บทที่ 15: การตัดสินใจ
โจวจงเฟิงเม้มริมฝีปากแน่นขณะยกหูโทรศัพท์แนบหู ปลายสายคือเสียงใจดีที่คุ้นเคย “จงเฟิง เมื่อคืนย่าฝันดี ย่าฝันว่าหลานแต่งงานมีลูกมีเต้าแล้ว ตื่นมายังยิ้มไม่หุบเลย”
สีหน้าของโจวจงเฟิงพลันอ่อนโยนลงเล็กน้อย “คุณย่าครับ ปกติความฝันมันจะตรงข้ามกับความจริงไม่ใช่เหรอครับ”
เขาเติบโตมากับคุณปู่คุณย่า จึงมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดผูกพันกันมากเป็นพิเศษ
“แต่คนเราอายุ 70 นี่ก็ถือว่าหายากแล้วนะ ย่าคงอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ไม่รู้เลยว่าจะทันได้เห็นหลานแต่งงานมีลูกกับเขาหรือเปล่า”
น้ำเสียงของคนชรานั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ทั้งยังเจือความเสียดายต่อชีวิตที่ใกล้จะถึงปลายทาง
คำพูดที่โจวจงเฟิงตั้งใจจะเอ่ยออกมาในตอนแรกพลันถูกกลืนหายกลับลงคอไปจนหมดสิ้น และในความคิดของเขาก็ปรากฏภาพใบหน้าที่ตื่นตระหนกจนซีดเผือดของใครบางคนขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน “คุณย่าครับ ผมจะแต่งงานครับ”
เขารับปากเป็นมั่นเหมาะ
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งสำนักงาน
โจวจงเฟิงยังคงถือหูโทรศัพท์ค้างไว้ สายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
หัวหน้าอวี๋ซึ่งได้ยินบทสนทนาทั้งหมดพยายามลองหยั่งเชิง “สหายโจว หรือว่าจะให้ผม... ให้ผมลองจัดการนัดดูตัวให้คุณอีกสักรอบดีไหมครับ”
โจวจงเฟิงไม่ได้ตอบรับในทันที ทว่ากลับชี้ไปยังร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านนอกหน้าต่าง “หัวหน้าอวี๋ เขาเป็นใครครับ”
หัวหน้าอวี๋หันไปมองตามก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา “อ้อ คนนั้นน่ะเหรอ เขาชื่อเจิ้งเซี่ยงตง ทำงานอยู่ที่คณะกรรมการน่ะ”
เขาเว้นช่วงไปอึดใจ ก่อนจะนึกถึงเรื่องของเจียงซูหลันขึ้นมาได้ “ส่วนเจียงซูหลัน... วันนี้คุณก็น่าจะได้เจอแล้ว ไอ้เด็กเวรตระกูลเจิ้งคนนี้ มันคอยตามตื๊อจ้องสหายเจียงซูหลันมาตั้งสองปีแล้ว วันนี้เดิมที—”
หากการดูตัวระหว่างเจียงซูหลันกับโจวเยว่หัวเป็นไปได้ด้วยดี ไอ้เด็กบ้านเจิ้งนั่นก็คงจะยอมถอยไปเอง
แต่ใครจะไปคาดคิด
คู่ดูตัวเพียงคนเดียวที่น่าจะช่วยปกป้องเจียงซูหลันได้ กลับถูกปัญญาชนเจียงคนนั้นแย่งชิงตัวไปเสียก่อน
แม้หัวหน้าอวี๋จะไม่ได้พูดต่อจนจบ แต่โจวจงเฟิงก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ในทันที
เขามองแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นที่กำลังเดินจากไปช้าๆ “เขาทำตัวอุกอาจขนาดนี้ ไม่มีใครคิดจะจัดการเลยเหรอครับ”
หัวหน้าอวี๋ยิ้มอย่างขมขื่น “จัดการเหรอครับ จะจัดการยังไงได้ล่ะ ไอ้เด็กบ้านเจิ้งนี่ อย่างแรกเลยคือมันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ข้อสองก็คือไม่ได้มีปัญหาเรื่องชู้สาวที่ไหน อย่างมากก็แค่เป็นพวกหน้าด้านหน้าทนที่ตามตื๊อผู้หญิงแบบไม่เกรงใจใคร แถมตัวมันเองก็เป็นคนของคณะกรรมการ ในคอมมูนใหญ่โตแห่งนี้เลยไม่มีใครอยากยื่นมือเข้าไปยุ่งด้วย”
“กลายเป็นว่ามีแค่เจียงซูหลันที่โชคร้ายไป”
เขาถอนหายใจยาว “ดูท่าทางครอบครัวเจียงคงจะปกป้องไว้ไม่ไหวแล้ว เห็นทีผู้หญิงที่เกิดมาสวยเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปจริงๆ นั่นแหละ เป็นตัวล่อปัญหาชัดๆ”
เมื่อปราศจากโจวเยว่หัวเป็นเกราะกำบัง เจียงซูหลันก็คงมีทางเลือกเดียวคือต้องจำใจแต่งงานกับอีกฝ่าย
โจวจงเฟิงรับฟังเรื่องราวทั้งหมด นิ้วมือเรียวยาวของเขาเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะอย่างไม่รู้ตัว
ในความคิดของเขา ใบหน้าที่ขาวเนียนผุดผ่องดุจหยกงาม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตอนที่เอาคืนได้สำเร็จ สุดท้ายก็หยุดนิ่งลงที่ภาพใบหน้าตื่นตระหนกจนเสียขวัญ
เพียงครู่ต่อมา เขาก็ตัดสินใจได้ “คุณพอจะช่วยจัดการนัดดูตัวระหว่างผมกับสหายเจียงซูหลันให้หน่อยได้ไหมครับ”
หัวหน้าอวี๋นึกว่าตัวเองฟังผิดไป เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายทันควัน “สหายโจว เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะครับ”
โจวจงเฟิงหันมาสบตาเขา พร้อมกับย้ำคำพูดเดิมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมอยากดูตัวกับสหายเจียงซูหลัน คุณไปช่วยผมถามเธอหน่อยได้ไหมว่าเธอเต็มใจหรือเปล่า”
หากว่าเธอเต็มใจ—
หัวหน้าอวี๋ต้องใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“สหายโจว คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ คือ... เจียงซูหลันเด็กคนนี้ ผมก็เหมือนเห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ เรื่องหน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึง ครอบครัวก็สบายๆ ไม่มีปัญหายุ่งยาก วุฒิการศึกษาก็จบมัธยมปลาย แต่ติดอยู่เรื่องเดียวคือ เด็กคนนี้ที่บ้านเลี้ยงมาแบบตามใจสุดๆ พวกงานไร่งานนาหรือการดูแลเอาใจใส่คนอื่นนี่ เธอทำไม่เป็นเลยสักอย่าง”
เขาหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะเสริมข้อมูลสำคัญอีกประโยค “แล้วภูมิหลังครอบครัวของเด็กคนนี้ก็ธรรมดามากๆ” ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับปัญญาชนเจียง
โจวจงเฟิงนึกถึงใบหน้าขาวซีดที่ฉายแววหวาดหวั่นกังวลของเจียงซูหลัน
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่เป็นไรครับ ก็เธอนั่นแหละ คุณไปถามเธอก่อนแล้วกัน”
ในเมื่อคู่ดูตัวของเธอถูกคู่ดูตัวของเขาแย่งไป
งั้นเขา—ก็แค่ชดเชยคนใหม่ให้เธอ... ก็เท่านั้นเอง
…
เจียงซูหลันไม่คิดที่จะนั่งรอคอยความตายอยู่เฉยๆ เธอใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานของพี่สะใภ้ใหญ่เจี่ยงซิ่วเจินเพียงไม่นานก็เดินออกมา
ทว่าทันทีที่ก้าวออกมา เธอก็สังเกตเห็นกลุ่มปัญญาชนและสมาชิกคอมมูนหลายคนที่เข้าร่วมกิจกรรมดูตัวในวันนี้ กำลังยืนมุงล้อมรอบใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่บริเวณโถงด้านล่างของที่ทำการกองพลน้อย
เจียงหมิ่นอวิ๋น
เจียงหมิ่นอวิ๋นที่ถูกฝูงชนรายล้อม กำลังยืนอยู่ราวกับเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจทั้งหมด
“หมิ่นอวิ๋น เธอกลับมาจากนัดดูตัวแล้วเหรอจ๊ะ”
“ดูหน้าตาสดใสเปล่งปลั่งขนาดนี้ ต้องใช่แน่ๆ เลย”
“หมิ่นอวิ๋นนี่นอกจากจะเก่งกาจแล้ว พอมาดูตัวก็ยังฉลาดเลือกผู้ชายที่ดีที่สุดในงานนี้ไปครองอีกนะ”
ทุกคนที่นั่นต่างรู้ดีว่า 'ผู้ชายที่ดีที่สุด' ที่กำลังพูดถึงนั้นหมายถึงโจวเยว่หัว
ถึงแม้ว่าโจวเยว่หัวจะเป็นพ่อม่ายที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ข้อดีอื่นๆ ของเขาก็มากมายจนกลบข้อเสียนี้ได้มิด ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาเป็นคนเมือง มีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการโรงงานเหล็กกล้าสาขาที่หนึ่ง ได้สิทธิ์กินธัญพืชปันส่วน แถมยังมีบ้านพักในเมืองอีก แค่เงื่อนไขเหล่านี้ก็มากพอที่จะทำให้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
เมื่อมีคนชื่นชม ก็ย่อมต้องมีคนแอบอิจฉา “ก็แค่แย่งคู่ดูตัวของเจียงซูหลันมาได้น่ะสิ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเอาไปอวดเลย”
ปัญญาชนหญิงคนหนึ่งที่สนิทสนมกับเจียงหมิ่นอวิ๋นจึงทนไม่ไหว “เธอพูดแบบนี้มันก็ไม่ถูกนะจ๊ะ ในเมื่อเจียงซูหลันไม่มีความสามารถรักษาไว้เอง จะมาโทษหมิ่นอวิ๋นได้ยังไง”
“แถวนี้ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าเจียงซูหลันไปดูตัวมากี่สิบครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนสำเร็จเลย คราวนี้ไม่สำเร็จอีกก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนนี่”
“อีกอย่างนะ ปัญญาชนเจียงเป็นคนเมือง แถมยังจบมหาวิทยาลัยอีก เก่งกว่าเจียงซูหลันตั้งไม่รู้กี่เท่า เป็นผู้ชายก็ย่อมต้องรู้ว่าควรจะเลือกใคร”
“ถ้าปัญญาชนเจียงเก่งกาจขนาดนั้นจริงๆ แล้วทำไมถึงต้องไปจ้างคนมาแอบทำให้เสื้อนวมของสหายเจียงซูหลันเปียกด้วยล่ะ แล้วทำไมถึงต้องให้คนไปสลับป้ายห้อง 203 กับ 204 ด้วย”
เจ้าหน้าที่คอมมูนหญิงที่เคยทำหน้าที่ยกน้ำชาในงานเมื่อครู่ เอ่ยแทรกขึ้นมา
คำพูดนั้นส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบลงทันที
ทุกคนต่างหันมองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนจะหันไปมองเจียงหมิ่นอวิ๋นเป็นจุดเดียวโดยอัตโนมัติ
เจียงหมิ่นอวิ๋นถึงกับชะงักงัน หัวใจของเธอหล่นวูบ เธอก้าวเท้าออกมาข้างหน้าเพื่อพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“ทุกคนอย่าเถียงกันเพราะฉันอีกเลยค่ะ เรื่องนี้มันจบไปแล้ว ยังไงสหายโจวเยว่หัวก็เลือกฉัน การพูดเรื่องอื่นต่อไปมันก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว”
เจียงซูหลันซึ่งเดินลงบันไดมาสมทบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เธอยืนนิ่งอยู่บนขั้นบันได แล้วจ้องมองลงไปยังร่างของเจียงหมิ่นอวิ๋น
“ปัญญาชนเจียง อะไรที่เธอเรียกว่าไม่มีความหมาย หมายความว่าเธอไม่ได้จ้างคนมาทำให้เสื้อนวมของฉันเปียก หรือว่าเธอไม่ได้จงใจให้คนไปสลับป้ายห้องเพื่อจงใจให้ฉันไปดูตัวผิดห้องอย่างนั้นเหรอ”
[จบบท]