บทที่ 148: ตื่นตูมไปได้
ณ ที่ทำการกองพลน้อย
หลี่เชิ่งเหม่ยนั่งรอแล้วรอเล่าแต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเซี่ยเสี่ยว ด้วยความหงุดหงิดเธอจึงหันไปถามต่งเหม่ยหัวที่อยู่ใกล้ๆ ว่า
“เซี่ยเสี่ยวล่ะ ทำไมป่านนี้ยังไม่มาอีก”
ต่งเหม่ยหัวรีบตอบกลับทันที
“เธอไปบ้านหัวหน้าทีมการผลิตค่ะ”
หลี่เชิ่งเหม่ยชะงักไปครู่หนึ่ง
“เธอไปทำอะไรที่บ้านสกุลเกา”
ต่งเหม่ยหัวส่ายหน้า เธอจะไปรู้ได้อย่างไร แต่ลึกๆ แล้วในใจของต่งเหม่ยหัวก็มีความไม่พอใจหลี่เชิ่งเหม่ยอยู่บ้าง เรื่องที่มอบหมายงานให้เซี่ยเสี่ยวทำแทนที่จะเป็นเธอ เมื่อก่อนตอนเฝิงอิงอยู่ เธอยังพอทำใจยอมรับได้เพราะเฝิงอิงเรียนจบมัธยมปลายและมีฝีมือการเขียนดีกว่า
แต่พอเฝิงอิงจากไป งานนี้ควรจะตกมาถึงมือเธอไม่ใช่หรือ ทว่าหลี่เชิ่งเหม่ยกลับเลือกจะปั้นเซี่ยเสี่ยวแทน ต่งเหม่ยหัวจึงรู้สึกขัดใจมาตลอด พอรู้ว่าเซี่ยเสี่ยวไปบ้านสกุลเกา เธอจึงรีบแจ้นมารายงานทันที
“เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ ไอ้นิสัยหมาป่าตาขาวเนี่ย”
หลี่เชิ่งเหม่ยสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ เธอไม่คิดเลยว่าพอมีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปนิดหน่อย เซี่ยเสี่ยวจะถึงขั้นทิ้งงานทิ้งการประท้วงหยุดงานกันดื้อๆ แบบนี้ แต่ก็ดี เหมือนกัน เธอตั้งใจจะทำให้เซี่ยเสี่ยวเข้าหน้ากับลูกชายของเธอไม่ติดอยู่แล้ว ถ้าเซี่ยเสี่ยวไม่รู้จักรักษาน้ำใจกัน ก็อย่าหาว่าเธอใจร้ายก็แล้วกัน
ต่งเหม่ยหัวรู้ทันทีว่าหลี่เชิ่งเหม่ยกำลังด่าเซี่ยเสี่ยว เธอจึงรีบพยักหน้าสนับสนุนและเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก
“นั่นสิคะ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าหัวหน้าหลี่กับเจิ้งเซี่ยงหงไม่ถูกกัน แต่เซี่ยเสี่ยวก็ยังจงใจไปหาเจิ้งเซี่ยงหงถึงบ้าน การทำแบบนี้ชัดเจนเลยว่าไม่ได้เห็นหัวหน้าหลี่อยู่ในสายตา คนแบบนี้ยังหวังจะมาคบหากับพี่รองเฮ่อ ยังหวังจะเป็นลูกสะใภ้ของหัวหน้าหลี่อีกหรือคะ ทำตัวไม่เหมาะสมเอาเสียเลย”
“ใช่ ตอนนี้ยังขนาดนี้ ต่อไปก็คงเป็นพวกกินบนเรือนขี้รดบนหลังคาแน่ๆ”
น้ำเสียงของหลี่เชิ่งเหม่ยเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างชัดเจน
ต่งเหม่ยหัวสบโอกาสจึงรีบเสนอตัว
“หัวหน้าหลี่คะ ในเมื่อเซี่ยเสี่ยวไม่มาแล้ว งานพวกนี้จะทำยังไงดีคะ”
หลี่เชิ่งเหม่ยตวัดสายตามองต่งเหม่ยหัวแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากสั่ง
“งั้นเธอมาทำก็แล้วกัน”
ต่งเหม่ยหัวยิ้มกว้างด้วยความดีใจ รีบนั่งลงช่วยหลี่เชิ่งเหม่ยจัดการงานเอกสารทันที
ในขณะเดียวกัน ทางด้านเซี่ยเสี่ยวขลุกอยู่ที่บ้านสกุลเกาตลอดช่วงเช้า ในเมื่อไม่มีอะไรทำ เธอจึงช่วยเจิ้งเซี่ยงหงทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ และพูดคุยสัพเพเหระอย่างถูกคอ จนกระทั่งอยู่ทานมื้อเที่ยงที่บ้านสกุลเกาด้วย
กว่าเซี่ยเสี่ยวจะเดินออกมาจากบ้านสกุลเกาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายแล้ว ระหว่างทางเดินกลับ เธอเดินผ่านใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นจุดรวมพลของเหล่าแม่บ้านที่มักจะมานั่งจับกลุ่มคุยกัน เมื่อพวกหล่อนเห็นเซี่ยเสี่ยวเดินมา ก็รีบตะโกนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที
“เซี่ยเสี่ยว เธอไปทำอะไรที่บ้านสกุลเกามาน่ะ”
เซี่ยเสี่ยวยิ้มกว้างก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส
“ก็ไปคุยเล่นกับป้าเจิ้งน่ะสิคะ ช่วยป้าเจิ้งทำงานนิดหน่อย แล้วก็กินข้าวเที่ยงด้วยกัน”
ชาวบ้านคนหนึ่งรีบพูดแทรกขึ้นมา
“อ้าว ก็เธอเป็นคู่รักกับเฮ่อเสวียปิงไม่ใช่เหรอ การที่เธอไปสนิทสนมกับเจิ้งเซี่ยงหงแบบนี้ ไม่กลัวหลี่เชิ่งเหม่ยจะโกรธเอาหรือไง”
เซี่ยเสี่ยวทำหน้าประหลาดใจ ตาโตเท่าไข่ห่าน
“ฉันไปตกลงเป็นแฟนกับเฮ่อเสวียปิงตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย ทำไมตัวฉันเองถึงไม่เห็นรู้เรื่องเลย พวกป้าไปฟังมาจากไหนกัน”
พอโดนถามกลับแบบนี้ บรรดาขาเม้าท์ก็เริ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าต้นตอข่าวลือมาจากใครแน่ แต่ก็ยังมีคนแย้งขึ้นมาว่า
“ก็ไหนเขาว่ากันว่าเฮ่อเสวียปิงเขียนจดหมายมาหาเธอไม่ใช่เหรอ”
เซี่ยเสี่ยวพยักหน้ายอมรับตามตรง
“ใช่ค่ะ เขาเขียนจดหมายมาหาฉันจริง แต่การได้รับจดหมายฉบับเดียวมันไม่ได้หมายความว่าเป็นแฟนกันแล้วนี่คะ ฉันยังไม่ได้ตกลงปลงใจอะไรเลยสักนิด”
“เฮ่อเสวียปิงโปรไฟล์ดีขนาดนั้น ที่เธอไม่ยอมตกลง เป็นเพราะหลี่เชิ่งเหม่ยหรือเปล่า”
“ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ฉันยังเด็กอยู่เลย อีกอย่างที่บ้านฉันเขาก็ไม่อยากให้ฉันรีบมีแฟนเร็วขนาดนี้ด้วย ถ้าในอนาคตจะมีแฟนจริงๆ ก็ต้องให้ผู้ใหญ่ที่บ้านช่วยดูให้ก่อน ถ้าพ่อแม่ไม่เห็นด้วย ฉันก็ไม่กล้าคบซี้ซั้วหรอกค่ะ ไม่อยากทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ”
เซี่ยเสี่ยวยกเอาครอบครัวมาเป็นเกราะป้องกันตัว ก่อนจะเสริมอีกประโยคอย่างหนักแน่น
“อีกอย่าง ฉันกับป้าเจิ้งเราถูกคอกัน ความสัมพันธ์ก็ดีมากด้วย ฉันคงไม่ยอมให้เรื่องอะไรมาเปลี่ยนความสัมพันธ์ตรงนี้ได้หรอกค่ะ”
พูดจบ เซี่ยเสี่ยวก็ถอนหายใจเบาๆ
“ก็ไม่รู้นะคะว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือมั่วๆ แบบนี้ ฉันเองก็งงเหมือนกัน”
เหล่าแม่บ้านพากันหัวเราะคิกคัก จะมีใครเสียอีกถ้าไม่ใช่หลี่เชิ่งเหม่ยที่เป็นคนป่าวประกาศ
แต่ก็ยังมีคนสงสัยถามต่อ
“ถ้าเธอไม่ได้คบกับเฮ่อเสวียปิง แล้วทำไมช่วงนี้หัวหน้าหลี่ถึงได้หนีบเธอไปไหนมาไหนด้วยตลอดล่ะ”
เซี่ยเสี่ยวทำท่าครุ่นคิดตาม
“นั่นสิคะ ฉันก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน แต่ในเมื่อมีโอกาสได้เรียนรู้งานของฝ่ายสตรี ฉันก็ยินดีทำค่ะ ถือเป็นประสบการณ์”
“หรือว่าหลี่เชิ่งเหม่ยกำลังดูตัวเธออยู่ ทดสอบว่าผ่านเกณฑ์ลูกสะใภ้ไหม?”
เซี่ยเสี่ยวหลุดขำออกมา
“โอ๊ย จะมาทดสอบอะไรกันคะ คนทั้งทีมการผลิตก็รู้กันทั่วว่าฉันไม่ใช่สเปกที่หัวหน้าหลี่เขาจะถูกใจเสียหน่อย”
“แล้วทำไมบ่ายนี้เธอไม่ไปที่ที่ทำการล่ะ เมื่อกี้ฉันเห็นต่งเหม่ยหัวเข้าไปแทนแล้วนะ”
เซี่ยเสี่ยวส่ายหน้าเบาๆ
“ฉันทำงานยุ่งติดต่อกันมาหลายวันแล้วค่ะ วันนี้เลยอยากพักผ่อนบ้าง อีกอย่างไม่ได้คุยกับป้าเจิ้งแบบจริงๆ จังๆ มาหลายวัน คิดถึงแกน่ะค่ะ”
ชาวบ้านคนหนึ่งพูดโพล่งขึ้นมาด้วยความคึกคะนอง
“จะว่าไปนะ ในเมื่อเธอสนิทกับเจิ้งเซี่ยงหงขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเป็นลูกสะใภ้บ้านเจิ้งเซี่ยงหงซะเลยล่ะ สิ้นเรื่องสิ้นราว”
สิ้นเสียงคำพูดนั้น ยังไม่ทันที่เซี่ยเสี่ยวจะได้ตอบโต้ จู่ๆ ร่างของหลี่เชิ่งเหม่ยก็พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับต่งเหม่ยหัว
หลี่เชิ่งเหม่ยชี้หน้าด่ากราดเซี่ยเสี่ยวด้วยความโกรธจัด
“เก่งนักนะนังตัวดี! เซี่ยเสี่ยว ฉันกะแล้วเชียวว่าเธอเป็นพวกผู้หญิงร่าน ทั้งที่กำลังคบหาอยู่กับลูกชายฉันแท้ๆ แต่กลับทำตัวไม่รักดี เที่ยวไปอ่อยคนบ้านอื่นไปทั่ว!”
หลี่เชิ่งเหม่ยเดินมาพร้อมกับต่งเหม่ยหัว และบังเอิญได้ยินประโยคที่ชาวบ้านยุให้เซี่ยเสี่ยวไปเป็นลูกสะใภ้ของเจิ้งเซี่ยงหงเข้าพอดี ไฟโทสะจึงลุกโชนจนระงับไม่อยู่
ทุกคนในวงสนทนาต่างตกตะลึง ไม่คิดว่าหลี่เชิ่งเหม่ยจะโผล่มาถูกจังหวะขนาดนี้ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เซี่ยเสี่ยวเป็นตาเดียว
เซี่ยเสี่ยวยืดหลังตรง สีหน้าเคร่งขรึมลงทันที เธอพูดแก้ต่างด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฉันว่าหัวหน้าหลี่กำลังเข้าใจผิดนะคะ ฉันไม่ได้คบหาดูใจกับเฮ่อเสวียปิง กรุณาอย่าพูดจาเลอะเทอะค่ะ”
“เธอกล้าพูดว่าไม่ได้คบกับลูกชายฉันเหรอ จะหลอกใครกันยะ! มายั่วยวนลูกชายฉันจนเขาหลง แล้วตอนนี้กลับมาทำเป็นไขสือไม่ยอมรับ!”
ใบหน้าของหลี่เชิ่งเหม่ยบิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง แทบอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกอกเซี่ยเสี่ยวให้รู้แล้วรู้รอด
เซี่ยเสี่ยวโต้กลับเสียงเรียบแต่เฉียบขาด
“มันไม่มีมูลความจริงเลยสักนิด หัวหน้าหลี่จะให้ฉันยอมรับได้ยังไงคะ อีกอย่าง หัวหน้าหลี่เองก็มีอคติกับฉันมาตลอด ถึงขั้นพูดจาดูถูกเหยียดหยาม ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็กรุณาอย่ามาใส่ร้ายป้ายสีกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องกองพลน้อยให้มาตัดสินความยุติธรรม”
“ยังจะปากแข็งอีก! ถ้าไม่มีหลักฐาน ฉันจะกล้าพูดแบบนี้ไหมล่ะ”
หลี่เชิ่งเหม่ยตะคอกกลับ
“งั้นหัวหน้าหลี่ก็เอาหลักฐานออกมาแสดงสิคะ?”
เซี่ยเสี่ยวผายมือออก ท่าทางเปิดเผยและไม่เกรงกลัวสิ่งใด เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้เป็นแฟนกับเฮ่อเสวียปิง แต่ท่าทีมั่นใจของหลี่เชิ่งเหม่ยทำให้เธอนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายไปเอาความมั่นใจผิดๆ นี้มาจากไหน
“ยังจะกล้าปฏิเสธอีก! ลูกชายฉันเขียนจดหมายมาหาเธอ บอกให้เธอไปหาเขาที่กองทัพโน่น!”
ประโยคนี้ของหลี่เชิ่งเหม่ยทำให้เซี่ยเสี่ยวชะงักกึก
ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่หลี่เชิ่งเหม่ยเขม็ง
“หัวหน้าหลี่หมายความว่ายังไงคะ? ฉันไม่เห็นจะได้รับจดหมายจากเฮ่อเสวียปิงเลยสักฉบับ”
“เธอจะไปได้รับได้ยังไง ในเมื่อ...”
หลี่เชิ่งเหม่ยชะงักปากไม่ทัน แต่ก็เชิดหน้าขึ้นแล้วแค่นเสียงฮึในลำคอ
“เห็นไหมล่ะ ว่าเธอกับลูกชายฉันคบกันอยู่จริงๆ ยังจะมาปากแข็ง”
เซี่ยเสี่ยวมองท่าทางลำพองใจของหลี่เชิ่งเหม่ยแล้วก็เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ก็แอบดักขโมยจดหมายที่เฮ่อเสวียปิงเขียนถึงเธอไปนี่เอง เซี่ยเสี่ยวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่ในใจกลับรู้สึกสงสารเฮ่อเสวียปิงขึ้นมาจับใจ
“ฉันไม่ได้เป็นแฟนกับเฮ่อเสวียปิงค่ะ และการที่หัวหน้าหลี่ถือจดหมายของเฮ่อเสวียปิงไว้ มันก็ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฉันกับเขาคบกัน ถ้าหัวหน้าหลี่อยากรู้ความจริง ก็ควรไปถามเฮ่อเสวียปิงตรงๆ”
เซี่ยเสี่ยวกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัดเพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้ยิน
“ฉันก็สงสัยมาตลอดว่าทำไมในทีมการผลิตถึงมีข่าวลือเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับฉันเยอะนัก ที่แท้ต้นตอก็มาจากหัวหน้าหลี่นี่เอง หัวหน้าหลี่ไม่พอใจฉัน จะด่าว่าฉันตรงๆ ก็ได้ค่ะ แต่การเอาเรื่องไม่จริงไปนินทาลับหลังแบบนี้ ทั้งที่คุณมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายสตรีของทีมการผลิต บอกตามตรงนะคะ... ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย”
เซี่ยเสี่ยวมองหลี่เชิ่งเหม่ยด้วยสายตาผิดหวังอย่างรุนแรง
“เฮ่อเสวียปิงเป็นคนดีและมีความสามารถมากค่ะ เรื่องที่เขามาตามจีบฉัน ฉันเองก็ประหลาดใจ แต่ฉันไม่ได้ตอบรับรักเขา เหตุผลก็คงเดากันได้ไม่ยาก และยิ่งตอนนี้ได้มาเห็นพฤติกรรมของหัวหน้าหลี่แบบนี้แล้ว ฉันยิ่งรู้สึกโชคดีที่ตัดสินใจไม่ตอบรับความรู้สึกของเฮ่อเสวียปิง และในขณะเดียวกัน... ฉันก็รู้สึกสงสารเฮ่อเสวียปิงเหลือเกิน ที่มีแม่แบบคุณ”
“นี่แก...!”
หลี่เชิ่งเหม่ยโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ชี้หน้าเซี่ยเสี่ยวด้วยนิ้วที่สั่นระริก
[จบบท]