บทที่ 258: เมนูจากมันฝรั่ง
ป้าหนิวพยักหน้ารับคำทันที พลางแสร้งทำสีหน้าหนักใจทั้งที่แววตาลอบยิ้มเยาะ “ก็ใช่น่ะสิ พายุไต้ฝุ่นเล่นงานซะหนักขนาดนั้น พัดทีเดียวผักสวนครัวเกลี้ยงแปลง ตอนนี้ในโรงอาหารของเราก็เลยเหลือแต่วัตถุดิบอย่างมันฝรั่งกองนี้เท่านั้นแหละ”
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนจนใจ แต่ใครดูก็รู้ว่านี่คือการจงใจกลั่นแกล้งและสร้างความลำบากใจให้กับเจียงซูหลันอย่างชัดเจน
เป็นที่รู้กันดีว่าเหล่าทหารในกองทัพต้องทนกินมันฝรั่งซ้ำซากมานานจนเอียนกันหมดแล้ว หากมื้อนี้มีแต่มันฝรั่งโผล่มาอีกเพียงอย่างเดียว ต่อให้แม่ครัวมีฝีมือวิเศษทำออกมาเลิศรสแค่ไหน ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นการโดนก่นด่าจนหูชาเป็นแน่
ใครมันจะไปทนไหวกับการกินมันฝรั่งทุกวัน ทุกมื้อ อาหารแบบเดิมๆ ซ้ำๆ จนแทบจะอาเจียน
วินาทีนั้นเอง ข้อความจากระบบหน้าต่างข้อความก็เด้งรัวขึ้นมาตรงหน้าเจียงซูหลันราวกับรู้สถานการณ์
【เวรล่ะ ป้าคนนี้หน้าด้านหน้าทนชะมัด กล้าดียังไงเอามันฝรั่งที่ใครๆ เขาก็เบื่อจนแทบอ้วกมาบีบให้ซูซูจนมุม】
【เล่นไม้นี้ ต่อให้ซูซูรังสรรค์เมนูออกมาอร่อยแค่ไหน อีกฝ่ายก็คงมีอคติไม่อยากกินตั้งแต่เห็นว่าเป็นมันฝรั่งแล้วแหละ】
【โอ๊ย เกลียดมนุษย์ป้าประเภทนี้ในที่ทำงานที่สุด เห็นคนอื่นได้ดีกว่าเป็นไม่ได้ ต้องหาเรื่องสกัดขาตลอด】
【+1 หน้าไม่อายเกินไปจริงๆ】
【ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรุมด่าป้าแกเลย เราลองมองอีกมุมหนึ่ง การมีแต่มันฝรั่งเพียวๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปนะ พวกเธอรู้ไหมว่าศักยภาพของมันฝรั่งคืออะไร】
【ก็คือหัวมันฝรั่งไง จะเป็นอะไรได้อีกล่ะ】
【ใครบ้างจะไม่รู้จัก】
【ใช่ มันก็คือมันฝรั่งนั่นแหละ แต่พวกเธอลืมไปแล้วเหรอว่าประเทศเรามีหลายพื้นที่ที่ใช้มันฝรั่งเป็นอาหารหลักแทนข้าว พวกเขากินกันมาทั้งชีวิตยังไม่เห็นเบื่อ แถมในต่างประเทศยังมีเมนูเด็ดอย่างเฟรนช์ฟรายส์ด้วย แค่คิดกลิ่นก็ลอยมาแล้ว ถามหน่อยว่าหอมอร่อยไหม】
【พูดถึงเฟรนช์ฟรายส์นี่ของโปรดฉันเลยนะ แต่ปัญหาก็คือเฟรนช์ฟรายส์มันต้องใช้น้ำมันทอดท่วมๆ โรงอาหารในยุคขัดสนของซูซูจะใจป้ำยอมเบิกน้ำมันมหาศาลขนาดนั้นมาทอดเหรอ ขืนทำแบบนั้นมีหวังหัวหน้าโภชนาการหัวใจวายตายแน่】
【แต่เดี๋ยวก่อน นอกจากเฟรนช์ฟรายส์ มันยังมีเมนูอื่นอีกนะ อย่างแพนเค้กมันฝรั่ง แพนเค้กมันฝรั่งเส้นใส่ไข่ หรือแพนเค้กมันฝรั่งเส้นผัดพริก เมนูพวกนี้อร่อยเหาะเลยขอบอก ฉันกินตอนเรียนมหาวิทยาลัยมาสี่ปีเต็มยังไม่เคยเบื่อสักมื้อ
เชื่อไหม ขนาดตอนนี้ทำงานทำการแล้ว ฉันยังโหยหารสชาติแพนเค้กมันฝรั่งนั่นอยู่เลย ถึงขั้นเคยลองหัดทำกินเองที่บ้านด้วยนะ วิธีก็ไม่ยาก แค่เอาแป้งอเนกประสงค์ผสมกับไข่ไก่ ตีให้เข้ากันจนเนียน
จากนั้นทีเด็ดคือเอามันฝรั่งที่ซอยเป็นเส้นฝอยๆ ใส่ลงไปคลุกเคล้า แล้วเทลงนาบบนกระทะร้อนๆ แผ่ให้เป็นแผ่นบาง เสียงฉ่าดังสนั่น ทอดจนเหลืองกรอบเกรียมทั้งสองด้าน กัดเข้าไปคำแรกสัมผัสได้ถึงความกรอบกรุบ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วปาก】
【แย่แล้ว บรรยายซะเห็นภาพเลย ฉันหิวจนท้องร้องแล้วเนี่ย】
【ฉันด้วย น้ำลายไหลแล้ว】
【อย่าเพิ่งขัดจังหวะสิพวกเธอ ฉันกำลังรอฟังสูตรเด็ดอยู่ จะจดไว้กลับไปลองทำกินเองบ้าง】
【โอเค งั้นฉันต่อเลยนะ สูตรแพนเค้กมันฝรั่งเส้นใส่ไข่นี่จะเป็นอีกสไตล์หนึ่ง คือเราจะเอาไข่กับแป้งตีผสมกัน แล้วแยกทอดในกระทะให้เป็นแผ่นแป้งบางๆ นุ่มๆ เหมือนเครป จากนั้นเอามันฝรั่งไปผัดปรุงรสจนเป็นเส้นสุกกำลังดี แล้วเอามาวางบนแผ่นแป้งม้วนห่อเข้าไป คล้ายๆ กับพวกเครปจีนหรือปอเปี๊ยะสด ชั้นนอกเป็นแป้งนุ่มหนึบหนับ ชั้นในเป็นมันฝรั่งเส้นกรุบกรอบ กัดลงไปคำเดียวได้รสสัมผัสที่ตัดกันอย่างลงตัว ทั้งหอมทั้งนุ่มนวล ถามจริงเถอะว่าเมนูแบบนี้พวกเธอจะอดใจไหวเหรอ】
【ซู้ดปาก... อยากกินใจจะขาดแล้ว】
【ยังมีอีกสูตรนะ แพนเค้กมันฝรั่งเส้นผัดพริกหยวก อันนี้คล้ายกับแบบเมื่อกี้ แต่ทีเด็ดคือเอาพริกหยวกหั่นฝอยลงไปผัดรวมกับมันฝรั่งเส้น ปรุงรสให้จัดจ้านหน่อย รสชาติจะออกมาเปรี้ยวนิดเผ็ดหน่อย เคี้ยวเพลินสะใจมาก บอกตามตรงว่าเจอแป้งม้วนไส้แบบนี้เข้าไป ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครปฏิเสธลงหรอก】
ย้อนนึกไปถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย โรงอาหารที่ต้องรองรับนักศึกษาหลายหมื่นคน กินกันมาหลายปีดีดัก แต่เชื่อไหมว่าเมนูแพนเค้กมันฝรั่งเส้นกลับเป็นเมนูยอดฮิตที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ใครมาช้าเป็นต้องอดกินทุกที
เจียงซูหลันกวาดสายตาอ่านข้อความที่ไหลผ่านหน้าต่างข้อความจนครบถ้วน ก็ต้องยอมรับในใจว่าเจ้าหน้าต่างข้อความพวกนี้เปรียบเสมือนฝนทิพย์ที่ตกลงมาโปรยปรายให้ความชุ่มฉ่ำแก่เธอในยามคับขันจริงๆ
ไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักหนาแค่ไหน เหล่าชาวหน้าต่างข้อความก็มักจะช่วยระดมความคิดเสนอทางออกใหม่ๆ ให้เธอได้เสมอ
หญิงสาวเหม่อลอยไปชั่วครู่ ในหัวกำลังประมวลผลว่าจากสารพัดเมนูมันฝรั่งที่หน้าต่างข้อความแนะนำมา เธอควรจะเลือกงัดไม้ตายไหนออกมาใช้จัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าดี
ระหว่างที่กำลังใช้ความคิด สายตาของเธอก็เผลอมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะไปสะดุดหยุดอยู่ที่กระเป๋าเสื้อคลุมตัวโคร่งของป้าหนิว คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงพลางพิจารณา
ทำไมกระเป๋าเสื้อของป้าหนิวถึงได้ดูสกปรกมอมแมมขนาดนั้น
รอยคราบดำปื้ดจนขึ้นเงาเป็นวงกว้าง
คนทำอาหารที่รักษาความสะอาดไม่ดีแบบนี้ ไม่รู้ว่าเวลาทำกับข้าวจะมีเศษฝุ่นเศษดินร่วงหล่นลงไปในหม้อมากน้อยแค่ไหน
ยิ่งคิด เจียงซูหลันก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกรังเกียจ
ดูเหมือนสัญชาตญาณของคนมีความผิดจะทำงาน ป้าหนิวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาที่จ้องมองมา จึงรีบยกมือขึ้นตะปบปิดปากกระเป๋าเสื้อของตัวเองโดยอัตโนมัติ หัวใจในอกเต้นรัวแรงราวกับกลองเพล
นังเด็กแซ่เจียงนี่มันหมายความว่ายังไง
ทำไมต้องมาจ้องกระเป๋าเสื้อเธอเขม็งขนาดนั้น
หรือว่า... หรือว่ามันรู้ระแคะระคายแล้วว่าในกระเป๋านี้มีแป้งฟู่เฉียงซ่อนอยู่
นี่มัน...
เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มหน้าผากของป้าหนิว ใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะซีดเผือดลงในทันที เธออุตส่าห์แอบขโมยเสบียงกลับบ้านอย่างแนบเนียนมาตลอด เจียงซูหลันเพิ่งจะมาใหม่แท้ๆ จะมารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
จังหวะเดียวกันนั้น ข้อความในหน้าต่างข้อความก็ระเบิดเถิดเทิงขึ้นมาอีกครั้ง
【เชี่ย! เชี่ย!】
【พวกเธอเห็นสายตาของซูซูเมื่อกี้ไหม หรี่ตามองอย่างพินิจพิเคราะห์ จ้องเป้าไปที่กระเป๋าเสื้อของป้าคนนั้นอยู่ตั้งสามสิบวินาที สีหน้าเหมือนคนรู้ทันทุกอย่างจนทะลุปรุโปร่ง】
【ก็แค่จ้องกระเป๋าเสื้อเองมั้ง เป็นท่าทางเหม่อปกติแหละ ฉันเองยังชอบเผลอมองฟันคนอื่นเวลาคุยด้วยเลย】
【มันไม่เหมือนกันย่ะ ที่เธอมองฟันชาวบ้านเพราะเธอไม่มีเจตนาแอบแฝง แต่ป้าคนนี้มันไม่ใช่คนดี หล่อนแอบขโมยแป้งฟู่เฉียงของโรงอาหาร แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อเตรียมจะแอบเอาออกไปต่างหาก】
【ซูซูคงอยากจะบอกว่า: ขืนป้ายังพูดมากอีกคำเดียว ฉันจะแจ้งจับข้อหาลักทรัพย์หลวงนะ】
เจียงซูหลัน “?”
ป้าหนิวขโมยของงั้นเหรอ
แถมยังซ่อนแป้งทำอาหารไว้ในกระเป๋าเสื้อที่ดูสกปรกโสโครกนั่นอีกต่างหาก
เจียงซูหลัน “??”
หญิงสาวชะงักค้างไปชั่วอึดใจ พอสมองประมวลผลเสร็จ วินาทีต่อมาเธอก็เบนสายตากลับไปจ้องมองกระเป๋าเสื้อของป้าหนิวอีกครั้งอย่างตั้งใจ คราบดำสกปรกขนาดนั้น แป้งที่ถูกยัดไว้ข้างในมันยังจะกินได้ลงคออีกหรือไง
ไม่กลัวท้องร่วงท้องเสียกันบ้างเลยหรือ
ป้าหนิวที่ถูกจ้องมองด้วยสายตาคมกริบราวกับจะถลกหนังหัว รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่างจนขนลุกเกรียว
เจียงซูหลันรู้ความลับเรื่องแป้งฟู่เฉียงในกระเป๋านี้แล้วแน่ๆ
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ จากคนที่เคยเป็นแกนนำในการโวยวายเสียงดัง ป้าหนิวกลับหุบปากเงียบสนิท สงบเสงี่ยมเจียมตัวราวกับนกกระทาที่เจอพายุ
ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงคัดค้านอะไรออกมาอีกแม้แต่แอะเดียว
เจียงซูหลันละสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว เรื่องแจ้งจับป้าหนิวเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้มีเรื่องเร่งด่วนกว่าคือปากท้องของเหล่าทหารที่รออยู่
เหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้ปาเข้าไปสี่โมงห้าสิบนาทีแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงนิดๆ ก็จะถึงเวลาเปิดโรงอาหารให้ทหารเข้ามาทานมื้อเย็น
เจียงซูหลันสลัดความคิดอื่นทิ้ง เริ่มลงมือบัญชาการทันที เธอกวาดตามองคนในครัวแล้วออกคำสั่งเสียงเรียบ “เอามันฝรั่งนี่แหละ ทุกคนมาช่วยกันเอามันฝรั่งพวกนี้ไปปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นเส้นให้หมด ฉันต้องการเส้นที่ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้”
สิ้นเสียงคำสั่ง ทุกคนในครัวต่างพากันทำหน้าเหวอ
ไม่คิดว่าคนอย่างเจียงซูหลันจะยอมจำนนต่อโชคชะตาง่ายดายรวดเร็วขนาดนี้
เธอไม่คิดจะโต้ตอบหรือหาทางแก้อื่นเลยเหรอ
“ทำไมล่ะ นอกจากจะเอามันฝรั่งมากดดันฉันแล้ว ตอนนี้แม้แต่สั่งให้ช่วยหั่นเส้นก็ยังสั่งกันไม่ได้แล้วหรือไง”
เจียงซูหลันตีหน้าขรึม ใบหน้าขาวเนียนเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแม้จะราบเรียบแต่กลับแฝงอำนาจกดดันบางอย่าง
ดูน่าเกรงขามจนน่าขนลุก
ไม่มีใครคาดคิดว่าแม่หนูเจียงที่ดูอ่อนหวานจะมีมุมที่เด็ดขาดจริงจังขนาดนี้ เล่นเอาใจหายวาบไปตามๆ กัน
ทุกคนรีบสลายตัวจากวงสนทนา คว้ามีดประจำกายขึ้นมาเริ่มลงมือหั่นมันฝรั่งเป็นเส้นอย่างขะมักเขม้น
ด้วยความที่เป็นแม่ครัวมืออาชีพผ่านงานมานานหลายปี มันฝรั่งเส้นที่ถูกหั่นออกมาจึงมีความละเอียดและสม่ำเสมอ เส้นหนากว่าเส้นผมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แสดงถึงทักษะมีดที่ยอดเยี่ยม
เสี่ยวหลิวที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงมีสีหน้ากังวลใจ เขาอดไม่ได้ที่จะกระซิบถาม “สหายเจียง คุณคิดจะทำเมนูจากมันฝรั่งล้วนๆ จริงเหรอ”
[จบบท]