเว่ยรีบทำหน้าตกใจ แล้วช่วยคนอื่นดึงเธอขึ้นจากกองข้าวโพดทันที
จังหวะนั้นเอง หัวหน้าหน่วยก็เดินผ่านมาได้ยินเสียงเอะอะพอดี
เขาขมวดคิ้วแล้วเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้นอีก?! พวกเธอไม่อยากได้คะแนนงานแล้วหรือไง!”
ป้าหนิวเอามือกุมเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ
ทั้งหลัง ทั้งขา ทั้งหน้าถูกฝักข้าวโพดกระแทกเจ็บไปหมด
เธอชี้หน้าซ่งเว่ยทันที “เป็นมัน! หัวหน้าหน่วย เป็นยัยเด็กซ่งเว่ยนี่แหละที่ผลักฉัน!”
“ฉันเจ็บไปทั้งตัวแล้ว โอ๊ย… เจ็บจะตายแล้ว!”
“หัวหน้าหน่วยต้องให้มันชดใช้ค่ารักษาให้ฉันด้วยนะ!”
หัวหน้าหน่วยหันไปมองซ่งเว่ยด้วยความปวดหัว
เด็กคนนี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน ทำไมถึงก่อเรื่องได้อีกแล้ว?
ซ่งเว่ยรีบพูดด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “หัวหน้าหน่วย หนูไม่ได้ผลักนะคะ”
“ป้าหนิวต่างหากที่พุ่งเข้ามาจะตีหนู หนูเลยรีบหลบ แล้วอีกย่างหนูอยู่ห่างขนาดนั้น จะผลักได้ยังไงคะ?”
“ทุกคนแถวนี้ก็เห็นหมดเลยด้วย”
ทันใดนั้น คนรอบข้างก็เริ่มพยักหน้าพร้อมๆกัน
“ใช่ ป้าหนิวล้มเองจริงๆ”
เด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่ตามผู้ใหญ่มาดูงานเริ่มหัวเราะคิกคัก
“ฮ่า ๆ ๆ ป้าหนิวล้มเหมือนกบเลย!”
เด็กบางคนถึงขั้นทำท่าเลียนแบบ จับเอว ทำหน้าบิดเบี้ยว แล้วกระโดดขาเดียว
ป้าหนิวโกรธจนแทบเป็นลม “ไอ้เด็กไม่มีมารยาท! ไปให้พ้นนะ!”
แม่ของเด็กรีบออกหน้าทันที
“ป้าหนิวพูดอะไรน่ะ? ลูกฉันพูดความจริงนะ”
“พวกเราก็เห็นกันทุกคนว่าซ่งเว่ยไม่ได้แตะตัวป้าเลยด้วยซ้ำ”
เมื่อก่อนพวกเธออาจไม่กล้าช่วยซ่งเว่ย เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกับป้าหนิว
แต่ถ้ามาด่าลูกหลานพวกเธอ แบบนี้ใครจะยอม
อีกคนพูดเสริมทันที “ซ่งเว่ยยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย ป้าหนิวจะร้อนตัวไปทำไม”
“ทั้งหมู่บ้านก็รู้ว่าลูกชายกับหลานป้าขี้เกียจจริง ๆ นั่นแหละ”
ป้าหนิวแทบกระอักเลือด “ถึงมันไม่ได้ผลักฉัน แต่ที่ฉันล้มก็เพราะมันพูดยั่วฉัน มันต้องรับผิดชอบ!”
หัวหน้าหน่วยเริ่มหมดความอดทน เขาหันไปถามซ่งเว่ยเสียงเข้ม
“แล้วเธอพูดอะไรบ้าง?”
ซ่งเว่ยจึงเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้น ทั้งคำพูดของป้าหนิว และสิ่งที่ตัวเองตอบกลับ
สุดท้ายเธอยังยืนทำหน้าซื่ออยู่ข้างหัวหน้าหน่วย “หัวหน้าหน่วยคะ หนูไม่ได้พูดถึงป้าหนิวจริง ๆ นะ”
หัวหน้าหน่วย นิ่งไป
เธอไม่ได้เอ่ยชื่อจริงๆนั่นแหละ แต่แทบจะเอาป้ายไปแปะหน้าผากป้าหนิวอยู่แล้ว!
แต่จะว่าไป ซ่งเว่ยก็ไม่ได้ผิดจริง ๆ คนที่เริ่มก่อนคือป้าหนิว
ส่วนตอนล้ม ซ่งเว่ยก็ไม่ได้แตะต้องเธอเลยสักนิด สุดท้ายหัวหน้าหน่วยจึงตัดบท
“พอแล้ว เลิกโวยวายได้แล้ว แต่ป้าหนิวยังไม่ยอม
“หัวหน้าหน่วย! ฉันต้องการความยุติธรรม!”
หัวหน้าหน่วยมองเธออย่างเหนื่อยใจ “งั้นป้าหนิวอยากได้ความยุติธรรมแบบไหนล่ะ?”
“ซ่งเว่ยไม่ได้ด่าป้าตรง ๆ เลยสักคำ”
“ป้าเองต่างหากที่รีบร้อนรับว่าเป็นลูกหลานตัวเองที่ขี้เกียจ”
“แถมป้ายังเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่ก่อน แล้วล้มเองอีก”
“ซ่งเว่ยไม่ได้แตะตัวป้าสักนิด”
เขาพ่นลมหายใจแรง ๆ “หรือป้าคิดว่าหน่วยของพวกเราเป็นที่ปล้นเงินคนอื่นงั้นเหรอ?”