“นี่มันเรื่องในบ้านฉัน ฉันจะตีหลานตัวเอง แล้วแกมายุ่งอะไรด้วย?!”
ซ่งเว่ยตอบเรียบๆ “เขาเป็นหลานคุณก็จริง แต่ถ้าคุณตีเขาจนทำงานไม่ได้ ครอบครัวคุณก็ต้องชดใช้ค่านาฬิกา 130 หยวนพร้อมคูปองนาฬิกามาด้วยนะ คุณจะเลือกแบบไหนดีล่ะคะ?”
คุณยายหลินโมโหจัด “130 หยวนงั้นเหรอ?! ทำแกไมไม่ปล้นกันไปเลยล่ะ! ไอ้เด็กอกตัญญูนั่นมันมีค่าขนาดนั้นเลยหรือไง!”
“กินบ้านฉัน อยู่บ้านฉัน ให้ทำงานนิดหน่อยก็สร้างปัญหา เหมือนแม่มันไม่มีผิด ไอ้ตัวซวย!
ตอนนั้นฉันน่าจะปล่อยให้จมน้ำตายไปซะ!”
คำพูดหยาบคายทำเอาคนรอบข้างเริ่มทนฟังไม่ไหว และในจังหวะนั้นเอง หัวหน้าหน่วยก็มาถึงพอดี
เขาขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า “คุณยายหลิน คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง? ยังไงเหอตันก็เป็นหลานของคุณนะ
เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวยังมีความผูกพัน แล้วนี่คุณคิดจะทำอะไรเด็กกันแน่?”
น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธจริงๆ แต่คุณยายหลินกลับไม่ทันสังเกต เธอรีบชี้หน้าซ่งเว่ยทันที
“หัวหน้าหน่วย คุณต้องช่วยครอบครัวฉันนะ! นังซ่งเว่ยคนนี้มันตัวปัญหาชัดๆ มันเอานาฬิกาพังๆ มาบังคับให้เหอตันทำงานใช้หนี้ แถมเมื่อวานนี้มันยังทำร้ายหลานชายฉันอีก!”
เธอดึงเติ้งชุนฮวาเข้ามาโชว์ข้างหน้า “ดูสิ! ดูหน้าลูกสะใภ้ฉันสิมันบวมหมดแล้ว!
เด็กมีการศึกษาคนนี้โหดเหี้ยมจะตาย ภายนอกดูบอบบาง แต่จริงๆ แล้วร้ายลึก คนแบบนี้อยู่ในหน่วยเราต่อไปไม่ได้แล้ว!”
ยังไม่ทันที่หัวหน้าหน่วยจะพูด ภรรยาของเขา อู๋ซิงฮวา ก็เอามือเท้าสะเอวแล้วสวนกลับทันที
“นี่คุณยายหลิน คุณจะตะโกนทำไม? การส่งเสียงดังไม่ได้แปลว่าถูกหรอกนะ!”
เธอผลักมือของอีกฝ่ายที่กำลังเกาะแขนสามีเธอออกอย่างแรง “พูดก็คือพูดอย่างเดียวสิ จะมาจับมือสามีฉันทำไม!”
ชาวบ้านหลายคนหัวเราะออกมาเบาๆ “ระวังหน่อยนะซิงฮวา บางคนอายุเยอะแล้วก็จริง แต่จิตใจยังสาวอยู่เลย”
เสียงแซวดังมาจากฝูงชนทันที ตระกูลหลินเป็นที่เอือมระอาของคนในหมู่บ้านมานาน หลายคนเลยถือโอกาสซ้ำเติม
หัวหน้าหน่วยเริ่มปวดหัวขึ้นมาอีก “ทุกคนเงียบ! ถ้าใครยังส่งเสียงอีก วันนี้ฉันจะหักคะแนนงาน!”
ประโยคเดียวทำเอาทุกคนเงียบทันที เพราะคะแนนงานหมายถึงอาหารของทั้งครอบครัว
เขาหันมาทางซ่งเว่ย “ซ่งเว่ยเล่าเรื่องทั้งหมดมาสิ” ซ่งเว่ยพยักหน้า แล้วเริ่มเล่าตั้งแต่เรื่องที่ครอบครัวหลินใส่ร้ายว่าเธอมีความสัมพันธ์กับหลินโย่วฟู่ ไปจนถึงเรื่องนาฬิกา หัวหน้าหน่วยฟังไปก็เหลือบมองนาฬิกาในมือเธอไป
ในใจแทบพูดไม่ออก นี่มันนาฬิกานะ… ของราคาเกินร้อยหยวน! ยัยเด็กนี่เล่นใหญ่จริงๆ
คุณยายหลินรีบโต้กลับทีนที “ใส่ร้ายอะไรกัน! หลานชายฉันพูดเองว่าเธอชอบเขา! นี่นับว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่หลานฉันสนใจผู้หญิงแบบเธอ!” “หุบปากเดี๋ยวนี้!” หัวหน้าหน่วยตวาดกลับทันที และเขาก็เรียกคนจดคะแนนงานเข้ามา
“หักคะแนนงานครอบครัวหลินสามคะแนน” ทุกคนชะงักทันที
คุณยายหลินถึงกับตาเบิกกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ เธอกำลังจะโวยวายต่อ แต่หัวหน้าหน่วยพูดดักไว้ก่อน
“ถ้ายังไม่หยุด จะหักเพิ่มอีก” คราวนี้ทั้งบ้านเงียบกริบ หัวหน้าหน่วยเลยพูดต่อ
“พวกคุณมีหลักฐานไหมว่าซ่งเว่ยกับหลินโย่วฟู่มีชอบกันจริงๆ แล้วมีใครเคยเห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันหรือเปล่า?”
คุณยายหลินยังคงดื้อ “ก็หลานฉันเป็นคนพูดเอง!”
“แล้วคุณจะเชื่อทุกอย่างที่เขาพูดงั้นเหรอ?” หัวหน้าหน่วยสีหน้าเข้มขึ้น
“เรื่องนี้มันเกี่ยวกับชื่อเสียงของผู้หญิง ถ้าซ่งเว่ยไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท แล้วตำรวจมาสอบสวน หลินโย่วฟู่จะเดือดร้อนทันที!” พอได้ยินคำว่า “ตำรวจ” เติ้งชุนฮวาก็หน้าซีดเผือด คนยุคนี้ผู้คนกลัวตำรวจเข้ากระดูก
ซ่งเว่ยยืนกอด อก ยิ้มบางๆ “งั้นลองดูก็ได้ค่ะ ว่าฉันกล้าหรือเปล่า”
“คนอย่างหลินโย่วฟู่ แค่โดนตำรวจถามไม่กี่คำก็คงสารภาพหมดแล้ว”
เติ้งชุนฮวารีบร้องห้าม “เธอเรียกตำรวจไม่ได้นะ!”
ซ่งเว่ยหัวเราะเบาๆ “ฉันแค่ล้อเล่นน่ะค่ะ ทำเป็นตกใจไปได้”
ตระกูลหลินแทบกระอักเลือด จะเถียงก็เถียงไม่ชนะ จะลงมือก็สู้ไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอคนที่รับมือยากขนาดนี้ ซ่งเว่ยมองพวกเขาอย่างเย็นชา
“แล้วหลินโย่วฟู่เกี่ยวอะไรกับฉัน?” แม้ใบหน้าจะยิ้ม แต่สายตากลับเย็นจัดจนทำเอาคนมองเย็นวาบทั้งตัว
คุณยายหลินรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “ใครจะไปสนใจแกล่ะ! หลานชายฉันเหมือนมังกรในหมู่ผู้คนต่างหาก
ส่วนแกทั้งอ่อนแอ ทั้งดูไม่มีวาสนาเลยสักนิด!” ชาวบ้านรอบข้างพากันมองบนทันที
“เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าหลานตัวเองจีบเขาอยู่ พอตอนนี้กลับมาพูดอีกอย่างไร้ยางอายจริงๆ”
หัวหน้าหน่วยถอนหายใจ ก่อนสรุป
“ในเมื่อเหอตันทำนาฬิกาของซ่งเว่ยพัง ถ้าครอบครัวหลินไม่ยอมชดใช้ 130 หยวน ก็ให้เหอตันไปช่วยงานซ่งเว่ยเพื่อใช้หนี้แทน”
“ซ่งเว่ยใจกว้างมากแล้ว ที่ไม่ได้เอาเรื่องพวกคุณด้วยเลยซ้ำ”
คุณยายหลินแค่นหัวเราะ “ได้! งั้นต่อจากนี้ไปครอบครัวของฉันจะไม่รับผิดชอบเรื่องกินอยู่ของเหอตันอีกต่อไป!”
หัวหน้าหน่วยโต้กลับทันที “คุณเคยดูแลเขาดีตอนไหนกัน?”
“เงินที่หลินเจิ้นส่งกลับมาทุกเดือน เขาส่งมาก็เพื่อเลี้ยงน้องชายเขา แล้วเงินพวกนั้นถึงเหอตันจริงหรือเปล่า?”
สีหน้าคุณยายหลินกระตุกวูบหนึ่ง ก่อนรีบเถียงกลับ
“แล้วหลายปีมานี้ฉันเลี้ยงเขาฟรีหรือไง? อาหาร เสื้อผ้า มันไม่ต้องใช้เงินเหรอ? อีกอย่าง หลินเจิ้นก็เป็นหลานฉัน เงินนั้นก็ต้องมีส่วนของฉันกับปู่ของเขาด้วยสิ!” หัวหน้าหน่วยถึงกับพูดไม่ออก คนแบบนี้… ไร้ยางอายจริงๆ