บทที่ 347: ฟ้ากับเหว
เพียงแต่ว่า...
ทันทีที่ภาพของเจียงหมิ่นอวิ๋นผุดขึ้นมาในสมอง ใบหน้าเล็กจ้อยของโจวหยางก็ฉายแววเย็นชาออกมาวูบหนึ่ง เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วถามเสียงเรียบ
“พ่อครับ น้าเจียงดีๆ มีตั้งเยอะแยะ ทำไมพ่อไม่แต่ง ดันไปคว้าเอาเจียงหมิ่นอวิ๋นมาทำเมียเสียได้”
สำหรับโจวหยางที่มีความทรงจำจากชาติก่อน เจียงซูหลันคือนางฟ้าบนยอดพีระมิด แต่แม่เลี้ยงคนปัจจุบันอย่างเจียงหมิ่นอวิ๋นนั้น... บอกว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรยังน้อยไป
ถ้าจะให้เปรียบเทียบแบบเห็นภาพ หากเจียงซูหลันคือเพดานสูงสุดของมาตรฐานแม่เลี้ยง เจียงหมิ่นอวิ๋นก็คงเป็นระดับนรกแตกที่ขุดทะลุลงไปลึกสุดใจกลางโลก
พอโดนลูกชายจี้ใจดำเข้าให้อีกรอบ โจวเยว่หัวก็ถึงกับไปไม่เป็น แต่จะให้โกรธก็โกรธไม่ลง เพราะเด็กตรงหน้าคือลูกรักหัวแก้วหัวแหวนที่เขาภาคภูมิใจที่สุด แถมยังเป็นลูกชายอัจฉริยะที่กลับชาติมาเกิดพร้อมความทรงจำเดิม เขารู้ดีว่าสมองของลูกชายคนนี้ล้ำเลิศแค่ไหน
พ่อลูกมองตากันครู่หนึ่ง ในที่สุดโจวเยว่หัวก็ตัดสินใจพูดแบบลูกผู้ชาย
“ตอนดูตัวน่ะ น้าเจียงของแกเล่นตุกติกสลับเลขที่บ้าน พ่อถึงได้หลงไปดูตัวผิดคน อีกอย่างนะ...”
เขาขยับตัวแก้เก้อเล็กน้อยก่อนจะสารภาพความในใจ
“ตอนนั้นที่พ่อไม่ได้เลือกน้าเจียงซูหลันของแก... ลึกๆ แล้วพ่อก็มีทิฐิของตัวเองอยู่เหมือนกัน”
ในชีวิตชาติที่แล้ว พอเขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง เสียงนกเสียงกาก็เริ่มมาเข้าหู ชาวบ้านร้านตลาดพากันค่อนขอดว่าเจียงซูหลันเป็นแค่ผู้หญิงจบ ม.ปลาย วันๆ ขลุกอยู่แต่ในครัวเลี้ยงลูก ไม่คู่ควรจะเดินเคียงข้างเขา คำพูดพวกนี้ได้ยินเข้าบ่อยๆ มันก็บั่นทอนความมั่นใจ
ประจวบเหมาะกับที่ภรรยาเก่าบินกลับมาจากเมืองนอก แต่งตัวโก้หรูดูดีมีชาติตระกูล แถมยังจูงลูกชายคนเล็กของเขามาปรากฏตัวต่อหน้า ความจริงเปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่เธอหนีไปต่างประเทศ เธอไม่ได้ไปมีสามีใหม่ แต่กลับแอบคลอดลูกชายจ้ำม่ำให้เขาหนึ่งคน กัดฟันเลี้ยงลูกมาด้วยตัวคนเดียวในต่างแดน
เจอแบบนี้เข้าไป หัวใจลูกผู้ชายของโจวเยว่หัวจะไม่หวั่นไหวได้ยังไง
แต่ความซาบซึ้งก็ส่วนความซาบซึ้ง ความจริงก็คือความจริง
ก่อนที่ภรรยาเก่าจะกลับมา เขาจำเป็นต้องหาเมียสักคนมาเป็นแม่บ้านแม่เรือน คอยดูแลลูกๆ ปรนนิบัติแม่เฒ่า และจัดการเรื่องหลังบ้านให้เรียบกริบ ในชาติก่อน ทุกอย่างที่เจียงซูหลันจัดการมันดูง่ายดายไปหมด จนเขาเผลอคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่พอเปลี่ยนมือมาเป็นเจียงหมิ่นอวิ๋น... ทุกอย่างกลับกลายเป็นโหมดยากระดับนรกแตก บ้านช่องวุ่นวายไม่มีชิ้นดี
“สรุปง่ายๆ ก็คือ พ่อเห็นแก่ความสาวและความเป็นเด็กจบมหาวิทยาลัยของเจียงหมิ่นอวิ๋น ก็เลยหน้ามืดตามัวแต่งกับเขาใช่ไหมครับ”
โจวหยางสรุปความแบบไม่ต้องรักษาน้ำใจ
โจวเยว่หัวสะอึก การต้องมานั่งถกเรื่องการเลือกเมียกับลูกชายตัวเองนี่มันกระอักกระอ่วนพิลึก ยิ่งลูกชายดันฉลาดเป็นกรด รู้ทันไปเสียทุกเรื่องแบบนี้
“หยางไจ่...”
โจวเยว่หัวยกมือลูบจมูก ท่าทางจนแต้ม
“ไว้หน้าพ่อบ้างเถอะลูก”
เห็นสภาพของพ่อแล้ว โจวหยางก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด
“พ่อครับ เรื่องน้าเจียงซูหลันน่ะ... ยังพอมีทางเป็นไปได้ไหม”
ในมุมมองของนักคำนวณอย่างเขา แม่เลี้ยงที่คุ้มค่าแก่การลงทุนที่สุดก็คือเจียงซูหลัน เธอขยัน อดทน จิตใจดีงาม และมีความจริงใจ ถึงขนาดที่ว่าในชาติก่อน แม้เขาและน้องสาวจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เธอก็รักและดูแลเหมือนลูกในไส้ รักมากจนยอมเสียสละ ไม่ยอมมีลูกเป็นของตัวเองเพื่อทุ่มเทเวลาให้พวกเขาสองพี่น้อง
โจวหยางคำนวณดูแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดีเท่าเจียงซูหลัน พ่อของเขาคงถูกเปลือกนอกจอมปลอมอย่างวุฒิการศึกษาของเจียงหมิ่นอวิ๋นหลอกตาจนพลาดของดีไป
แต่โจวหยางไม่ได้โง่แบบนั้น
อีกด้านหนึ่งของบานประตู
เจียงหมิ่นอวิ๋นที่เพิ่งจะถีบลูกเลี้ยงจนคว่ำ เกิดร้อนใจกลัวความผิดเลยตามมาดูที่โรงพยาบาล พอมาถึงก็ได้ยินประโยคนี้เข้าเต็มสองหู ฟันกรามของเธอขบกันแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด
โจวหยางระลึกชาติได้!
และในสายตาของไอ้เด็กผีคนนี้ เธอมันเทียบเจียงซูหลันไม่ติดฝุ่น!
เรื่องแรกทำให้เจียงหมิ่นอวิ๋นขนลุกซู่ด้วยความกลัว แต่เรื่องหลังกลับสุมไฟโกรธในอกจนแทบระเบิด เธอมีตรงไหนด้อยกว่านังบ้านนอกนั่น? ชาติตระกูลเธอก็ดีกว่า เป็นถึงปัญญาชน การศึกษาก็สูงกว่า สถานะทางสังคมก็เหนือกว่าเห็นๆ
เอาส่วนไหนมาวัดว่าเธอสู้เจียงซูหลันไม่ได้!
บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยเริ่มตึงเครียดขึ้น หลังจากเจอคำถามรุกฆาตของลูกชาย โจวเยว่หัวก็นิ่งเงียบไปพักใหญ่ แววตาไหววูบ
“หยางไจ่ เรื่องเก่าๆ ก็ให้มันผ่านไปเถอะ พ่อกับเจียงซูหลันไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว เขาแต่งงานติดตามสามีทหารไปอยู่ที่เกาะแล้ว แถมได้ข่าวว่ากำลังตั้งท้องอยู่ด้วย”
ตอนที่พูดประโยคนี้ แม้แต่โจวเยว่หัวเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่า น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และความเสียดายลึกซึ้งขนาดไหน
จริงอยู่ว่าเจียงซูหลันการศึกษาไม่สูง แต่ความว่านอนสอนง่าย ความเป็นกุลสตรี และความงามของเธอนั้นหาตัวจับยาก เมื่อก่อนมีของดีอยู่กับตัวกลับมองไม่เห็นค่า พอต้องมาทนทุกข์อยู่กับเจียงหมิ่นอวิ๋น ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งเห็นชัดว่าเจียงซูหลันนั้นล้ำค่าแค่ไหน
คำตอบของพ่อทำเอาโจวหยางไหล่ตกด้วยความผิดหวัง
“ไปตามกลับมาไม่ได้จริงๆ เหรอครับ”
เขามองอนาคตแล้วมืดมน ถ้าต้องโตมาในเงื้อมมือของเจียงหมิ่นอวิ๋น เขาและน้องสาวจะเอาตัวรอดไปถึงจุดสูงสุดเหมือนชาติที่แล้วได้ยังไง แต่ถ้าเป็นเจียงซูหลัน... เขาการันตีได้เลยว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องได้ดีเท่าเดิม เผลอๆ อาจจะรุ่งโรจน์กว่าเดิมด้วยซ้ำ
“หยางไจ่...”
โจวเยว่หัวส่ายหน้าช้าๆ
“แกเลิกเพ้อเจ้อ แล้วพัก...”
ปัง!
ประตูห้องพักผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เจียงหมิ่นอวิ๋นยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น ดวงตาจ้องมองสองพ่อลูกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“คิดจะเขี่ยฉันทิ้ง แล้วให้พ่อแกไปแต่งกับนังแพศยาคนอื่นงั้นสิ? โจวหยาง แกนี่มันเด็กนรกชัดๆ ใจคออำมหิตจริงๆ!”
เสียงตวาดแหลมสูงเรียกสายตาของทุกคนในห้องรวมให้หันมามองเป็นตาเดียว ในชาติก่อน โจวหยางคืออัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ต่างก้มหัวให้ เขาไม่เคยต้องมาทนรับสายตาสอดรู้สอดเห็นและรังเกียจแบบนี้มาก่อน ความอับอายทำให้เขารู้สึกอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นๆ
“น้าเจียง...”
“เจียงหมิ่นอวิ๋น!”
โจวเยว่หัวตวาดสวนขึ้นมาเสียงดัง
“คุณเลิกบ้าสักทีได้ไหม ถ้าไม่ใช่เพราะแม่เลี้ยงใจยักษ์อย่างคุณถีบหยางไจ่จนกระเด็น ลูกผมจะได้มานอนหยอดน้ำเกลืออยู่แบบนี้ไหม!”
ประโยคเดียว เปลี่ยนกระแสสังคมในห้องทันที สายตาตำหนิพุ่งเป้าไปที่หญิงสาว แต่เจียงหมิ่นอวิ๋นไม่สะทกสะท้าน เธอแสยะยิ้มเย็นชา
“คิดจะเขี่ยฉันทิ้งเพื่อเปิดทางให้คนใหม่เหรอ ฝันกลางวันไปเถอะ!”
จะให้เธอปรนนิบัติพัดวีคนบ้านโจวเหมือนคนใช้ ไม่มีทางซะหรอก! แต่ถ้าคิดจะทำลายชีวิตเธอ แล้วหวังจะสลัดเธอทิ้งไปเสวยสุขกันง่ายๆ...
ฝันไปเถอะ!
ต่อให้ต้องตายตกไปตามกัน เธอก็จะกอดคอพวกมันลงนรกไปด้วย จะทรมานให้ตายกันไปข้างหนึ่ง!
ตัดภาพมาที่เกาะอันห่างไกล
ทันทีที่วางสายโทรศัพท์ โจวจงเฟิงก็เริ่มปฏิบัติการทันที เขาเดินเรื่องเขียนรายงานขออนุมัติอย่างรวดเร็วฉับไว เพราะการจะพาคนนอกขึ้นมาพักในเขตบ้านพักข้าราชการทหารนั้น กฎระเบียบเคร่งครัด ต้องมีการตรวจสอบประวัติและความปลอดภัยอย่างละเอียด
เมื่อเรื่องเอกสารเรียบร้อย เขาก็ใช้เส้นสายของสหายร่วมรบเก่า วิ่งเต้นหาตั๋วนอนรถไฟจากเมืองผิงเซียงมายังเกาะได้สองใบ
ส่วนเรื่องการเดินทางมารับช่วงต่อ เขาติดภารกิจต้องดูแลเจียงซูหลันที่กำลังท้องกำลังไส้ ปลีกตัวไปไหนไม่ได้ สุดท้ายจึงมอบหมายให้เฉาโหวเป็นคนเดินทางไปรับที่สถานีเมืองกวางโจว
ทุกขั้นตอนถูกจัดการอย่างเงียบเชียบและรัดกุม โดยที่เจียงซูหลันไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย
[จบบท]