การโดนทุกคนรุมจ้องด้วยสายตาจับผิดแบบนี้ ต่อให้เป็นเซี่ยเสี่ยวที่มีต้นทุนความหน้าหนาเป็นเดิมพัน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินจนแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาเหมือนกัน
ช่วงที่ผ่านมานี้เธอระวังตัวแจเลยล่ะ ในแต่ละวันจะกล้าจิบน้ำจากมิติแค่จิบเดียวเท่านั้น ไม่กล้าดื่มเยอะเกินไป เพราะกลัวว่าร่างกายจะเปลี่ยนแปลงปรู๊ดปร๊าดผิดปกติจนเป็นจุดสังเกตมากเกินไป
ทว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้อาจจะไม่ได้มาจากน้ำในมิติแค่อย่างเดียว แต่น่าจะเป็นผลพวงมาจากการกินผักป่าที่ปลูกในดินมิติด้วย แถมเวลาทำพวกเมนูเนื้อตุ๋นในมิติ เธอก็ยังใส่น้ำวิเศษนั่นลงไปปรุงรสอีกต่างหาก
พอได้รับสารอาหารดี ๆ เข้าไปสะสมในร่างกายทุกวัน ผลลัพธ์ที่ได้เลยชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้
เซี่ยเสี่ยวเผลอยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบา ๆ สัมผัสที่ได้มันเนียนนุ่มกว่าแต่ก่อนมาก เธอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้ส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยมาพักใหญ่แล้ว กิจวัตรประจำวันมีแค่กวักน้ำล้างหน้าลวก ๆ ส่วนครีมตลับหอยที่ซื้อติดมือมา แทบจะวางทิ้งไว้จนฝุ่นจับ ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้เท่าไหร่
ในยุคนี้ สาว ๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้ครีมตลับหอยดูแลผิวพรรณกัน เพราะนอกจากราคาสบายกระเป๋าแล้ว สรรพคุณยังดีเยี่ยม ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันผิวแห้งแตกได้ชะงัดนัก
พอกลับถึงหอพัก สิ่งแรกที่เซี่ยเสี่ยวทำคือคว้ากระจกขึ้นมาส่องสำรวจหน้าตัวเอง แล้วเธอก็ต้องแปลกใจกับภาพที่สะท้อนกลับมา เพราะใบหน้าของเธอตอนนี้เริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนไป มีเค้าโครงที่ทับซ้อนและคล้ายกับรูปร่างหน้าตาในชาติก่อนมากขึ้นเรื่อย ๆ
การค้นพบนี้ทำเอาหัวใจเซี่ยเสี่ยวเต้นรัวด้วยความดีใจ นี่คงเป็นสิ่งที่เขาเรียกกันว่า ‘หน้าตาเปลี่ยนไปตามจิตใจ’ สินะ
ในเมื่อวิญญาณของเธอเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างเจ้าของเดิม ร่างกายเลยค่อย ๆ ปรับสภาพให้เข้ากับตัวตนที่แท้จริง หน้าตาถึงเริ่มละม้ายคล้ายเซี่ยเสี่ยวคนเดิมในชาติที่แล้ว
เซี่ยเสี่ยวยิ้มกว้างให้กับตัวเองในกระจกจนหุบยิ้มไม่อยู่ ความยินดีมันล้นอก นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเลย
แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความสุข
“เซี่ยเสี่ยว เดี๋ยวนี้สวยขึ้นเป็นกองเลยนะ กลุ่มยุวปัญญาชนของเรามีดอกไม้งามเพิ่มมาอีกดอกแล้วสิ”
ต่งเหม่ยหัวพูดขึ้น น้ำเสียงฟังดูเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน สายตาจับจ้องเซี่ยเสี่ยวที่กำลังส่องกระจกด้วยความรู้สึกที่อ่านออกได้ไม่ยาก
ช่วงนี้ต่งเหม่ยหัวกำลังเจอกับวิกฤต ‘สิวสาว’ บุกหน้า เพราะอากาศทางใต้มันร้อนอบอ้าวเป็นทุนเดิม บวกกับนิสัยการกินของเจ้าตัวที่ชอบรสจัดและโปรดปรานของเผ็ดเป็นชีวิตจิตใจ สิวเม็ดเป้ง ๆ เลยพากันผุดขึ้นมาทักทายบนหน้าอย่างสนุกสนาน
ก่อนหน้านี้หน้าตาของต่งเหม่ยหัวยังเกลี้ยงเกลาดีอยู่แท้ ๆ แต่พอปีนี้อายุย่างเข้าสิบเจ็ด สิวเจ้ากรรมดันเพิ่งจะมาเริ่มเห่อเอาตอนนี้ ทำเอาต่งเหม่ยหัวกลัดกลุ้มและหงุดหงิดใจเป็นที่สุด
ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา พี่น้องตระกูลเฮ่อเดินทางกลับไปที่กองทัพ และนั่นก็เป็นช่วงเดียวกับที่สิวเริ่มระเบิดตัวบนหน้าต่งเหม่ยหัวพอดี ตอนนี้ในกลุ่มยุวปัญญาชนกำลังอยู่ในบรรยากาศผลิบานเหมือนฤดูใบไม้ผลิ
ถึงต่งเหม่ยหัวจะปักใจชอบเฮ่อเสวียปิงอยู่แล้ว แต่ลึก ๆ เธอก็ยังอยากบริหารเสน่ห์และมีตัวเลือกเผื่อไว้บ้าง การที่หน้าเต็มไปด้วยสิวเขรอะแบบนี้เลยทำให้เธอโมโหตัวเองสุด ๆ พอหันมาเห็นหน้าขาวผ่องไร้ที่ติของเซี่ยเสี่ยว ความอิจฉามันเลยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เฝิงอิงเห็นท่าทางเพื่อนร่วมห้องเลยเตือนด้วยความหวังดี
“เธอน่ะ อย่าไปบีบสิวเชียวนะ ไม่งั้นทิ้งรอยแผลเป็นไว้แน่ ดูหน้าฉันเป็นตัวอย่างสิ แล้วก็เพลา ๆ เรื่องกินเผ็ดลงบ้าง เมื่อก่อนฉันก็เป็นสิวเหมือนกัน แต่พอเลิกกินเผ็ด เลิกกินของที่ทำให้ร้อนใน สิวก็หายไปเอง”
ทางด้านหวังอ้ายหัวเป็นคนประเภทที่น่าอิจฉาที่สุด เพราะต่อให้กินเผ็ดจนปากเบิร์นแค่ไหนสิวก็ไม่เคยขึ้น ร่างกายไม่เคยร้อนใน เป็นผิวพรรณสวรรค์สร้างที่ใคร ๆ ก็อยากได้
ส่วนหยางเสวี่ยหัวเป็นคนกินรสจืดมาแต่ไหนแต่ไร ขณะที่ซุนอวี้หัวเป็นสายรักสวยรักงามเข้าเส้น ใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์และการดูแลตัวเองเป็นที่หนึ่ง ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องหยิบหวีมาสางผม กลับถึงหอพักทีไรก็ตัวติดกระจกตลอดเวลา
ตอนนี้สมาชิกในหอพักหญิงทุกคนต่างก็มีหนุ่ม ๆ มาตามจีบกันหมดแล้ว ยกเว้นก็แต่เซี่ยเสี่ยวคนเดียว
แม้ตอนนี้เซี่ยเสี่ยวจะเริ่มดูเป็นสาวขึ้นมาบ้าง ส่วนสูงก็เพิ่มขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ยังไม่ถึงร้อยหกสิบเซนติเมตร แถมประจำเดือนครั้งแรกก็ยังไม่มา หน้าอกหน้าใจยังแบนราบแทบไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง มองดูแล้วยังเหมือนเด็กกะโปโลคนหนึ่งเท่านั้น
เซี่ยเสี่ยวคำนวณในใจเงียบ ๆ ตอนนี้เธออายุสิบสี่แล้ว แต่ประจำเดือนก็ยังไม่มาสักที ชาติก่อนจำได้ว่าเธอมีประจำเดือนครั้งแรกตอนอายุสิบสามปีครึ่ง ดังนั้นร่างกายนี้ก็น่าจะใกล้ถึงเวลาแล้วเหมือนกัน คงอีกไม่นาน น่าจะช่วงอายุสิบสี่หรือสิบห้าปีนี่แหละ ไม่น่าจะช้าไปกว่านี้
“ผิวของเซี่ยเสี่ยวดีจริง ๆ เลยนะ”
ต่งเหม่ยหัวพูดขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยปากขอยืมของ
“เซี่ยเสี่ยว ครีมตลับหอยของเธอยังมีเหลือไหม ฉันขอยืมใช้หน่อยสิ”
“มีสิ แต่หน้าเธอเป็นสิวอยู่นะ ใช้แล้วจะดีเหรอ” เซี่ยเสี่ยวถามกลับด้วยความสงสัย เพราะครีมพวกนี้มีความมันค่อนข้างมาก
“ใช้ได้สิ มีประโยชน์จะตาย เธอให้ฉันเถอะน่า” ต่งเหม่ยหัวยืนยันเสียงแข็ง
พอเห็นเพื่อนยืนกรานแบบนั้น เซี่ยเสี่ยวเลยหยิบครีมตลับหอยของตัวเองส่งให้ ทันทีที่รับไป ต่งเหม่ยหัวก็รีบเปิดฝาออกแล้วควักเนื้อครีมขึ้นมาป้ายลงบนหน้าอย่างกระตือรือร้น
หยางเสวี่ยหัวเหลือบไปเห็นปริมาณครีมในตลับแล้วก็ทักขึ้น
“นี่เธอแทบจะไม่ได้ใช้มันเลยนี่นา”
เซี่ยเสี่ยวพยักหน้ารับ “ก็ใช้อยู่นะคะ แต่ใช้น้อยมาก ปกติฉันตื่นสาย แถมยังทำอะไรเชื่องช้าอืดอาด พวกพี่ก็รู้นี่นา บางวันกลัวจะตามพวกพี่ไปทำงานไม่ทัน ก็เลยแค่แปรงฟันล้างหน้าแล้ววิ่งจู๊ดออกไปเลย ไม่ทันได้ทาครีมบำรุงอะไรหรอก”
หยางเสวี่ยหัวหลุดขำเบา ๆ พลางนึกขึ้นได้ว่าจริงอย่างที่พูด เพราะเซี่ยเสี่ยวเป็นจอมขี้เซาประจำห้องที่ชอบนอนตื่นสายที่สุด
“ยังไงก็ต้องทาบ้างนะ อากาศทางใต้นี้ทั้งร้อนทั้งชื้น แดดก็แรงเปรี้ยงปร้าง บางทีพวกเราต้องทำงานตากแดดตากลม แถมยังต้องตากฝนอีก สภาพอากาศแบบนี้มันทำร้ายผิวจะตายไป” หยางเสวี่ยหัวสอนด้วยความหวังดี
เซี่ยเสี่ยวพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย แต่หวังอ้ายหัวกลับแย้งขึ้นมา
“ทาพวกนี้ยุ่งยากจะตาย พวกเธอนี่ก็ช่างสรรหาเรื่องรักสวยรักงามกันจริง ๆ”
ซุนอวี้หัวปรายตามองหวังอ้ายหัวแวบหนึ่ง ก่อนจะสวนกลับไปว่า
“แม่คุณหัวหน้าหญิง ถ้าเธอไม่รู้จักดูแลหน้าตาตัวเองไว้บ้าง คอยดูเถอะว่าถึงเวลาแล้วพวกยุวปัญญาชนชายเขาจะแลเธอไหม ผู้ชายพวกนี้น่ะมองโลกตามความเป็นจริงจะตายไป วัน ๆ ก็จ้องแต่จะมองหน้าตากันทั้งนั้น ใครอยากจะหาคู่ดี ๆ อยากจะเลือกคู่ครอง ก็ต้องอาศัยหน้าตานี่แหละเป็นด่านแรก”
ประเด็นนี้เซี่ยเสี่ยวค่อนข้างเห็นด้วย แม้ว่ายุคนี้การทำงานแลกแต้มคะแนนจะเป็นเรื่องสำคัญ และผู้ชายบางคนก็มองหาผู้หญิงที่แข็งแรงสู้งาน แต่ความจริงอันโหดร้ายก็คือ ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ยังมองที่หน้าตาเป็นหลัก หรือต่อให้เป็นผู้ชายที่เน้นความขยันทำมาหากินจริง ๆ สุดท้ายเขาก็ยังเลือกคนที่ตัวเองมองแล้วเจริญหูเจริญตาอยู่ดี
“เชอะ ฉันไม่สนเรื่องพวกนั้นหรอก ถ้าเขาจะรังเกียจฉันที่หน้าตา ฉันก็ไม่เอาเขาเหมือนกัน ผู้ชายที่มองแต่หน้าตามันก็แค่พวกผิวเผิน ผู้ชายพรรค์นั้นฉันไม่ให้ราคาหรอก” หวังอ้ายหัวเชิดหน้าตอบอย่างมั่นใจ
ได้ยินแบบนี้ เซี่ยเสี่ยวก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเตือนสติพี่สาวคนนี้สักหน่อย
“พี่อ้ายหัวคะ ผู้ชายส่วนใหญ่เขาก็ผิวเผินกันทั้งนั้นแหละค่ะ”
และไม่ใช่แค่ตอนนี้หรอก ต่อให้อนาคตข้างหน้า ผู้ชายก็ยังคงความผิวเผินแบบนี้ไม่เปลี่ยน ไม่มีผู้ชายคนไหนบนโลกนี้ที่ไม่ชอบคนสวยหรอก
“เซี่ยเสี่ยวพูดถูกนะ ไม่ว่ายังไง เธอก็ควรรักษาหน้าตาผิวพรรณของตัวเองเอาไว้บ้าง” หยางเสวี่ยหัวเสริมขึ้น
ในบรรดาสาว ๆ ในหอพักนี้ หวังอ้ายหัวเป็นคนที่มีสุขภาพผิวพื้นฐานดีที่สุด แต่กลับเป็นคนที่ไม่ใส่ใจดูแลตัวเองที่สุด ผลก็คือผิวที่เคยขาวเนียนเริ่มจะคล้ำแดดและแห้งกร้านจากการทำงานหนัก ส่วนเฝิงอิงที่เป็นคนหน้าตาธรรมดาที่สุดในกลุ่ม กลับขยันดูแลตัวเองอย่างดี พอเอามาเทียบกันแล้ว กลายเป็นว่าผิวของหวังอ้ายหัวดูหมองกว่าคนอื่นไปซะงั้น เสียดายต้นทุนดี ๆ ที่มีอยู่ชะมัด
“มานี่เลย พี่อ้ายหัว เดี๋ยวฉันทาให้”
ต่งเหม่ยหัวที่เพิ่งจะโบกครีมของเซี่ยเสี่ยวลงบนหน้าตัวเองเสร็จ ก็จัดการใช้นิ้วควักเนื้อครีมก้อนเบ้อเริ่มออกมา แล้วป้ายแหมะลงไปที่แก้มของหวังอ้ายหัวโดยไม่ถามสุขภาพสักคำ
หวังอ้ายหัวร้องเสียงหลง “เหม่ยหัว! เธอทำบ้าอะไรเนี่ย เปลืองของแย่เลย ใช้นิดเดียวก็พอแล้ว ทำไมควักมาเยอะขนาดนี้”
ทุกคนหันไปมองก้อนครีมขาวโพลนบนหน้าหวังอ้ายหัวแล้วก็ต้องยอมรับว่า มันเยอะเกินความจำเป็นจนน่าเสียดายของจริง ๆ
หยางเสวี่ยหัวรีบตำหนิทันที “เหม่ยหัว เธอควักออกมาเยอะเกินไปแล้วนะ นี่มันของเซี่ยเสี่ยวนะยะ”
ต่งเหม่ยหัวทำหน้าเจื่อน ๆ พลางหันไปขอโทษเจ้าของของ “เซี่ยเสี่ยว ขอโทษทีนะ ฉันมือหนักไปหน่อย ไม่ทันระวังน่ะ”
เซี่ยเสี่ยวโบกมืออย่างไม่ถือสา “ไม่เป็นไรค่ะ งั้นก็แบ่ง ๆ กันทาแล้วกัน”
พูดจบ เซี่ยเสี่ยวก็เดินเข้าไปหาหวังอ้ายหัว ปาดเอาครีมส่วนเกินบนหน้าของเธอแบ่งไปป้ายที่หน้าหยางเสวี่ยหัวครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ช่วยเกลี่ยเนื้อครีมให้ซึมเข้าผิวของหวังอ้ายหัวจนทั่ว พร้อมกับนวดหน้าให้เบา ๆ เพื่อให้ครีมซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น หลังจากนั้นก็หันไปนวดให้หยางเสวี่ยหัวต่อ
“โห ไม่ยักรู้นะเนี่ยว่าเซี่ยเสี่ยวมีฝีมือนวดดีขนาดนี้”
ไม่ใช่แค่หยางเสวี่ยหัวที่เอ่ยปากชม แม้แต่หวังอ้ายหัวที่ตอนแรกบ่นว่ายุ่งยาก ก็ยังต้องครางออกมาด้วยความสบาย เพราะน้ำหนักมือของเซี่ยเสี่ยวนั้นพอดิบพอดี ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้าได้อย่างน่าประหลาด
แต่แล้ว บรรยากาศดี ๆ ก็ต้องสะดุดกึก เมื่อต่งเหม่ยหัวพูดแทรกขึ้นมาลอย ๆ
“มีอะไรน่าชื่นชมกันหนักหนา พวกหมอนวดสาวในเมืองเขาก็มีฝีมือแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ”
ประโยคนั้นทำเอาเซี่ยเสี่ยวขมวดคิ้วฉับทันที หวังอ้ายหัวเองก็ได้ยินชัดเจนจนต้องขมวดคิ้วตาม
“เหม่ยหัว ช่วงนี้เธอเป็นอะไรไปฮะ? พักหลังมานี้พูดจาเหน็บแนมคนอื่นตลอดเลยนะ เราอยู่หอเดียวกันแท้ ๆ เธอมีปัญหาอะไรกับเซี่ยเสี่ยวรึเปล่า”
ต่งเหม่ยหัวหน้าเสีย รีบแก้ตัวพัลวัน “ไม่มีอะไรสักหน่อย ฉันก็แค่ปากไวพูดไม่ทันคิด เซี่ยเสี่ยว ขอโทษนะ เธออย่าเก็บไปใส่ใจเลย”
เซี่ยเสี่ยวได้แต่ถอนหายใจในใจอย่างเอือมระอา ตั้งแต่เธอเกิดใหม่มา ต่งเหม่ยหัวก็เป็นคนแบบนี้มาตลอด บางครั้งก็ดูเหมือนจะเป็นคนนิสัยดีพึ่งพาได้ แต่บทจะร้ายก็ทำเอาคนอื่นปวดหัวจนทนไม่ไหว สาเหตุหลัก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นความขี้อิจฉา ชอบคิดเล็กคิดน้อย และนิสัยชอบเอาชนะคะคานคนอื่นนั่นแหละ
หยางเสวี่ยหัวไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอดึงตลับครีมออกจากมือต่งเหม่ยหัว ปิดฝาให้สนิทแล้วส่งคืนให้เซี่ยเสี่ยวทันที
ต่งเหม่ยหัวเบะปากด้วยความไม่พอใจ เธอรู้สึกว่ารูมเมตทุกคนลำเอียงเข้าข้างแต่เซี่ยเสี่ยว ยิ่งคิดก็ยิ่งพาลให้รู้สึกไม่ชอบหน้าเซี่ยเสี่ยวหนักเข้าไปอีก สุดท้ายทนบรรยากาศกดดันไม่ไหว เลยหาข้ออ้างเดินหนีออกจากห้องไปดื้อ ๆ
[จบบท]