บทที่ 191: ผมมารับคุณกลับบ้าน
ลั่วเยี่ยนชิงกำลังจะเดินไปชะเง้อคอมองหาภรรยาที่หน้าประตูบ้าน ด้วยความคิดว่าป่านนี้เธอน่าจะกลับมาได้แล้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวเท้าพ้นจากห้องนั่งเล่นดี เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่คุ้นหูเป็นอย่างยิ่งก็ดังแว่วมาจากบ้านของเหวินซือหย่วนซึ่งอยู่ติดกัน
พอเขาเดินไปจนถึงแนวรั้วที่กั้นระหว่างบ้านทั้งสองหลัง ลั่วเยี่ยนชิงก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป และยิ่งเมื่อได้ยินชัดเจนว่าภรรยาตัวน้อยของเขากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาพลันเรียบตึงไร้อารมณ์ขึ้นมา
ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ เขาก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูรั้วบ้านของตัวเองทันที
“ได้เลยครับ ผมจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้พี่สะใภ้ฟังเดี๋ยวนี้…” เหวินซือหย่วนต้องข่มความรู้สึกอับอายเอาไว้ พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยน เขาเล่าเรื่องที่ซูม่านเพียงแค่บ่นพึมพำเรื่องไร้สาระตอนที่อยู่บ้านเฉยๆ แต่แล้วลูกสาวของเขาเหวินเยว่ดันบังเอิญไปได้ยินเข้า ใครจะไปคาดคิดว่าแค่คำพูดไม่กี่ประโยคที่หลุดออกมาจากปาก จะสามารถสร้างความวุ่นวายใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้
หลังจากที่เหวินซือหย่วนอธิบายจนจบ เจียงหลีก็ละสายตาจากเขาแล้วหันไปเผชิญหน้ากับซูม่านโดยตรง “สหายซูคะ ฉันกับคุณเราไม่ได้มีเรื่องบาดหมางหรือโกรธเคืองอะไรกันมาก่อน แล้วทำไมคุณถึงต้องนินทาฉันลับหลังในทางเสียๆ หายๆ ด้วยล่ะคะ ถ้าจะให้พูดกันตามตรง ตั้งแต่ที่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพักข้าราชการแห่งนี้ เราสองคนแทบจะไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำไป จริงไหมคะ”
“สหายเจียง ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วยคะ ฉันก็แค่เบื่อๆ อยู่บ้านเลยพูดเรื่องไร้สาระไปสองสามประโยคเท่านั้นเอง มันจำเป็นถึงขนาดที่คุณต้องบุกมาถึงบ้านเพื่อคาดคั้นเอาความผิดกันเลยเหรอ”
ซูม่านยังคงกล่าวต่อไปด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน “อีกอย่าง เหวินเยว่ลูกสาวของฉันยังเล็กนัก เธอไม่รู้ความอะไรหรอกค่ะ ก็แค่เผลอเอาคำพูดเหลวไหลที่ฉันพลั้งปากพูดออกไปมาเล่าต่อ ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเหมือนกัน แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ฉันจะกล่าวคำขอโทษกับคุณสักครั้งก็คงจะเพียงพอแล้วใช่ไหมคะ”
ซูม่านไม่มีท่าทีสำนึกผิดแม้แต่น้อย กลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน เธอยังคงเชิดหน้าสบตากับเจียงหลีอย่างไม่เกรงกลัว
“คุณแค่พูดเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับฉันที่บ้านอย่างนั้นเหรอคะสหายซู ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะว่าฉันไปทำอะไรให้คุณเข้าใจผิดว่าฉันเกลียดการที่คนอื่นมาดูโทรทัศน์ที่บ้าน แล้วอะไรที่ทำให้คุณเข้าใจผิดไปได้ว่าฉันรำคาญเวลาที่มีคนมาดูโทรทัศน์ที่บ้านกันล่ะ”
คำถามที่ยิงตรงมาอย่างต่อเนื่องของเจียงหลีทำให้ซูม่านถึงกับไปไม่เป็นอยู่พักใหญ่
“สหายซู คุณคงจะมีความสุขมากสินะคะที่ได้เห็นคนในบ้านพักข้าราชการมองฉันด้วยสายตาที่เคลือบแคลงสงสัย”
“อย่ามาปรักปรำกันนะสหายเจียง ฉันไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นเลย”
“คุณอาจจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ในใจของคุณคิดอะไรอยู่นั้นคุณย่อมรู้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นทำไมคุณถึงได้มีความคิดในแง่ร้ายกับฉันได้ถึงขนาดนี้ ฉันกับคุณไม่ได้สนิทสนมกัน แถมยังไม่มีผลประโยชน์อะไรที่ขัดกันเลยแม้แต่น้อย แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่คุณจะต้องพุ่งเป้ามาที่ฉันด้วย”
เสียงของเจียงหลีเพิ่งจะขาดคำ สายตาของเหวินซือหย่วนก็พลันเหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่งที่หน้าประตูรั้วบ้าน เขาจึงรีบเดินลงจากบันไดหน้าห้องนั่งเล่นเพื่อไปทักทายผู้มาเยือนที่ก้าวเข้ามาในสวนแล้ว
“มารับพี่สะใภ้กลับบ้านเหรอครับ คือว่าผมได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้พี่สะใภ้ฟังเรียบร้อยแล้วนะครับ เรื่องนี้เป็นความผิดของเสี่ยวซูที่บ้านผมเองที่ไม่ควรพูดจาเรื่อยเปื่อย จนลูกสาวของผมไปได้ยินเข้า…”
ลั่วเยี่ยนชิงที่มาถึงบ้านของเหวินซือหย่วนกลับทำเหมือนมองไม่เห็นเจ้าของบ้าน เขาเดินผ่านไปอยู่ข้างกายของเจียงหลีอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาของเขาจับจ้องไปยังซูม่านอย่างเฉยชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากอารมณ์ใดๆ “ผมหวังว่าจะไม่มีครั้งต่อไปอีก”
เพียงแค่ท่าทีและคำพูดของเขาก็ทำให้ซูม่านถึงกับขาแข้งสั่นจนแทบจะล้มทั้งยืน ส่วนเหวินซือหย่วนก็รู้สึกชาวาบไปทั้งใจ ความไม่พอใจที่มีต่อภรรยาของตัวเองยิ่งทบทวีคูณขึ้นไปอีก
ลั่วเยี่ยนชิงไม่ได้สนใจเลยว่าสองสามีภรรยาจะแสดงสีหน้าแบบไหนหรือจะคิดอะไรต่อไป ดวงตาคมกริบที่เคยเฉยชาเมื่อครู่ กลับฉายแววอ่อนโยนออกมาอย่างชัดเจน เขาพูดกับเจียงหลีว่า “ผมมารับคุณกลับบ้าน”
เจียงหลีพยักหน้ารับคำว่า “ค่ะ” แล้วเดินเคียงข้างไปกับลั่วเยี่ยนชิง ทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยเสียงที่ไม่ดังนักขณะที่เดินออกจากบ้านของเหวินซือหย่วนไป
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่บ้านข้างๆ”
“พอดีได้ยินเสียงคุณจากในสวนน่ะ”
เจียงหลีขยิบตาอย่างซุกซน เอียงคอถาม “ไม่โกรธฉันเหรอคะ”
ลั่วเยี่ยนชิงไม่ได้ตอบ เขาจะไปโกรธเธอทำไมกัน ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด
และต่อให้เธอทำอะไรผิดพลาดไปจริงๆ นั่นก็เป็นความผิดของเขาอยู่ดี เป็นเพราะเขาเองที่ไม่เข้าใจเธอดีพอ ไม่สามารถช่วยเหลือเธอในยามที่ต้องการได้ จนทำให้เธอต้องตัดสินใจทำอะไรผิดพลาดลงไป
[จบบท]