เสียงด่าทอและเสียงตะโกนของคนตระกูลหลิน กลายเป็นเหมือนนาฬิกาชีวิตของเหอตันไปแล้ว
ต่อให้ไม่มีใครปลุก พอถึงเวลาเดิมในทุกเช้า เขาก็มักจะสะดุ้งตื่นจากฝัน เพราะเหมือนได้ยินเสียงแหลมๆ ของพวกนั้นดังอยู่ข้างหู
แต่ครั้งนี้ พอเขาลืมตาขึ้นมา ทุกอย่างกลับเงียบสงบ ไม่มีทั้งเสียงด่า ไม่มีเสียงสั่งให้ไปให้อาหารไก่เป็ดหรือให้ขึ้นเขาเก็บฟืน
รอบตัวเขาเป็นสถานที่แปลกตา ไม่ใช่โรงเก็บฟืนเย็นชื้นที่เขาคุ้นเคย
ตอนนี้บนตัวของเขามีผ้าห่มอุ่นๆ คลุมอยู่ และมีกลิ่นแดดอ่อนๆ ติดอยู่จางๆ
เหอตันนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งกำลังคิดว่าตัวเองขึ้นสวรรค์มาแล้วงั้นหรือ?
พอลุกจากเตียง เขาก็เห็นคราบโคลนและรอยสกปรกที่ตัวเองทิ้งไว้บนผ้าห่ม เขาตกใจทันที
ในตอนนั้นเองซ่งเหว่ยก็ลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจและพูดว่า “นี่ทำไมเธอตื่นเช้าขนาดนี้ล่ะ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาไปทำงานเลยนะ”
เธอเป็นคนหลับง่าย แต่ก็ไวต่อเสียงมาก โดยเฉพาะเวลามีคนอยู่ในห้องเดียวกัน
ทันทีที่เห็นเธอ เหอตันก็รีบเรียกเสียงใสทันที “พี่ซ่ง!”
แต่ไม่นาน ใบหน้าเล็กๆ ก็แดงก่ำ เขากอดผ้าห่มไว้แน่น ดวงตาแดงเหมือนจะร้องไห้
“ขอโทษนะพี่ซ่ง… ผมทำผ้าห่มพี่สกปรกแล้ว”
ผ้าห่มสวยขนาดนี้ ถ้าพี่ซ่งโกรธขึ้นมาจะทำยังไง เขากลัวจริงๆ
แต่ซ่งเหว่ยกลับไม่ใส่ใจเรื่องผ้าห่มเลย “อะไรเรื่องแค่นี้เอง สกปรกก็ซักสิไม่เห็นจะยาก”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืน เพราะในเมื่อถูกปลุกให้ตื่นแล้ว เธอก็ไม่มีความคิดจะนอนต่ออีก
“ไป เราไปต้มน้ำอาบน้ำกันดีกว่า” จริงๆ เธออยากจับเจ้าตัวเล็กนี่อาบน้ำตั้งนานแล้ว
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่สนิทกันมากพอเท่านั้นเอง
ซ่งเหว่ยหยิบสบู่แล้วพาเหอตันไปต้มน้ำที่เตาส่วนกลาง และหันมาถอดเสื้อผ้าขาดๆ สกปรกๆ ของเขา
เหอตันตกใจรีบกอดเสื้อผ้าไว้แน่น หน้าแดงหูแดงไปหมด เขายืนขาชิดเหมือนลูกไก่ตัวเล็กๆ
“พี่ซ่ง ผม… ผมอาบเองได้ครับ” ซ่งเหว่ยหัวเราะออกมาเสียงดัง เสียงหัวเราะของเธอฟังแล้วสดชื่นอย่างประหลาด
แสงแดดยามเช้าสาดลงบนตัวหญิงสาวที่พับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนขาวเนียน ยิ่งทำให้ดูสวยโดดเด่นมีออร่าสว่างสดใส
หลัวเย่เฉิงที่เพิ่งเดินออกมาพอดีเห็นเข้าถึงกับตาค้างไปชั่วขณะ ในวินาทีนั้น เขาถึงขั้นรู้สึกเสียดายที่เขาเลือกเจียงเสี่ยวว่าน
แต่ความคิดนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ซ่งเหว่ยหันมาเห็นเขาเข้าพอดี เธอกลอกตาใส่เขาทำท่าทางรำคาญและรังเกียดเขาสุดขีด
หลัวเย่เฉิงหน้าเขียวทันที “นี่ฉันคิดอะไรอยู่ เสียดายงั้นเหรอไร้สาระ คนที่แต่งงานกับผู้หญิงแบบซ่งเหว่ยนั่นต่างหากที่ซวย!”
“มายืนมองอะไร แกะกะสายตาเสียจริง แล้วเมื่อไหร่จะคืนเงินมาสักทีล่ะ?”
ซ่งเหว่ยนั่งสระผมให้เหอตันไป ด่าเขาไปด้วย
หากนายหน้าด้านไม่ยอมคืน ฉันจะบุกไปทวงถึงบ้านตะกูลเจียงเลยก็ได้นะ ฉันไม่อายใครหรอก
หลัวเย่เฉิงกัดฟัน “ซ่งเหว่ย เธอนี่มันไม่มีเหตุผลจริงๆ!”
“อ้อ” เธอตอบเรียบๆ ก่อนพูดต่อ “ตอนขอเงินจากฉันไม่เห็นพูดแบบนี้เลย แต่พอฉันขอเงินคืนทำเป็นเหมือนฉันจะเอาชีวิตนายอย่างงั้นแหละ ที่คนเขาว่าความจนไม่ได้น่ากลัว แต่นายนี่ทั้งจนทั้งใจแคบเลยนะ”
เหอตันแม้จะนั่งนิ่งให้สระผม แต่ดวงตากลับจ้องหลัวเย่เฉิงเขม็ง คนที่รังแกพี่ซ่ง คือคนเลวทั้งหมด!
สุดท้ายหลัวเย่เฉิงก็เถียงไม่ชนะ ได้แต่เดินหนีไป
หลังสระผมและอาบน้ำเสร็จ ก็ถึงเวลาถอดเสื้อผ้า
เหอตันถอดออกอย่าง เก้ๆ กังๆ แต่ทันทีที่ซ่งเหว่ยเห็นร่างกายของเขา สีหน้าเธอก็เย็นลงทันที
ตามเนื้อตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ บางรอยเป็นรอยเฆี่ยนตีเก่า บางรอยเพิ่งเกิดใหม่ มีทั้งแผลแตกและรอยช้ำม่วงเขียวซ้อนกันไปหมด เห็นได้ชัดว่าเขาโดนตีเป็นประจำ
ซ่งเหว่ยสูดลมหายใจลึกๆ แม้จะยังไม่เคยเจอคนตระกูลหลินด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เธอรังเกียจพวกนั้นจนแทบทนไม่ได้
“ยังเจ็บอยู่ไหม?” เธอถามเบาๆ เหอตันส่ายหน้า ก่อนจะพยักหน้าอีกที
“ตอนโดนตีก็เจ็บครับ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเจ็บแล้ว” “แล้วรอยอื่นล่ะ?” ซ่งเหว่ยชี้ไปที่รอยช้ำอีกหลายแห่ง
“ลูกพี่ลูกน้องเตะผมครับ” คำตอบเบาๆ นั้นทำให้หัวใจของเธอหนักอึ้งขึ้นมาทันที
เธอค่อยๆ อาบน้ำให้เขา เช็ดแผลอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม พอใกล้ถึงเวลาไปทำงาน พวกเยาวชนในที่พักก็เริ่มทยอยตื่น
หลายคนมองมาทางซ่งเหว่ยกับเหอตันด้วยความแปลกใจ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ เพราะชื่อเสียงเรื่องต่อยตีของเธอยังติดตาทุกคนอยู่ สุดท้ายมีเพียงหลี่จวนเท่านั้นที่เดินเข้ามาถาม
“นี่เด็กจากหมู่บ้านเหรอ? มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ?” เหอตันรีบหลบหลังซ่งเหว่ย มือเล็กกำเสื้อเธอแน่น ไม่กล้าพูดอะไร
“ฉันเก็บมา” ซ่งเหว่ยตอบสั้นๆ พลางอาบน้ำให้เขาต่อ หลังอาบเสร็จ เด็กน้อยดูสะอาดขึ้นมาก แต่ผิวยังคล้ำเหมือนเดิม ก็แน่ล่ะ วิ่งตากแดดบนภูเขาทุกวันนี่
หลี่จวนเบิกตาโต “เก็บมางั้นเหรอ? แล้วครอบครัวเขาไม่มาตามหาเหรอ?”
แต่พอเห็นบาดแผลที่มีอยู่ทั่วตัวของเหอตัน สีหน้าก็เปลี่ยนทันที “โห… ทำไมมีแผลเยอะขนาดนี้ล่ะ?”
“ญาติใจร้ายทำมา” ซ่งเหว่ยตอบสั้นๆ เพราะเรื่องมันยาวเกินจะอธิบายตอนนี้
หลี่จวนทั้งสงสารทั้งโมโห ซ่งเหว่ยจึงพูดต่อ “ช่วยทำอาหารเช้าให้หน่อยได้ไหม ฉันจะใช้เสบียงตัวเอง”
เธอเหลือบมองหลี่จวน “วันหลังฉันจะหาไก่ฟ้าหรือกระต่ายจากบนเขามาให้”
ดวงตาหลี่จวนเป็นประกายทันที “ได้สิ! เรื่องเล็กน้อยเอง!”
แค่ช่วยทำอาหาร แล้วยังมีโอกาสได้กินเนื้ออีก ใครจะไม่เอาบ้างล่ะ แถมเหอตันก็น่าสงสารเสียจริงๆ
หลี่จวนรีบไปเตรียมอาหารให้ทันที พร้อมหยิบมะเขือเทศลูกเล็กออกมาให้เหอตันอีกสองสามลูก
ส่วนซ่งเหว่ยก็โยนเสื้อผ้าเก่าของเหอตันทิ้งไป เด็กน้อยยืนเท้าเปล่าอยู่บนเตียงอุ่นของเธอ ยิ้มโง่ๆ ให้ขณะเธอค้นหาเสื้อผ้าให้เขา
พี่ซ่งใจดีจริงๆ เขาอยากอยู่กับเธอตลอดไป ความคิดนี้ไม่เคยหายไปจากใจเขาเลย มีแต่จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้าย ซ่งเหว่ยก็หาเสื้อผ้าสีเรียบเก่าๆ ตัวหนึ่งมาให้เหอตันใส่