หัวหน้าหน่วยหน้าบึ้งทันที ทำงานก็ไม่ตั้งใจ แถมยังชอบก่อเรื่องอีก! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันหักคะแนนงานจริงๆ นะ!
พูดจบ เขาก็หันไปจ้องป้าหนิว ส่วนป้าก็เลิกหาเรื่องคนอื่นได้แล้ว ซ่งเว่ยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ค่ะ หัวหน้าหน่วย
ป้าหนิวได้แต่กัดฟันเงียบ เพราะรู้ดีว่าถ้ายังโวยวายต่อ ไม่เพียงจะไม่ได้อะไรคืน แต่อาจโดนหักคะแนนงานเพิ่มอีกด้วย
เธอจึงได้แต่ถลึงตาใส่ซ่งเว่ย พลางพึมพำด่าด้วยความไม่พอใจ
ซ่งเว่ยขี้เกียจจะสนใจ เธอก้มหน้าแกะข้าวโพดต่ออย่างรวดเร็ว หญิงชราคนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ต่างมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เด็กสาวจากเมืองคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เล่นเอาป้าหนิวเสียหน้าไปเต็มๆ แต่ตัวเองกลับไม่โดนอะไรสักนิด
เก่งไม่เบาเลยจริงๆ เมื่อเห็นว่าป้าหนิวเอาแต่บ่นพึมพำเพราะตัวเองไม่ได้เปรียบ ก็ไม่มีใครสนใจเธออีก
ไม่นาน หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนเป็นเรื่องซุบซิบในหมู่บ้านตามปกติ
ตระกูลหลินนี่ใจดำจริงๆ นะเมื่อวานเหอตันแบกฟืนกลับมาตั้งเยอะ แถมกลับถึงบ้านช้าอีก แต่ทั้งบ้านกลับไม่เหลือข้าวไว้ให้กินเลยสักนิด เด็กอายุห้าขวบแล้วแท้ๆ แต่ยังตัวเล็กเหมือนเด็กสามขวบเลย
น้ำเสียงของป้าหวังเต็มไปด้วยความดูถูก ใช่ไหมล่ะ นั่นหลานแท้ๆ ของตัวเองนะ ยังทำกันได้ลงคอ
ซ่งเว่ยได้ยินชื่อเหอตัน ก็แน่ใจทันทีว่าต้องเป็นเด็กน้อยที่เธอเจอเมื่อวานแน่ เธอแกล้งจึงทำเป็นสงสัยแล้วถามขึ้นว่า
เด็กที่ชชื่อเหอตันคนนั้น ฉันเคยเห็นเขาด้วยนะ เด็กในหมู่บ้านไม่มีใครผอมเท่าเขาแล้วล่ะ
เธอเพิ่งมาอยู่ เลยยังไม่รู้เรื่องของบ้านหลินน่ะสิ… พอมีคนเปิดประเด็น เหล่าป้าๆ ก็เริ่มเล่ากันอย่างเมามัน
หมู่บ้านผิงอันมีสามตระกูลใหญ่คือ ตะกูลเจียง ตะกูลหลิน และตะกูลหวัง ส่วนคนอื่นๆ เป็นชาวบ้านที่อพยพมาอยู่ทีหลัง
หลังตั้งกองพลประชาชน หลายหมู่บ้านก็ถูกรวมเข้าด้วยกัน จึงมีผู้คนหลากหลายมากขึ้น
เหอตันเป็นหลานของหลินเทียนหนิวกับภรรยาจากบ้านโจว ทั้งคู่มีลูกชายสี่คน ลูกสาวหนึ่งคน
ลูกชายคนที่สาม หลินเหล่าซาน เกิดมาอย่างยากลำบาก ตอนนั้นหลินเทียนหนิวเกือบตายเพราะโดนหมูป่าทำร้ายในภูเขา
ภรรยาของเขาจึงเชื่อว่าลูกคนนี้ว่าเป็นตัวซวย เธอถึงขั้นแอบไปหาหมอดูในหมู่บ้าน แล้วคำทำนายก็บอกว่าเด็กคนนั้นเป็น ดาวอัปมงคล ดวงโดดเดี่ยว อะไรทำนองนั้นแหละ พอพูดถึงตรงนี้ ป้าหวังก็ลดเสียงลง เพราะเรื่องงมงายแบบนี้ ถ้าพูดดังๆ
อาจมีปัญหาได้
หลินเหล่าซานถูกเลี้ยงดูมาแบบอดอยาก ถูกใช้งานเยี่ยงวัวควาย ทำงานทุกอย่าง แต่กลับกินไม่เคยอิ่ม”
“ต่อมาเมื่อพี่น้องแต่งงานกันหมด แต่บ้านนั้นกลับไม่มีใครคิดจะหาคู่ให้เขาเลยสักนิด จนวันหนึ่งเขาไปเจอแม่ของเหอตันเข้า
เลยพากลับบ้านมาพร้อมข้าวสองกระสอบ ป้าซิวพูดเสริม บ้านเดิมของผู้หญิงคนนั้นก็แย่ไม่แพ้กัน พวกผู้ชายในบ้านไม่เห็นผู้หญิงเป็นคน ปีนั้นข้าวยากหมากแพง หลินเหล่าซานเลยใช้ข้าวสองกระสอบแลกเธอกลับมา
แต่พอพ่อแม่ที่บ้านหลินรู้เข้า ก็ตีลูกชายตัวเองเกือบตาย กล่าวหาว่าเขาแอบเอาข้าวของที่บ้านไปใช้ ทั้งที่หลินเหล่าซานหามาเองแท้ๆ”
ทุกคนส่ายหน้าอย่างดูถูก สองผัวเมียนั่นขยันมากเลยนะ ป้าหวังพูดต่อ หัวหน้าหน่วยสงสารเลยจัดบ้านดินเก่าๆ ให้อยู่
พวกเขาก็ค่อยๆ สร้างชีวิตขึ้นมาใหม่ บ้านสะอาดเรียบร้อย และก็ได้คะแนนงานเยอะทุกปี”
“แต่หลังจากแยกบ้าน คะแนนงานของบ้านหลินกลับตกฮวบ เพราะขาดแรงงานหลักอย่างหลินเหล่าซานไป”
“เสียดาย ต่อมาภรรยาของเขาตั้งได้ท้องเหอตัน เธอสุขภาพไม่ดีเพราะโดนบ้านหลินหาเรื่องไม่หยุด
ร่างกายแย่จนต้องใช้ยารักษาราคาแพง หลินเหล่าซานเลยต้องขึ้นเขาไปหาสมุนไพร แล้วก็โชคร้ายพลัดตกหน้าผาตาย
พอภรรยารู้ข่าวก็ตกใจจนคลอดก่อนกำหนด ทำเอาเหอตันเกือบไม่รอด
สุดท้าย บ้านเล็กๆ ก็เหลือเพียงเด็กหนุ่มกับทารก ทั้งสองคนน่าสงสารมากเลยล่ะ แถมตอนนั้นบ้านหลินยังจะมายึดบ้านไปอีก
ป้าซิวพูดไปก็โมโหไป ตอนนั้นหลินเจิ้นพี่ชายของเหอตันก็ถือมีดไปอาละวาดถึงบ้านป้าหลิน
เขาจะยอมสมัครเข้ากองทัพ เพื่อแลกกับการให้บ้านตะกูลหลินรับเลี้ยงน้องของเขา
หลินเจิ้นกลับบ้านมาตอนที่เหอตันอายุหนึ่งขวบกว่า เขาอยู่ได้ไม่กี่วันก็ต้องกลับไปประจำการ
ช่วงที่บ้านเมืองวุ่นวาย บ้านหลินก็รับเหอตันไปอยู่ด้วย อ้างว่าจะเอาไปเลี้ยงเอง เพื่อให้หลินเจิ้นส่งเงินกลับมาให้ที่บ้านหลินแทน
แต่เหอตันไม่เคยได้ใช้เงินที่พี่ชายส่งมาเลยแม้แต่น้อย ซ่งเว่ยฟังแล้วถึงกับอึ้ง
นี่มันอะไรรับเด็กกลับไปแต่กลับไม่เลี้ยงดูให้ดีมันมีจริงๆ เหรอคะ?
ป้าหวังหัวเราะเยาะ มีสิ บ้านนั้นเห็นแก่หน้าตาใครที่ไหนกันคอยดูเถอะถ้าหลินเจิ้นกลับมาเมื่อไหร่ มีเรื่องแน่
เพราะตอนที่แม่ของเหอตันท้อง บ้านหลินเคยก่อเรื่องจนเกือบแท้ง เด็กคนนั้นเลยฝังใจหนักมาก
หลังฟังประวัติของบ้านหลินจบ ซ่งเว่ยก็รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกกว้าง เธอทำงานเสร็จพอดี จึงไปลงคะแนนงาน
แล้วตบฝุ่นที่เสื้อเบาๆ เตรียมกลับ แต่จู่ๆ ป้าหนิวก็เรียกเธอเสียงดังด้วยความอิจฉา ซ่งเว่ยหันกลับมายิ้มสดใสไร้เดียงสาทันที
“มีอะไรหรือคะป้าหนิว หรือว่าป้ายังทำไม่เสร็จอีกเหรอ อืมหรือว่าป้าแอบอู้หรือเปล่าเนี่ย
เสียงเธอดังจนหัวหน้าหน่วยที่เดินผ่านมาได้ยิน จึงรีบเดินกลับมาทันที และซ่งเว่ยก็ยังพูดต่ออย่างจริงจัง
เรื่องที่ป้าว่าฉันขี้เกียจน่ะไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ถ้าทำงานช้าแล้วกระทบการส่งภาษีข้าวของทีมละก็ แบบนั้นปัญหาใหญ่เลยนะคะ
คุณป้าควรเอาอย่างป้าหวังกับป้าซิวนะ ดูสิ พวกท่านทำได้ตั้งเยอะ แต่ของป้าหนิวยังมีนิดเดียวเอง
ป้าหวังกับป้าซิวที่ถูกชม ต่างเชิดหน้าด้วยความภูมิใจ ส่วนหัวหน้าหน่วยพอเห็นกองงานของป้าหนิว เขาก็หน้าดำทันที
ป้าหนิว! เอาอีกแล้วเหรอ! นี่ป้าจะตั้งใจทำงานบ้างได้ไหม ยังอยากได้คะแนนงานอยู่หรือเปล่า!
ซ่งเว่ยร้องอุทานขึ้นทันที แล้วหยิบฝักข้าวโพดข้างตัวป้าหนิวขึ้นมา
โอ๊ย นี่ยังแกเมล็ดไม่สะอาดเลยนะคะ ยังมีเมล็ดติดอยู่ตั้งเยอะ เสียดายของจริงๆ