บทที่ 53: ปล่อยฉันไปเถอะ
“ทำไมเหรอซูหลัน ทำไมกัน ผมดูแลเธอไม่ดีพอหรือยังไง”
คำถามนั้นพรั่งพรูออกมาจากปากของเจิ้งเซี่ยงตง เขายังคงจ้องมองเธอไม่วางตาด้วยแววตาที่สั่นระริก เจ็บปวดราวกับว่าเขาอยากจะควักหัวใจของตัวเองออกมาให้เธอเห็นเสียเดี๋ยวนั้น
“ไม่ใช่ทั้งนั้น” เจียงซูหลันส่ายหน้าปฏิเสธ แม้แต่เสียงของเธอเองก็ยังสั่นเครือไม่ต่างกัน “เจิ้งเซี่ยงตง ฉันกลัวคุณ”
นั่นคือความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของเธอมาโดยตลอด ความกลัวนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันฝังรากลึกในใจของเธอมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน ภาพของเขาในวันนั้นยังคงชัดเจน และมันกลายเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอดเวลา
ตลอดชีวิต 22 ปีของเธอ เจิ้งเซี่ยงตงคือที่มาของฝันร้ายทั้งหมดที่เธอต้องเผชิญ
คำตอบนั้นรุนแรงราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของเจิ้งเซี่ยงตง เขานิ่งงันไปชั่วขณะ เพียงเพราะว่ากลัวเขาอย่างนั้นหรือ คือเหตุผลที่เธอปฏิเสธเขามาโดยตลอด
“ทำไมคุณต้องกลัวผมด้วยล่ะซูหลัน ในเมื่อผมไม่เคยทำร้ายคุณเลยสักครั้ง”
จริงอยู่ที่เขาไม่ได้ลงไม้ลงมือทำร้ายเธอโดยตรง แต่การกระทำของเขากลับเลวร้ายยิ่งกว่า การที่เขาจงใจใช้งูเขียวหางไหม้มาข่มขวัญเธอในวันนั้น การเป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้ท่านอาจารย์ใหญ่ที่เธอเคารพรักต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ และการคอยหาเรื่องรังแกคนในครอบครัวของเธออย่างไม่ลดละ
เจิ้งเซี่ยงตงใช้อิทธิพลของเขาเล่นงานพี่ชายคนที่สามของเธออย่างหนัก พี่สามถูกกลั่นแกล้งจนแทบไม่มีคะแนนงานเหลือ สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมการผลิตก็พากันรังเกียจและกีดกันเขา ทำให้สถานการณ์ในครอบครัวของพี่สามย่ำแย่จนเกือบจะไม่สามารถเลี้ยงดูภรรยาและลูกๆ ของตัวเองไหว
เขาทำให้พี่ชายคนที่สองของเธอเกลียดชังเขาเข้ากระดูกดำ จนทุกครั้งที่เผชิญหน้ากัน พี่รองก็แทบอยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าเขาให้แหลกคามือ และเขาทำให้พ่อกับแม่ของเธอต้องตกอยู่ในความวิตกกังวล พลิกตัวไปมานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวงว่าเมื่อไหร่เขาจะหาเรื่องมาให้ครอบครัวอีก
เรื่องทั้งหมดนี้ มันยังไม่นับว่าเป็นการทำร้ายเธอีกหรือ
คำพูดที่สวนกลับมานั้น ทำให้เจิ้งเซี่ยงตงถึงกับหยุดชะงักไปในทันที
เขา เขาเพียงแค่นึกว่าการกระทำเหล่านั้นจะดึงดูดความสนใจของเจียงซูหลันได้ จะทำให้เธอหันมามองเขาและจดจำเขาได้อย่างชัดเจนมากกว่าผู้ชายคนอื่นๆ
แต่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยแม้แต่น้อย ว่าทุกสิ่งที่เขาตั้งใจทำลงไป เมื่อมันไปถึงตัวเจียงซูหลัน มันกลับกลายเป็นความหวาดกลัวที่เธอมีต่อเขาอย่างสุดหัวใจ
รอยยิ้มขมขื่นจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจิ้งเซี่ยงตง
ขณะที่เจียงซูหลันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า เธอตัดสินใจหันไปคว้ามือของโจวจงเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ มาจับไว้แน่น นิ้วมือทั้งสิบของพวกเขาสอดประสานกัน ก่อนที่เธอจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจิ้งเซี่ยงตงอีกครั้ง
“เจิ้งเซี่ยงตง คุณกลับไปเถอะ ฉันแต่งงานแล้ว ฉันแต่งงานกับทหาร และถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะทำแบบนี้ต่อไป สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มันคือการทำลายชีวิตคู่ของทหาร”
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายเริ่มต้นจับมือก่อน และยังเป็นการกุมมือที่สื่อถึงความแน่วแน่และต้องการปกป้องอย่างชัดเจน
ภาพนั้นทำให้เจิ้งเซี่ยงตงเบิกตากว้าง เขายืนนิ่งราวกับถูกสาป นี่มันไม่เหมือนกับภาพที่เขาเห็นโจวจงเฟิงเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปจับเจียงซูหลันก่อนหน้านี้เลยสักนิด
นี่มันคือการที่เจียงซูหลันเป็นฝ่ายเริ่มต้นด้วยตัวเอง
ผู้ชายที่ปกติมักจะทำตัวเป็นไอ้หน้ามึนมาตลอด คนที่ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดินที่ไหน เมื่อมาประสบกับสถานการณ์นี้เข้า ใบหน้าของเขาก็เริ่มแสดงอาการสับสนและลนลานออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาถึงกับพูดจาไม่เป็นภาษา
“เจียงซูหลัน ผมผิดไปแล้ว ผมรู้แล้วว่าผมผิด ต่อไปนี้ผมจะไม่แกล้งคุณอีกแล้ว ผมสาบาน ผมจะไม่ขู่คุณอีกแล้ว คุณ... อย่าพูดกับผมแบบนี้เลยนะ”
คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกราวกับว่า เขากำลังจะสูญเสียเจียงซูหลันไปจริงๆ เสียแล้ว มันคือการสูญเสียไปตลอดกาลอย่างไม่มีวันได้กลับคืน
เจียงซูหลันกลับตีหน้าเย็นชา ใบหน้าขาวนวลของเธอดูเฉยเมยไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ “เจิ้งเซี่ยงตง ฉันแต่งงานแล้ว และฉันก็มีคนที่ฉันชอบแล้ว ขอร้องล่ะ ช่วยไปให้ไกลๆ จากชีวิตฉันหน่อยได้ไหม ฉันว่าฉันพูดชัดเจนมากพอแล้วนะ”
แต่งงานแล้ว!
มีคนที่ชอบแล้ว!
ราวกับมีระเบิดลูกใหญ่ถูกจุดขึ้นกลางสมองของเจิ้งเซี่ยงตง
เขามึนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามเค้นรอยยิ้มที่ดูฝืดเฝื่อนออกมา “ซูหลัน คุณอย่ามาล้อเล่นแบบนี้สิ คุณจะไปชอบผู้ชายคนนี้ได้ยังไงในเมื่อพวกคุณเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน คุณกำลังโกหกผมอยู่ใช่ไหม”
“คุณต้องโกหกผมแน่ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนลงและแหบพร่าอย่างน่าใจหาย “ซูหลัน คุณอย่าแต่งงานเลยนะ อย่าแต่งงานเลยได้ไหม ผมขอร้องล่ะ”
ผู้ชายที่เคยยโสโอหังและไม่เห็นใครอยู่ในสายตามาตลอด บัดนี้กลับใช้โทนเสียงที่ฟังดูน่าสงสารและเวทนาอย่างที่สุด
มันราวกับว่า เพียงแค่เจียงซูหลันออกคำสั่งแค่คำเดียว ต่อให้เป็นการสั่งให้เขาไปตาย เขาก็จะยอมทำมันโดยไม่มีการโต้แย้งใดๆ
ท่าทีที่เปลี่ยนไปนั้น ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ประหลาดใจไปตามๆ กัน ไม่ต้องพูดถึงตัวเจียงซูหลันเลย เธอหลับตาลงช้าๆ เพื่อซ่อนความรู้สึก “เจิ้งเซี่ยงตง ต่อให้ฉันยังไม่ได้แต่งงาน หรือต่อให้ฉันต้องไปบวชเป็นแม่ชี ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับคุณ”
“ปล่อยฉันไปเถอะ แล้วก็ปล่อยตัวคุณเองไปด้วย”
พวกเขาไม่เคยเหมาะสมกันเลยแม้แต่น้อย
คำพูดที่เด็ดขาดนั้น ทำให้ใบหน้าของเจิ้งเซี่ยงตงซีดเผือดราวกับกระดาษที่ไร้สีเลือด พลังชีวิตทั้งหมดราวกับถูกสูบออกไปจากร่างจนหมดสิ้น เจิ้งเซี่ยงตง ผู้ชายที่ไม่เคยเสียน้ำตาแม้ว่าจะต้องเจ็บตัวเลือดตกยางออกแค่ไหนก็ตาม
แต่ในตอนนี้ เขากลับไม่สามารถอดทนต่อไปได้ไหว เขาผงะถอยหลังไปหลายก้าว ขอบตาของเขาเริ่มแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด “เจียงซูหลัน เจียงซูหลัน...”
ความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจมันถาโถมเข้ามาในอกอย่างรุนแรง จนเขาไม่สามารถพูดจาให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้อีกต่อไป
เขาทำได้เพียงแค่ ตะโกนเรียกชื่อของเจียงซูหลันซ้ำไปซ้ำมา ราวกับว่าการทำแบบนั้น จะช่วยให้เขาสามารถสลักชื่อของเธอลงไปในกระดูกของเขาได้ตลอดกาล
【น่าสงสารจัง ตัวร้ายสุดหล่อที่ดูจิตๆ คนนี้ ทำไมชีวิตน่าสงสารทั้งในจอและนอกจอเลย】
【ฉันก็ว่าเหมือนกัน ในละครเขาอายุสามสิบกว่าๆ พวกเธอว่า ถ้าเขาโดนซูซูกระตุ้นหนักๆ แบบนี้ เขากลับไปคืนนี้เขาจะไม่เป็นอะไรตายไปเลยใช่ไหม】
【+1 ฉันก็สงสัยว่าเขาอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่พ้นคืนนี้เหมือนกัน ก็ซูซูคือทั้งชีวิตของเขานี่นา】
【ตอนที่ซูซูแต่งงานกับโจวเยว่หัว มันก็พรากชีวิตเขาไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขาทิ้งอาชีพการงานดีๆ ของตัวเองไป ยอมโดนคนอื่นแก้แค้นกลับโดยไม่คิดจะต่อสู้ขัดขืนเลย สุดท้ายก็เลยตายตอนอายุสามสิบกว่าๆ พูดจริงๆ นะ ถ้าเขาไม่ตายไปซะก่อน ซูซูคงไม่ลำบากขนาดนั้นหรอก ไม่โดนพวกบ้านโจวรังแกจนต้องระเหเร่ร่อนไปเป็นขอทานข้างถนนแน่ๆ】
【ไม่น่าใช่นะ พวกเธอจำไม่ได้เหรอ ตอนที่เจิ้งเซี่ยงตงตาย นอกจากส่วนที่เขาทิ้งไว้ให้พ่อแม่แล้ว ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่เหลือเขายกให้เจียงซูหลันหมดเลยนะ ถ้ามีเงินมหาศาลขนาดนั้น ซูซูจะกลายเป็นคนเร่ร่อนข้างถนนได้ยังไง】
ข้อความนี้ ทำให้หน้าต่างข้อความเงียบไปพักใหญ่
【เฮ้ยจริงดิ ทำไมฉันไม่เห็นฉากนี้เลย】
【ฉันก็ไม่เห็น】
【มันเป็นฉากที่ซ่อนไว้ ตอนที่เจิ้งเซี่ยงตงใกล้ตายน่ะ สิ่งเดียวที่เขาทำก็คือไปธนาคารเพื่อทำพินัยกรรม ผู้รับมรดกส่วนที่ใหญ่ที่สุดก็คือซูซู ตอนนั้นกล้องแพนผ่านแค่แวบเดียวตรงท้ายกระดาษ เห็นแค่ชื่อเจียงซูหลันสามคำ แล้วก็ตัดฉากไปเลย ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ไม่เห็นหรอก】
【ยิ่งคิดยิ่งน่ากลัว ซูซูไม่เคยรู้เรื่องเงินก้อนนี้เลย แล้วเงินก้อนนั้นมันไปตกอยู่ที่ใครล่ะ】
ข้อความนี้ ทำให้หน้าต่างข้อความเงียบกริบไปอีกครั้ง
【ฉันมีทฤษฎีเดาๆ อยู่ในใจนะ】
【ฉันก็เหมือนกัน】
เจียงซูหลันอ่านข้อความทั้งหมดบนหน้าต่างข้อความจนจบ เธอยังรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย เจิ้งเซี่ยงตงตายตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนั้นเลยหรือ
เป็นเพราะเธอ หรือเป็นเพราะคนที่มาแก้แค้นเขากันแน่
หรืออาจจะเป็นเพราะทั้งสองเหตุผลนั้นรวมกัน
แต่เมื่อคิดดูแล้ว เจิ้งเซี่ยงตงในปีนี้ก็อายุ 24 ย่าง 25 แล้ว ถ้าจะให้ถึงอายุสามสิบกว่าๆ อย่างที่หน้าต่างข้อความว่า มันก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น
ตามหลักเหตุผลแล้ว การที่เจิ้งเซี่ยงตงตาย เจียงซูหลันควรจะดีใจและยินดีเป็นที่สุด เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจไร้กังวลเสียที
แต่พอถึงเวลาที่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ เธอกลับรู้สึกแปลกๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่สับสนและอึดอัด
นี่มันเป็นเพราะว่า เขายอมยกมรดกทั้งหมดให้เธอก่อนตายอย่างนั้นหรือ เธอถึงได้รู้สึกใจอ่อนและลังเลใจที่จะยินดีกับการจากไปของเขา
เจียงซูหลันเริ่มไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป สายตาที่เธอมองไปยังเจิ้งเซี่ยงตงในตอนนี้ จึงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะอธิบายได้
[จบบท]