ทันทีที่ซ่งเว่ยกระโดดลงจากต้นไม้ เด็กๆ ก็กรูกันเข้ามาล้อมเธอทันที
“พี่ซ่งพี่สุดยอดมากเลย พี่ทำได้ยังไงคะ สอนหนูหน่อยสิ!”
โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย ต่างมองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย ราวกับกำลังมองวีรบุรุษในนิทาน
คนที่ปีนต้นไม้เก่ง จับปลาได้ แถมยังกล้าขโมยน้ำผึ้งจากรังผึ้งอีก สำหรับพวกเขาแล้ว ซ่งเว่ยเท่มากจริงๆ
แต่ซ่งเว่ยไม่มีเวลามาภูมิใจ เธอรีบโบกมือทันที “หยุดพูดก่อน รีบวิ่งเดี๋ยวนี้เลย ผึ้งตามมาแล้ว!”
เด็กๆ พากันหน้าถอดสี วิ่งกันสุดชีวิตด้วยขาสั้นๆ ของตัวเอง บางคนสะดุดเกือบล้ม ซ่งเว่ยจึงคว้าคอเสื้อเด็กคนหนึ่งขึ้นมา
แล้วหันไปมองฝูงผึ้งที่เริ่มบินตามมาพร้อมเสียงหึ่งๆ “เร็วเข้า! อย่าแตกแถวนะ!”
พูดจบเธอก็อุ้มเด็กตัวเล็กไว้ แล้วออกวิ่งนำหน้าทันที “พี่ซ่ง รอพวกเราด้วย!”
“เราก็อยากให้พี่อุ้มเหมือนกันนะ อะไรกัน “โตขนาดนี้แล้ว ยังจะให้อุ้มอีกเหรอ!”
เสียงหัวเราะและเสียงร้องดังก้องมาตลอดทาง กว่าพวกเด็กแสบจะหนีฝูงผึ้งมาได้สำเร็จ
เมื่อกลับมาถึงลำธาร ซ่งเว่ยยกชิ้นรังผึ้งในมือขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ “ไป กินของที่ปล้นมาได้กันเถอะ!”
เด็กๆ เฮลั่น แล้วเดินตามเธอเป็นแถวอย่างฮึกเหิม ราวกับเพิ่งกลับมาจากการไปออกรบ
ตอนนี้ ในสายตาของเด็กๆ ซ่งเว่ยคือหัวหน้าตัวจริง เธอแบ่งรังผึ้งชิ้นเล็กๆ ให้เด็กทั้งเจ็ดคน
ส่วนชิ้นใหญ่ที่สุดเก็บไว้เอง เด็กๆ ต่างเลียน้ำผึ้งจากนิ้วไปพลาง กินปลาย่างไปพลาง พวกเขายิ้มจนตาหยี
“ผมจะเอากลับไปให้แม่ที่บ้าน!” “ของผมจะเอาไปให้คุณย่า!”
“ผมจะให้น้องสาว!” ถึงจะซนแค่ไหน แต่พอได้ของอร่อย เด็กๆ ก็ยังนึกถึงคนในบ้านก่อนเสมอ
เหอตันมองคนอื่นเงียบๆ มือเล็กๆ ยังถือรังผึ้งไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความลังเล
ซ่งเว่ยลูบหัวเขาเบาๆ “ถ้ากินไม่หมด เอามาฝากพี่ไว้ก่อนก็ได้นะ อยากกินเมื่อไหร่ค่อยมาหาพี่”
จากนั้นเธอก็ยื่นหมั่นโถวธัญพืชให้เขาอีกก้อน “เอานี่กินให้อิ่มก่อนเถอะ”
ดวงตาของเหอตันสว่างขึ้นทันที “ขอบคุณครับ พี่ซ่ง” หลังจากกินอิ่ม เด็กๆ ก็เริ่มสนิทกับเหอตันมากขึ้น
ไม่มีใครเรียกเขาว่าตัวซวยอีกแล้ว ส่วนซ่งเว่ย… ก็กลายเป็นหัวหน้ากลุ่มของเด็กแสบทั้งกองพลไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
เด็กๆ พาเธอเดินไปหาเห็ดและบอกตำแหน่งผลไม้ป่าที่ตัวเองรู้จักอย่างกระตือรือร้น
“พี่ซ่ง ผมรู้จักรที่ที่มีองุ่นป่าด้วยนะ แต่มันลึกมาก พ่อแม่ไม่ให้เข้าไป” ซ่งเว่ยเริ่มสนใจขึ้นมาทันที
“งั้นไว้วันหลังพี่พาไปหน่อยนะ” “จริงนะ!” “จริงสิ”
เด็กๆ ดีใจกันใหญ่ เพราะในความคิดของพวกเขา ซ่งเว่ยเก่งกว่าพ่อของตัวเองเสียอีก ถ้ามีเธออยู่ ยังจะต้องกลัวอะไรอีก?
พอเก็บเห็ดได้เต็มตะกร้า ซ่งเว่ยก็แบกฟืนขึ้นหลัง มือหนึ่งถือปลา อีกมือช่วยเด็กๆ ประคองของ ก่อนพากันเดินลงเขา
ระหว่างทาง พวกเขาเจอกลุ่มป้าๆ ที่เพิ่งเลิกงานและขึ้นเขามาหาเห็ดเหมือนกัน เด็กๆ รีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที
“แม่! ดูสิ พี่ซ่งให้ปลาเราด้วยนะ!” “แล้วก็มีน้ำผึ้งอีก!”
เด็กคนหนึ่งรีบเปิดใบไม้ที่ห่อรังผึ้งออก เผยให้เห็นน้ำผึ้งสีทองอร่ามจนผู้ใหญ่หลายคนตาโต
ของหวานแบบนี้ พวกเขาแทบไม่ได้กินมันมานานแล้ว แต่ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไร หลิวกุ้ยเฟินก็เดินเข้ามา จ้องตะกร้าของซ่งเว่ยตาเป็นมัน “เห็ดในตะกร้ามีเยอะขนาดนี้เลยเหรอยังแถมยังมีปลาตัวใหญ่อีกตั้งสองตัวด่วย ของพวกนี้เป็นของส่วนรวมไม่ใช่เหรอ
แล้วซ่งเว่ยจะเอากลับไปกินเองได้ยังไง เธอพูดเสียงดัง จงใจหาเรื่องเต็มที่
ตั้งแต่แม่สามีกลับบ้านไปฟ้องเรื่องที่โดนซ่งเว่ยเล่นงานในที่ทำงาน หลิวกุ้ยเฟินก็โดนสามีด่า แถมยังโดนตบอีกสองที
ความแค้นทั้งหมดเลยตกมาที่ซ่งเว่ย โดยเฉพาะตอนเห็นปลาสองตัวนั้น เธอก็ยิ่งอิจฉาจนตาแดง
ซ่งเว่ยปัดมือที่กำลังจะมาคว้าปลาออกทันที “ถ้างั้น ต่อไปใครขึ้นเขาเก็บเห็ด จับปลาได้ ก็ต้องเอาไปแบ่งส่วนรวมหมดเลยใช่ไหม?”
ป้าๆ คนอื่นรีบค้านทันที “ใครจะทำแบบนั้นกัน!” “ถ้าต้องส่งของทั้งหมดให้ส่วนรวม งั้นก็ไม่ต้องขึ้นเขากันพอดี”
“หลิวกุ้ยเฟิน วันนี้เธอพูดแปลกๆนะ ปกติเห็นเก็บของเข้าบ้านไวที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ?”
เด็กๆ ก็รีบช่วยซ่งเว่ยทันที “แม่ พี่ซ่งจับปลาให้พวกเรากินกันจนอิ่มแล้วจริงๆ!”
“น้ำผึ้งนี่พี่ซ่งก็เป็นคนปีนไปเอามา!” เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งยื่นรังผึ้งให้แม่อย่างภูมิใจ
“หนูเอามาให้พ่อกับแม่กินด้วยนะ!” พวกผู้ใหญ่มองน้ำผึ้งสีทองในมือแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
ความรู้สึกที่มีต่อซ่งเว่ยพลันดีขึ้นอีกหลายส่วน เด็กเรียนจากเมืองคนนี้ ถึงจะปากเก่ง แต่ใจกว้างมากจริงๆ
ส่วนคนที่ไม่มีลูกมาด้วย ได้แต่มองเด็กคนอื่นด้วยความอิจฉา พร้อมบ่นในใจว่าลูกตัวเองวันๆ เอาแต่วิ่งเล่น กินเก่ง แต่ไม่เคยหาของอร่อยกลับบ้านได้แบบนี้เลย!