บทที่ 93: พวกค้ามนุษย์
หญิงคนนั้นทำท่าจะหันหลังเดินจากไป ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่กะทันหันอย่างไม่น่าเชื่อ การที่เธอเปลี่ยนใจกลับคำมันเกิดขึ้นเร็วเกินไปจริงๆ
แต่คนที่ไวกว่าคือโจวจงเฟิง เขาเหยียดรองเท้าหนังสามท่อนของเขาออกไปขวางทางเดินของอีกฝ่ายไว้ หญิงคนนั้นไม่ทันสังเกตเห็นเลยสะดุดเข้าอย่างจัง และในวินาทีที่ร่างของเธอกำลังจะเสียหลักล้มลงนั่นเอง โจวจงเฟิงก็อาศัยจังหวะที่ทั้งตาไวและมือไว คว้าตัวเด็กในอ้อมอกของเธอมาได้สำเร็จ ก่อนจะส่งต่อไปให้เจียงซูหลันในทันที
จังหวะเดียวกับที่ผู้หญิงคนนั้นอ้าปากเตรียมจะกรีดร้อง เขาก็ใช้สันมือสับลงบนต้นคอของเธออย่างรวดเร็วและแม่นยำ การจู่โจมครั้งนี้ทำให้หญิงคนนั้นถึงกับตาพร่าลาย รู้สึกมึนงงไปหมดทั้งหัว
ความโกลาหลที่เกิดขึ้นดึงดูดความสนใจของพนักงานรถไฟที่อยู่แถวนั้น
"เกิดอะไรขึ้นคะ"
โชคยังดีที่พวกเขากำลังอยู่ในตู้รถไฟตู้สุดท้าย ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับพนักงานบนรถไฟใช้พักผ่อน โจวจงเฟิงจึงใช้มือข้างหนึ่งบีบคอของเธอไว้แน่น ป้องกันไม่ให้เธอส่งเสียงใดๆ ออกมาได้
"เธอเป็นพวกค้ามนุษย์ครับ"
พนักงานรถไฟที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับตกใจ เธอรีบดึงม่านกั้นชั่วคราวบนรถไฟปิดลงทันที เพื่อป้องกันสายตาจากคนภายนอกที่อาจมองเข้ามาเห็น
เจียงซูหลันรับเด็กมาอุ้มไว้ เธอรีบเปิดผ้าห่มนวมออกดูอย่างรวดเร็ว ก็พบเด็กน้อยที่ใบหน้าเริ่มซีดจนกลายเป็นสีเขียว เด็กคนนี้อายุราวๆ 3 ขวบ เครื่องหน้าดูดี เป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาน่ารักมากคนหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดเขียวจนน่ากลัว
เจียงซูหลันพอมีความรู้เรื่องการช่วยชีวิตและหลักการใช้ยาอยู่บ้าง เธอจึงรีบวางเด็กลงบนเก้าอี้แล้วจัดท่าให้เขานอนราบ จากนั้นก็ยกมือขึ้นไปอังที่ปลายจมูกของเด็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ว่ายังมีลมหายใจอยู่ เธอก็ค่อยถอนหายใจออกมาเบาๆ
เธอใช้นิ้วมือกดลงไปบริเวณร่องใต้จมูกของเด็กชาย แต่ก็ไม่กล้าออกแรงมากนักเพราะกลัวว่าเด็กจะเจ็บ ทว่าการกดจุดลักษณะนี้ย่อมทำให้เจ็บอยู่ดี เด็กน้อยจึงร้อง "แง" ออกมาเสียงดัง
พอได้ยินเสียงร้องไห้นั้น เจียงซูหลันก็ค่อยโล่งอก เธอหันไปพูดกับพนักงานรถไฟ
"สหายคะ เด็กคนนี้คือคนที่ผู้หญิงคนนั้นลักพาตัวมาค่ะ ตลอดทางที่มานี่ เธอเอาเด็กยัดไว้ในผ้าห่มผืนเล็กๆ แล้วก็ห่อปิดไว้ซะแน่นเลย"
ถ้าปล่อยไว้แบบนี้นานกว่านี้ เด็กคงจะขาดอากาศหายใจไปแล้ว หากเธอมาช้าไปกว่านี้เพียงก้าวเดียว เจียงซูหลันไม่อยากจะนึกภาพผลลัพธ์ที่ตามมาเลยจริงๆ
พนักงานรถไฟที่อยู่ข้างๆ พอได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจัด เธอรีบปรี่เข้าไปช่วยโจวจงเฟิงจับกุมหญิงคนร้ายคนนั้นทันที พวกเขากดเธอลงกับพื้นจนขยับตัวไปไหนไม่ได้
บัดนี้ หญิงค้ามนุษย์ได้สติกลับมาเต็มที่แล้ว เพียงแต่ในปากของเธอยังคงมีผ้าขนหนูอุดอยู่ เธอจึงทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ขณะจ้องมองเจียงซูหลันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าคนอย่างเธอจะต้องมาพลาดท่าเสียทีให้กับภรรยาชาวบ้านตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางผิวขาวสะอาดสะอ้านคนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยิ่งนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอเป็นพวกค้ามนุษย์ ทั้งๆ ที่ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอไม่เคยเอาเด็กออกมาให้ใครเห็นเลยแม้แต่น้อย
"ยังจะมองอีกเหรอ"
พนักงานรถไฟตะโกนพลางเตะเข้าไปที่แผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นทีหนึ่ง
แต่เธอก็ยังไม่หายโมโห
"คนอย่างพวกแกนี่ มันน่าจะโดนสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น"
ตัวเธอเองก็เป็นแม่คนเหมือนกัน ยิ่งทำงานอยู่บนรถไฟแบบนี้ ไม่รู้ว่าในแต่ละปีต้องมาเจอกับเด็กที่ถูกลักพาตัวไปมากี่รายต่อกี่ราย เด็กทุกคนที่ถูกลักพาตัวไป หมายถึงครอบครัวที่แตกสลายอยู่เบื้องหลัง
หญิงค้ามนุษย์โดนเตะจนเซ แต่เธอก็ยังคงจ้องเจียงซูหลันอย่างเคียดแค้น เธอทำงานสายนี้มาหลายปี ทำอะไรก็ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ แต่วันนี้กลับต้องมาพลาดท่าให้กับภรรยาชาวบ้านตัวเล็กๆ ที่เธอเคยดูถูกดูแคลน ตอนนี้เธอเกลียดเจียงซูหลันมากจนอยากจะจับอีกฝ่ายมาหั่นทั้งเป็น
เจียงซูหลันยังคงอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนเพื่อปลอบโยนเขา เธอเม้มริมฝีปากแน่น ปล่อยให้หญิงคนนั้นจ้องมองต่อไป ก่อนจะกล่าวเสริมขึ้นมาว่า
"ผู้หญิงค้ามนุษย์คนนี้มีพรรคพวกอยู่ด้วยค่ะ แล้วก็ไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วย"
พอสิ้นเสียงของเธอ ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียวกัน โจวจงเฟิงเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย แต่พอนึกย้อนไปว่าเจียงซูหลันพยายามใช้สารพัดวิธีเพื่อล่อให้คนร้ายมาที่ห้องพักพนักงานแห่งนี้ เขาก็รู้ว่ามันต้องมีเหตุผลแน่ๆ ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องนี้นี่เอง
หญิงค้ามนุษย์คนนั้นแทบจะกลายเป็นบ้า เธอไม่คิดเลยว่าเจียงซูหลันจะสังเกตเห็นแม้กระทั่งเรื่องนี้
"รีบสารภาพมา ว่าแกมีพรรคพวกกี่คน แล้วพวกมันอยู่ที่ไหน"
พนักงานรถไฟกดตัวเธอไว้พลางสอบสวน
หญิงค้ามนุษย์แค่นเสียงหัวเราะเยาะ ก่อนจะถ่มน้ำลายใส่พนักงานรถไฟ
"เพ้ย ฝันไปเถอะ"
เสียงของเธอดังอู้อี้ไม่ชัดเจน
เธอไม่มีวันทรยศพรรคพวกของตัวเองเด็ดขาด ถ้าเธอหักหลังเพื่อนร่วมขบวนการเมื่อไหร่ เธอก็จะไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกต่อไป
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ให้ความร่วมมือ พนักงานรถไฟทุกคนจึงเริ่มรู้สึกกังวลใจ เพราะเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก็จะถึงสถานีถัดไปแล้ว หากผู้หญิงคนนี้หายตัวไปนานๆ พรรคพวกคนอื่นๆ ของเธอจะต้องรู้ตัวแน่
โจวจงเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"หรือเราจะลองเริ่มตรวจค้นทีละตู้โดยสาร โดยเน้นไปที่คนที่อุ้มเด็กมาด้วยดีไหมครับ"
พนักงานรถไฟส่ายหน้า
"พวกค้ามนุษย์พวกนั้นฉลาดเป็นกรดเลยค่ะ ถ้าเราเริ่มตรวจค้นเมื่อไหร่ พวกนั้นได้กลิ่นไม่ดี ก็จะรีบหนีไปทันที"
พอพวกมันหนี ก็จะเกิดความวุ่นวายขึ้นบนรถไฟ เผลอๆ ยังไม่ทันจะถึงสถานีหน้า พวกมันก็อาจจะกระโดดลงจากรถไฟไปก่อนก็ได้ สถานการณ์ตอนนี้จึงตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เจียงซูหลันพลันพูดขึ้นมา
"ฉันรู้ค่ะ ว่าพรรคพวกของเธออยู่ที่ไหน"
พอเธอพูดจบ หญิงค้ามนุษย์ถึงกับนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเยาะออกมา
เป็นไปไม่ได้น่า เธอเพิ่งจะเดินผ่านตู้โดยสารมาแค่สองตู้ อย่างมากที่สุดก็คงจะมีแค่เหล่าสืออี ที่เจียงซูหลันถามว่าเป็นสามีของเธอหรือเปล่าเท่านั้นที่อาจจะถูกเปิดโปง ส่วนคนอื่นๆ เธอไม่ได้เดินผ่านเจียงซูหลันมาด้วยซ้ำ เจียงซูหลันไม่มีทางรู้เรื่องได้เลย
จริงๆ แล้ว เจียงซูหลันเองก็กำลังลังเลใจอยู่ไม่น้อย ว่าเธอควรจะพูดออกไปดีหรือไม่ ถ้าเธอไม่พูด เธอก็จะปลอดภัย ไม่มีใครสงสัยเธอ แต่เด็กๆ อีกสิบกว่าคนบนรถไฟขบวนนี้ ก็อาจจะไม่มีโอกาสรอดอีกเลย
ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะบนหัวของผู้หญิงค้ามนุษย์คนนั้น กำลังมีหน้าต่างข้อความปรากฏขึ้นมา
【ฉันกลับมาแล้วจ้า อุตส่าห์ไปสืบมาให้เลยนะว่าบนรถไฟขบวนนี้มีพวกค้ามนุษย์กี่คน พอไปเช็กดูเท่านั้นแหละ โอ้โห ไม่ธรรมดาเลย】
【ตกใจ! อยากรู้เหมือนกัน รีบเล่ามาเลย】
【ตู้ที่ 1 แถวที่ 7 ผู้ชายที่อุ้มเด็กอยู่ ตู้ที่ 3 แถวที่ 4 สองสามีภรรยาที่อุ้มเด็กมาคนละคน ตู้ที่ 7 แถวที่ 12 หญิงชราที่อุ้มเด็ก และตู้ที่ 9 แถวที่ 8 ผู้หญิงวัยกลางคนที่อุ้มเด็กอยู่】
【เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่จุดจบไม่ดีเลย แต่เด็กที่ซูซูช่วยไว้ได้คนนี้แหละ คือคนที่พื้นเพครอบครัวดีที่สุด แต่ก็น่าสงสารที่สุดเหมือนกัน】
【ปู่ของเด็กคนนี้เป็นถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง พ่อแม่ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน พวกค้ามนุษย์เลยต้องวางแผนอย่างดี เพื่อหนีการตามล่าของครอบครัวนี้ โดยตั้งใจลักพาตัวเด็กจากทางใต้ไปขายต่อที่มณฑลตง แต่โชคร้ายที่ครอบครัวที่มณฑลตงดันเปลี่ยนใจไม่รับเด็ก พวกมันเลยต้องเสี่ยงอีกครั้ง กะว่าจะพาไปขายที่มณฑลกว่างแทน】
【แต่เด็กคนนี้ดื้อมาก ไม่ยอมเชื่อฟังใคร เลยถูกส่งต่อกันไปหลายทอด สุดท้ายเพราะดื้อด้านไม่ยอมโดนสั่งสอน ก็เลยถูกขายต่อไปให้หัวหน้าแก๊งที่เลวที่สุด พอไปถึงมือหัวหน้าแก๊งคนนั้น เด็กคนนี้ก็โดนทุบขาจนหัก แล้วก็ถูกโยนไปนั่งขอทานอยู่ข้างถนน ความดื้อรั้นของเด็กคนนี้ค่อยๆ หายไปทีละนิด พร้อมๆ กับจำนวนครั้งที่โดนทุบตี สุดท้าย เขาก็กลายเป็นแค่ขอทานเด็กที่พูดเป็นอยู่ประโยคเดียวว่า 'ขอให้คนดีมีแต่ความสุข'】
[จบบท]