บทที่ 109: ออกเที่ยว
เซี่ยเจี้ยนกั๋วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ยอมรับในความคิดของน้องชายคนรองอย่างเซี่ยเป่ากั๋วอย่างหมดใจ เพราะอีกฝ่ายเป็นคนมีความรู้และประสบความสำเร็จมากกว่า เขาเริ่มตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาตนเองตามใจจ้าวเสี่ยวหลานมากเกินไป จนทำให้ภรรยาและทางบ้านเดิมของเธออบรมสั่งสอนลูกทั้งสองคนออกมาจนเสียนิสัย ไม่เป็นโล้เป็นพายแบบนี้
เมื่อความคิดแล่นไปถึงเซี่ยเฟย ลูกสาวคนโตที่ต้องระหกระเหินไปเป็นยุวชนในชนบทโดยไม่มีข่าวคราวส่งกลับมาเลย เซี่ยเจี้ยนกั๋วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงด้วยความรู้สึกผิดที่เกาะกุมจิตใจ
คืนนั้น ครอบครัวของเซี่ยเจี้ยนกั๋วและเซี่ยเป่ากั๋วต้องนอนเบียดเสียดกันในบ้านหลังเก่า ส่วนจ้าวเสี่ยวหลานพาลูกรักทั้งสองอย่างเซี่ยเฉียงและเซี่ยเยี่ยนกลับไปค้างคืนที่บ้านแม่ของเธอ ไม่ได้กลับมานอนที่นี่ ซึ่งก็ชัดเจนว่าคงตั้งใจจะค้างอ้างแรมที่นั่น
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยเสี่ยวตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือแม่เฒ่าเซี่ยตื่นเช้ากว่าเธอเสียอีก
"ย่าคะ ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะ" เซี่ยเสี่ยวเอ่ยทักด้วยความแปลกใจ ตอนนี้เพิ่งจะตีห้าเท่านั้น สำหรับเธอที่เคยชินกับการตื่นตีสี่เพื่อไปทำงานในทีมการผลิต การตื่นเวลานี้จึงเป็นเรื่องปกติ
"คนแก่ก็นอนน้อยแบบนี้แหละ ชินเสียแล้ว" แม่เฒ่าเซี่ยตอบพร้อมกับหันมาถามหลานสาว "แล้วเสี่ยวเสี่ยวล่ะ ทำไมตื่นเช้านัก"
"ทีมการผลิตเริ่มงานเวลานี้ตลอดค่ะ หนูเลยชินที่จะตื่นเวลานี้ไปแล้ว" เซี่ยเสี่ยวตอบพร้อมรอยยิ้มบาง เธอสังเกตเห็นแววตาอิดโรยของปู่และย่า ดูท่าเมื่อคืนทั้งสองคงแทบไม่ได้ข่มตานอน เพราะเรื่องราววุ่นวายของบ้านลุงใหญ่เป็นแน่
เช้าวันนี้ เซี่ยเสี่ยวจึงใช้เวลาขลุกอยู่กับแม่เฒ่าเซี่ย ช่วยกันรดน้ำพรวนดิน ถอนหญ้าในแปลงผัก และเข้าครัวไปช่วยทำอาหารเช้าอย่างขะมักเขม้น
กระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงเจ็ดโมงเช้า สมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านก็เริ่มทยอยตื่นกันขึ้นมา แม่เฒ่าเซี่ยจึงร้องบอกทุกคน
"รีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาทานข้าวกันเถอะ มื้อนี้เสี่ยวเสี่ยวตื่นมาทำให้กินแต่เช้า เดี๋ยวเย็นชืดหมดจะไม่อร่อย"
"เสี่ยวเสี่ยวเก่งจริงๆ" เซี่ยเจี้ยนกั๋วเอ่ยปากชมหลานสาว แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของลูก ๆ ตัวเองก็ซ้อนทับขึ้นมาในความคิด ทำให้ความละอายใจแล่นขึ้นมาจนหน้าชา
ลูก ๆ ของเซี่ยเจี้ยนกั๋วอย่างเซี่ยเฉียงและเซี่ยเยี่ยนนั้นหน้าตาถอดแบบมาจากทางบ้านจ้าวราวกับพิมพ์เดียวกัน ทำให้ทางบ้านเดิมของภรรยารักใคร่เอ็นดูหลานสองคนนี้มาก คอยประคบประหงมตามใจมาตั้งแต่เล็กจนโต
ส่วนเซี่ยเฟยนั้นเป็นเด็กเงียบ ๆ รักการเรียน และมักจะคอยมาช่วยงานแม่เฒ่าเซี่ยอยู่เสมอ แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเจี้ยนกั๋วหูเบาเชื่อคำยุยงของจ้าวเสี่ยวหลานและบ้านเดิมของเธอ จึงตัดสินใจส่งเซี่ยเฟยไปชนบท ปล่อยให้งานการในบ้านตกเป็นภาระของคนแก่ทั้งสอง
ในขณะที่จ้าวเสี่ยวหลานและลูกรักทั้งสองมักจะหาเรื่องหนีไปขลุกอยู่ที่บ้านแม่ยาย กลับมาทีไรก็ไม่เคยหยิบจับช่วยงาน เอาแต่นั่งรอทานข้าว เสื้อผ้าใส่แล้วก็กองทิ้งไว้เป็นภูเขาเลากา จนแม่เฒ่าเซี่ยทนดูความสกปรกไม่ไหว ต้องหอบไปซักให้เพราะไม่อยากอยู่เฉย ๆ
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเจี้ยนกั๋วก็ยิ่งรู้สึกละอายใจจนแทบไม่กล้าสู้หน้าใคร
"พี่เสี่ยวเสี่ยว พี่ขยันขนาดนี้ เดี๋ยวแม่ฉันก็บ่นว่าฉันขี้เกียจแย่เลย" เซี่ยเว่ยเดินหาวหวอด ๆ ออกมาพร้อมกับบ่นกระปอดกระแปด
"พี่แค่ชินกับการตื่นเช้าน่ะ" เซี่ยเสี่ยวตอบเรียบ ๆ เธอไม่ได้ต้องการจะทำตัวเด่นเพื่อเอาหน้า เพียงแต่รู้ดีว่าตัวเองคงอยู่บ้านได้ไม่นาน อีกตั้งสิบกว่าปีกว่าจะได้กลับเข้าเมืองถาวร นาน ๆ ทีได้กลับมาเยี่ยมบ้าน การได้ทำอะไรเพื่อครอบครัวบ้างก็ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ
วันนี้เป็นวันตรุษจีน จ้าวเสี่ยวหลานพร้อมด้วยเซี่ยเฉียงและเซี่ยเยี่ยนยังคงไม่โผล่หน้ากลับมา เด็ก ๆ ในบ้านอย่างเซี่ยเสี่ยวและลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ๆ ได้รับอั่งเปาคนละสามเฟิน หนึ่งเฟินจากแม่เฒ่าเซี่ย หนึ่งเฟินจากหวังจิ้นอิง และอีกหนึ่งเฟินจากหลี่เหวินจวน
เซี่ยเจี้ยนกั๋วอยากจะให้เงินลูกหลานบ้าง แต่เงินทองทุกบาททุกสตางค์ในบ้านถูกจ้าวเสี่ยวหลานยึดไปเก็บไว้หมด เขาไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว ขนาดบุหรี่มวนที่สูบอยู่นี้ ก็ยังต้องอาศัยขอจากเซี่ยเป่ากั๋ว
"พี่เสี่ยวเสี่ยว เราออกไปเดินเล่นกันเถอะ" เซี่ยเว่ยเข้ามาคล้องแขนเซี่ยเสี่ยวอย่างสนิทสนม ก่อนจะหันไปชวนพี่น้องคนอื่น "พี่ชุนหรง เสี่ยวคัง ไปด้วยกันไหม"
"ฉันไปด้วย" เซี่ยจิ้งรีบยกมือขอแจม
เซี่ยหงกับเซี่ยหลินเองก็ส่งเสียงอยากไปด้วย เซี่ยชุนหรงและเซี่ยคังจึงพยักหน้าตกลง "ไปสิ ออกไปเดินเล่นข้างนอกกันดีกว่า"
อยู่กับพวกผู้ใหญ่ไปก็น่าเบื่อ พอขบวนเด็ก ๆ ก้าวเท้าพ้นประตูบ้าน เจ้าหนูเซี่ยหัวก็ร้องไห้จ้าวิ่งตามออกมาทันที
"แง้... จะไปด้วย!"
"พาแกไปด้วยเถอะ ไม่งั้นคงร้องไม่หยุดแน่" หลี่เหวินจวนตะโกนบอกไล่หลังมา
เซี่ยเว่ยทำปากยื่น "พาเด็กไปด้วยเล่นไม่สนุกเลยอะ"
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันอุ้มเอง" เซี่ยคังอาสาอย่างเป็นงาน ก่อนจะเดินไปอุ้มเซี่ยหัวขึ้นแนบอก
สรุปแล้วขบวนก๊วนลูกหลานตระกูลเซี่ยทั้งแปดคนก็ออกเดินเท้าออกจากบ้าน ทุกคนพกเงินอั่งเปาติดตัวมาด้วย จุดมุ่งหมายของการออกมาครั้งนี้มีแค่สองอย่าง คือเที่ยวเล่นและหาของกิน
"เราจะไปไหนกันก่อนดี" เซี่ยเสี่ยวเอ่ยถามความเห็น
เซี่ยเว่ยเสนอขึ้นทันที "ไปกินทังเปากับไป่เย่กันก่อน แล้วก็โหยวเมี่ยนจินด้วย ฉันรู้จักร้าหนึ่งอร่อยมาก"
"ฉันอยากกินเซิงเจียนหมั่นโถว หนานเซียงเสี่ยวหลงเปา แล้วก็ซานเซียนเสี่ยวหุนตุน" เซี่ยจิ้งรีบร่ายรายการของกินที่อยากลิ้มลองออกมาเป็นชุด
"ฉันอยากกินโหยวโต้วฟุเซี่ยนเฝิ่นทาง กับไคหยางชงโหยวปั้นเมี่ยน"
"ส่วนฉันอยากกินไห่ถังเกา เซี่ยเข๋อหวง ไผกู่เหนียนเกา เถียวโถวเกา แล้วก็ปั่วเหอเกา"
"โจ๊กไก่เสี่ยวเส้าซิง กับเฉ่าเถียนหลัวด้วย!"
เมื่อได้ยินทุกคนแข่งกันตะโกนชื่อของกินขึ้นชื่อประจำเมือง S ออกมาไม่หยุด เซี่ยเสี่ยวก็ได้แต่ยืนอึ้ง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
"เดี๋ยวนะ พวกเธอกินกันไหวเหรอ แล้วเงินอั่งเปาแค่ไม่กี่เฟินที่มีเนี่ย จะพอจ่ายเหรอ"
"ก็แค่ชิม ๆ ไงพี่ เราซื้อมาแค่อย่างละชิ้น แล้วแบ่งกันกัดคนละคำเล็ก ๆ ก็ได้" เซี่ยจิ้งเสนอไอเดีย
เซี่ยเว่ยพยักหน้าหงึกหงัก เห็นดีเห็นงามด้วยทันที
เซี่ยเสี่ยวถึงกับไปต่อไม่ถูก จริง ๆ แล้วเธอมีเงินมากพอที่จะเลี้ยงทุกคนได้สบาย แต่การจะมาทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มต่อหน้าเซี่ยเว่ยและเซี่ยคังในตอนนี้ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ สุดท้ายเธอจึงทำได้เพียงควักเงินอั่งเปาสามเฟินของตัวเองออกมาสมทบทุน เพื่อร่วมชิมของอร่อยกับพี่ ๆ น้อง ๆ
และแล้ว พี่น้องตระกูลเซี่ยก็พากันตะลุยถนนสายของกิน ไล่ชิมอาหารไปตลอดทาง แม้แต่เจ้าหนูเซี่ยหัวก็ยังได้กินจนพุงกาง อิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า
แน่นอนว่าเซี่ยเสี่ยวแอบควักเงินส่วนตัวจ่ายเพิ่มไปบ้างนิดหน่อย เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะได้กินกันอย่างมีความสุข
"เสี่ยวเสี่ยว ไปข้างหน้าสิ ไปเดินดูแถวนั้นหน่อย" จู่ ๆ เสียงของเจ้าก้อนหินก็ดังขึ้นในหัว ปกติแล้วมันจะไม่ค่อยพูดพร่ำทำเพลงเท่าไหร่ แต่น้ำเสียงในครั้งนี้กลับฟังดูเร่งร้อนชอบกล
"มีอะไรเหรอ" เซี่ยเสี่ยวกระซิบถามเบา ๆ
"เอาน่า ไปเถอะ รับรองว่าไปแล้วดีแน่" เจ้าก้อนหินยืนยัน
เซี่ยเสี่ยวจึงเดินนำทุกคนมุ่งหน้าไปตามทางที่เจ้าก้อนหินบอก เซี่ยชุนหรงทักขึ้นมาว่า "เสี่ยวเสี่ยว ทางนั้นมันถนนค้าของเก่านะ เราไม่จำเป็นต้องไปหรอกมั้ง"
ถนนค้าของเก่า เป็นแหล่งรวมของที่คนมาวางขายเพื่อให้นักเสี่ยงโชคมาตาดีได้ตาร้ายเสีย บางครั้งอาจได้ของดีราคาถูก แต่ส่วนใหญ่มักจะเสียเงินฟรีได้ของย้อมแมว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดวงและสายตาอันเฉียบคมล้วน ๆ
แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่มีเงินนี่สิ อย่าว่าแต่จะไปขุดสมบัติเลย แค่ของที่ถูกที่สุดในนั้นพวกเขาก็ยังไม่มีปัญญาซื้อ
"ไม่เป็นไรหรอกพี่ แค่ไปดูเฉย ๆ เขาไม่ได้เก็บเงินค่าดูสักหน่อย ถือว่าไปเปิดหูเปิดตาไง พี่เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้กลับมานาน เดี๋ยวจะลืมบรรยากาศในเมืองหมด" เซี่ยเว่ยทำท่าทางตื่นเต้น อยากรู้อยากเห็นเต็มแก่
"งั้นพวกเธอกลับไปก่อนไหม เดี๋ยวพี่ไปดูคนเดียว" พอรู้ว่าเป็นถนนค้าของเก่า เซี่ยเสี่ยวหันไปมองขบวนเด็ก ๆ ที่ยาวเป็นหางว่าวข้างหลัง นอกจากพี่ชายคนโตอย่างเซี่ยชุนหรงแล้ว ที่เหลือก็เด็ก ๆ ทั้งนั้น ถ้าเธอจะไปเดินหาสมบัติแล้วต้องกระเตงเด็กโขยงนี้ไปด้วย คงไม่สะดวกแน่
เซี่ยเว่ยกับเซี่ยคังอายุเท่ากับเซี่ยจิ้ง แถมยังมีเซี่ยหง เซี่ยหลิน และเจ้าตัวเล็กเซี่ยหัวอีก ในสายตาของเซี่ยเสี่ยว พวกนี้ก็คือเด็กน้อยดี ๆ นี่เอง
"หนูจะไปดูด้วย หนูยังไม่เคยเห็นเลย" เซี่ยจิ้งรีบเข้ามากอดแขนเซี่ยเสี่ยวแน่น ทำท่าทางดื้อดึงว่ายังไงก็จะเกาะติดไปด้วยให้ได้
ช่วยไม่ได้ เซี่ยเสี่ยวจึงต้องจำยอมให้พี่ใหญ่ช่วยกันต้อนเด็ก ๆ เดินตามไปที่ถนนค้าของเก่าด้วยกัน
ในชาติที่แล้ว เซี่ยเสี่ยวไม่เคยย่างกรายมาที่นี่มาก่อน ดังนั้นพอมาถึง เธอจึงมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตาตื่นใจไม่แพ้น้อง ๆ
"เสี่ยวเสี่ยว เห็นหินก้อนที่วางอยู่บนพื้นนั่นไหม ซื้อมาซะ" เจ้าก้อนหินสั่งการ
"นั่นคือหินพลังงานเหรอ" เซี่ยเสี่ยวถามกลับในใจ
"มันเป็นเศษหิน มีพลังงานอยู่นิดหน่อย ไม่มากหรอก"
พอสิ้นเสียงเจ้าก้อนหิน เซี่ยเสี่ยวก็รีบนั่งลงตรงหน้าแผงขายของทันที แต่แทนที่เธอจะถามราคาเศษหินก้อนนั้น เธอกลับชี้ไปที่หินก้อนใหญ่ีอีกก้อนหนึ่งแล้วเอ่ยถามพ่อค้า
"น้าคะ หินก้อนนี้ราคาเท่าไหร่คะ"
"ตาถึงรึเปล่าเนี่ย นี่มันหินหยกนะหนู ดูไม่เป็นก็อย่ามาเกะกะ" เจ้าของแผงมีท่าทีหงุดหงิด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความถือตัว และมองเหยียดเซี่ยเสี่ยวอย่างเปิดเผย
[จบบท]