บรรยากาศบริเวณตีนเขาหนานหัวในยามสายเต็มไปด้วยความตึงเครียดเจือความลังเล กลุ่มยุวปัญญาชนชายหญิงยืนจับกลุ่มกันอยู่ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่เริ่มมีทีท่าถอดใจกันบ้างแล้วหลังจากได้ยินคำขู่เรื่องอันตรายต่างๆ นานา
หยางเสวี่ยหัวยืนเม้มปากแน่นด้วยความสองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็อยากจะขึ้นไปหาเสบียง แต่อีกใจก็หวาดกลัว ทว่าเมื่อหันไปเห็นสายตาดูแคลนของลั่วหมิงเจ๋อและหลิวเยว่ที่มองมา ราวกับกำลังรอสมน้ำหน้าหากเธอถอยหลังกลับ หญิงสาวจึงได้แต่ยืนนิ่งตรึงเท้าไว้กับที่ ไม่ยอมขยับตัวถอยแม้แต่ก้าวเดียวเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
ทันใดนั้นเสียงทุ้มหูที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
"พวกคุณมายืนทำอะไรกันตรงนี้"
เกาเจี้ยซิงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแววตาฉงนสงสัย เขากวาดตามองกลุ่มหญิงสาวนำทีมโดยเซี่ยเสี่ยวที่ยืนออกันอยู่ทางขึ้นเขา
ชายหนุ่มผิวเข้มรูปร่างบึกบึนคนหนึ่งในกลุ่มผู้ชายตะโกนแทรกขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"นั่นสิ พวกผู้หญิงจะตามขึ้นเขาไปให้เกะกะทำไมกัน"
น้ำเสียงของเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้อนรับ การล่าสัตว์ไม่ใช่เรื่องเล่นขายของ และการมีผู้หญิงกลุ่มใหญ่เดินตามต้อยๆ ก็รังแต่จะเป็นภาระมากกว่าคนช่วยงาน
ป่าลึกไม่ใช่สนามเด็กเล่น เขาหนานหัวแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายของสัตว์ป่า ไม่รู้ว่ามีพรานป่ากี่คนแล้วที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ หรืออย่างน้อยก็ต้องเจ็บตัวกลับไป ทุกครั้งที่พวกผู้ชายตัดสินใจเข้าป่า พวกเขาต้องเตรียมตัวและระวังภัยรอบทิศจนประสาทแทบกิน แล้วถ้าต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลังกับกลุ่มผู้หญิงที่ไม่มีทักษะเอาตัวรอด งานนี้คงได้พาซวยกันหมดแน่
ชายหนุ่มอีกคนพยักหน้าสนับสนุนคำพูดเพื่อนพลางเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ
"จะไปสนทำไม อยากมาก็ให้มาสิ แต่ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา พวกผมไม่เกี่ยวด้วยนะ บอกไว้ก่อน"
เกาเจี้ยซิงได้ยินดังนั้นจึงหันไปทางหวังอ้ายหัวที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแม่บ้านและกลุ่มผู้หญิง เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อเตือนสติ
"สหายหวัง คุณต้องคิดให้ดีนะ เขาหนานหัวนี่อันตรายที่สุดในอำเภอแล้ว สัตว์ป่าดุร้ายเพ่นพ่านไปทั่ว คนตายที่นี่มานักต่อนัก ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย ผมว่าคุณพาพวกผู้หญิงกลับไปเถอะ"
เขาหวังว่าหวังอ้ายหัวจะเข้าใจสถานการณ์และเกลี้ยกล่อมให้คนอื่นๆ ยอมถอยกลับไป เพราะลำพังแค่ดูแลตัวเองในป่าก็ยากพอแล้ว
เฮ่อเสวี่ยปิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เกาเจี้ยซิงก็ช่วยพูดเสริมขึ้นมาอีกแรง ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและท่าทีสุภาพ
"ใช่ครับสหายหวัง เจี้ยซิงพูดถูกแล้ว ขนาดพวกผมเองเวลาขึ้นเขามาถึงตรงนี้ยังต้องระวังตัวทุกฝีก้าว พลาดนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยนะครับ ทางที่ดีคุณพาพวกผู้หญิงกลับไปเถอะ เดี๋ยวถ้าผมกับเจี้ยซิงล่าสัตว์ได้ จะเอาเนื้อกลับไปแบ่งให้ทุกคนที่กองพลน้อยได้ชิมกันถ้วนหน้าแน่นอน"
เซี่ยเสี่ยวสังเกตเห็นปฏิกิริยาของสาวๆ รอบตัวทันทีที่เฮ่อเสวี่ยปิงเอ่ยปาก จบประโยคของเขา ยุวปัญญาชนหญิงหลายคนต่างพากันมองเขาด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะพยักหน้าเห็นดีเห็นงามยอมทำตามคำแนะนำนั้นอย่างว่าง่าย
ไม่ว่ายุคสมัยไหน โลกใบนี้ก็ยังตัดสินกันที่หน้าตาอยู่ดี เฮ่อเสวี่ยปิงมีใบหน้าที่หล่อเหลาโดดเด่นจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ จะพากันหลงใหลได้ปลื้มขนาดนี้
ตัวเซี่ยเสี่ยวเองก็ยอมรับว่าเธอก็ชอบมองคนหน้าตาดี แม้จะไม่ได้คลั่งไคล้จนเสียอาการ แต่ถ้าใครหน้าตาดีมองแล้วเจริญหูเจริญตา เธอก็พร้อมจะมองด้วยความชื่นชม ตอนนี้เมื่อมองไปที่เฮ่อเสวี่ยปิง ความรู้สึกชื่นชมในความหล่อเหลายังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้ใจเต้นแรงจนควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนช่วงแรกๆ ที่เพิ่งมาถึงอีกแล้ว
คำพูดของเฮ่อเสวี่ยปิงมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้แม้แต่หยางเสวี่ยหัวที่ยืนกรานในตอนแรกเริ่มมีทีท่าลังเล
แต่เซี่ยเสี่ยวนั้นต่างออกไป ในใจเธอกำลังต่อสู้กับความต้องการของตัวเองอย่างหนัก เธออยากขึ้นเขาใจจะขาด มั่นใจว่าด้วยความสามารถพิเศษและมิติที่มีอยู่ เธอสามารถหลบเลี่ยงสัตว์ร้ายและเอาตัวรอดได้สบายๆ ขอแค่ระวังตัวหน่อยก็ไม่มีปัญหา
ทว่าปัญหามันอยู่ที่เธอจะแยกตัวออกไปคนเดียวได้อย่างไรโดยไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่ การจะแอบย่องมาคนเดียวเงียบๆ ในภายหลังก็ทำได้ยาก เพราะหมู่บ้านนี้เล็กนิดเดียว ถ้าเธอหายตัวไปเฉยๆ ชาวบ้านคงแตกตื่นออกตามหากันวุ่นวายแน่นอน
จังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด หลิวไห่ฮวาก็แผดเสียงขึ้นมาอย่างเหลืออด
"ทำไมผู้หญิงจะเข้าป่าไม่ได้วะ พวกฉันแค่จะไปเก็บเห็ดเก็บผลไม้ป่า ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับพวกแกสักหน่อย จะมาบ่นกระปอดกระแปดเป็นตุ๊ดไปได้ น่ารำคาญจริง!"
สิ้นเสียงตวาดของหลิวไห่ฮวา ทุกคนก็เงียบกริบลงทันที
ชายหนุ่มผิวเข้มคนเดิมที่คัดค้านเสียงแข็งที่สุดในตอนแรก หันขวับไปมองหลิวไห่กั๋วพลางตะโกนใส่
"หลิวไห่กั๋ว! แกจะไม่ดูแลน้องสาวแกหน่อยเรอะ ปล่อยให้มาตะโกนด่าคนอื่นปาวๆ แบบนี้ได้ไง"
เซี่ยเสี่ยวหันไปมองหลิวไห่กั๋ว ลูกชายหัวหน้าทีมการผลิตหงซิง สถานะของเขาเทียบเท่ากับเกาเจี้ยซิงที่เป็นลูกชายหัวหน้าทีมเหมือนกัน แต่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
หลิวไห่กั๋วมีรูปร่างเตี้ยแคระแกร็น ผอมแห้งจนหนังแทบติดกระดูก แถมผิวยังดำคล้ำ ยิ่งไปกว่านั้นฟันหน้าที่ยื่นออกมาจนเป็นฟันเหยินก็ยิ่งทำให้หน้าตาของเขาดูด้อยลงไปอีก
ถ้าบอกว่าเป็นพี่น้องกัน คนคงนึกว่าเป็นพี่สาวกับน้องชายเสียมากกว่า เพราะหลิวไห่ฮวาตัวโตและดูแข็งแรงกว่ามาก
เสียงซุบซิบดังลอดมาจากกลุ่มผู้หญิงทีมการผลิตหงซิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
"หลิวไห่กั๋วกับหลิวไห่ฮวาเป็นฝาแฝดชายหญิงกันนะ ดูไม่เหมือนกันเลยสักนิด"
เซี่ยเสี่ยวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ หันกลับไปพิจารณาสองพี่น้องคู่นี้อีกครั้ง ฝาแฝดมังกรคู่หงส์อย่างนั้นหรือ ช่างแตกต่างกันได้อย่างเหลือเชื่อ ปกติภาพจำของฝาแฝดในหัวเธอคือเด็กน่ารักๆ ที่หน้าตาคล้ายกัน หรืออย่างน้อยก็ต้องมีเค้าโครงหน้าเหมือนกันบ้าง
เธอรู้ว่าฝาแฝดมีทั้งแบบไข่ใบเดียวกันและคนละใบ แต่ความแตกต่างระหว่างหลิวไห่กั๋วกับหลิวไห่ฮวานั้นมันสุดขั้วเกินไปจริงๆ คนหนึ่งเหมือนรถถัง อีกคนเหมือนกิ่งไม้แห้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นฝาแฝดที่ฉีกกฎพันธุกรรมได้ขนาดนี้
หลิวไห่กั๋วโบกมือไปมาอย่างไม่ยี่หระต่อคำทักท้วง
"ไม่เป็นไรหรอก น้องสาวฉันแข็งแรงจะตาย ต่อให้เสือโคร่งโผล่มามันยังไม่กลัวเลย อยากขึ้นเขาก็ให้มันขึ้นไปเถอะ ขอแค่ไม่เดินทะเล่อทะล่าเข้าไปในป่าลึกก็พอแล้ว"
คำตอบของพี่ชายทำให้หลิวไห่ฮวายิ้มกว้างอย่างได้ใจ เธอหันกลับไปหากลุ่มผู้หญิงด้านหลังแล้วกวักมือเรียกอย่างฮึกเหิม
"ไปพวกเรา ไปเก็บเห็ดกัน เขาหนานหัวนี่ฉันเดินเข้าออกตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย หลับตาเดินยังได้ พวกเธอตามฉันมา รับรองไม่มีหลง"
"ขี้โม้ชะมัด"
เสียงแขวะลอยมาตามลม ทำให้หลิวไห่ฮวาหันขวับไปถลึงตาใส่เก๋อไล่จื่อทันที เธอยกกำปั้นขึ้นขู่ทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าไปอัดคนปากดี
"ไอ้ขี้เรื้อนเก๋อ! ปากแกนี่มันวอนหาเรื่องนักใช่ไหม วันไหนไม่ได้โดนฉันนวดหน้าสักทีคงนอนไม่หลับสินะ"
เก๋อไล่จื่อคือชายหนุ่มคนที่คัดค้านเสียงดังที่สุดเมื่อครู่ พอเจอหลิวไห่ฮวาทำท่าจะเอาจริง คนอื่นๆ ในทีมการผลิตหงซิงที่รู้กิตติศัพท์ความห้าวของหญิงสาวต่างก็พากันหัวเราะขบขัน
"นังม้าดีดกะโหลกเอ๊ย ฉันเห็นว่าเป็นผู้หญิงหรอกนะถึงยอมให้ ลูกผู้ชายเขาไม่ทะเลาะกับผู้หญิงเว้ย"
เก๋อไล่จื่อแก้เก้อด้วยใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อเพราะความอายที่โดนหัวเราะเยาะ
หลิวไห่กั๋วเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตัดบท
"พอได้แล้วๆ จะไปทะเลาะกับยัยไห่ฮวาทำไมก็ไม่รู้ หน้าไม่อายจริงๆ รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน"
เก๋อไล่จื่อเองก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จึงหันไปพยักพเยิดหน้าใส่เกาเจี้ยซิง
"เกาเจี้ยซิง สหายเฮ่อ พวกนายจะไปกันหรือยัง"
หวังอ้ายหัวเห็นโอกาสจึงรีบหันไปส่งยิ้มให้เกาเจี้ยซิงเป็นการประนีประนอม
"พวกเราจะเก็บผักป่าผลไม้ป่าอยู่แค่ชายเขานี่แหละจ้ะ ไม่เข้าไปลึกหรอก ไม่ต้องห่วงนะ"
เกาเจี้ยซิงถอนหายใจพลางกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ผมเตือนแล้วนะ ฟังไม่ฟังก็เรื่องของพวกคุณ ถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกคุณต้องรับผิดชอบตัวเอง พ่อผมเป็นหัวหน้าทีมการผลิตก็จริง แต่ถ้าพวกคุณดื้อด้านจะตามมาแล้วเกิดอันตราย จะมาโทษใครไม่ได้"
เขาปรายตามองไปทางทีมการผลิตหงซิงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันก่อนจะเอ่ยกำชับอีกครั้ง
"แล้วก็อยู่ให้ห่างจากหลิวไห่ฮวาไว้ อย่าเผลอเดินตามหล่อนเข้าไปลึกๆ เชียว บ้านนั้นเขาเป็นพรานเก่า เขาชินทาง แต่พวกคุณไม่ใช่ ถ้าเจอสัตว์ป่าขึ้นมาจริงๆ หล่อนก็เอาตัวรอดได้แค่คนเดียว ช่วยพวกคุณไม่ได้หรอก"
คำเตือนของเขาชัดเจนและตรงไปตรงมา เขาทำหน้าที่เตือนในฐานะลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ใครจะฟังหรือไม่ก็สุดแล้วแต่เวรกรรม
จังหวะที่เกาเจี้ยซิงเดินผ่านกลุ่มผู้หญิง เซี่ยเสี่ยวคิดว่าเขาจะเดินเลยไปเหมือนทุกที แต่ผิดคาด เขากลับหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเธอพอดิบพอดี
ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่เธอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเซี่ยเสี่ยวถึงกับสะอึก
"สหายเซี่ย คุณน่ะตัวดีเลย ทำตัวให้มันสงบเสงี่ยมอยู่กับสหายหวังและสหายหยางตรงนี้แหละ อย่าแม้แต่จะคิดทำอะไรแผลงๆ เข้าไปในป่าเชียว"
เธอยังไม่ได้ขยับตัวเลยสักนิด เขาเอาตาข้างไหนมาเห็นว่าเธอไม่สงบเสงี่ยม!
ยังไม่ทันที่เซี่ยเสี่ยวจะได้อ้าปากเถียง เกาเจี้ยซิงก็พูดสวนขึ้นมาราวกับอ่านใจได้
"ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้น สายตาคุณมันฟ้อง มองซ้ายมองขวาตาเป็นประกายแบบนั้น ดูก็รู้ว่ากำลังหาลู่ทางจะแวบหายตัว คิดอะไรแผลงๆ อยู่ล่ะสิ"
เซี่ยเสี่ยวเหลือบไปเห็นเฮ่อเสวี่ยปิงที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังกลั้นขำจนไหล่สั่น แม้แต่หวังอ้ายหัวกับหยางเสวี่ยหัวก็ยังยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก
หญิงสาวกัดฟันกรอดในใจ นายเกาเจี้ยซิงนี่มันร้ายกาจนัก จงใจทำลายภาพพจน์สาวน้อยผู้เรียบร้อยของเธอชัดๆ
เฮ่อเสวี่ยปิงผสมโรงขึ้นมาอีกคน
"สหายเซี่ย เชื่อเจี้ยซิงเถอะครับ เขาหวังดีนะ"
เซี่ยเสี่ยวได้แต่ฝืนยิ้มแห้งๆ มุมปากกระตุกยิกๆ กำลังจะเอ่ยแก้ตัว แต่เกาเจี้ยซิงก็ชิงตัดบทหันไปสั่งความกับหวังอ้ายหัวและหยางเสวี่ยหัวหน้าตาเฉย
"สหายหวัง สหายหยาง เซี่ยเสี่ยวยังเด็ก แถมยังไม่ค่อยรู้ประสา พวกคุณช่วยจับตาดูหน่อยนะครับ อย่าให้คลาดสายตา เดี๋ยวจะวิ่งซนไปทั่วจนหลงป่าหาทางกลับไม่ถูก"
สั่งความเสร็จสรรพ เขาก็เดินล้วงกระเป๋าจากไปพร้อมกับเฮ่อเสวี่ยปิง ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้เธอรับหน้า
เซี่ยเสี่ยวยืนกำหมัดแน่น มองแผ่นหลังกว้างของเกาเจี้ยซิงด้วยสายตาอาฆาต ผู้ชายคนนี้ปากคอเราะร้ายเหลือเกิน
อะไรคือ 'ยังเด็ก'? อะไรคือ 'ไม่รู้ประสา'? แล้วอะไรคือ 'ตาเป็นประกายคิดทำเรื่องแผลงๆ'?
ไอ้หมอนี่มันไม่ได้หวังดีอะไรหรอก นี่มันเขาเรียกว่า 'ความหวังดีที่แฝงยาพิษ' ชัดๆ!
คนนอกมองเผินๆ อาจจะคิดว่าเขาเป็นห่วงเป็นใยกลัวเธอจะได้รับอันตราย แต่เนื้อแท้แล้วคือการหลอกด่าและสกัดดาวรุ่งไม่ให้เธอขยับตัวไปไหนได้ต่างหาก นี่มันการกลั่นแกล้งระดับเซียน เป็นการทำลายชื่อเสียงเธอด้วยรอยยิ้มและคำพูดที่ดูเหมือนจะหวังดีสุดๆ
ไอ้คนนิสัยเสีย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!
[จบบท]