บทที่ 21: จะไม่เป็นคนอกตัญญู
แสงตะวันยามเช้าทอประกายอ่อนโยนไล่ไอหมอกจางๆ ของวันใหม่ เจียงหลีในชุดเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านก็ออกเดินทางจากบ้าน พร้อมกับพี่ชายลำดับที่ห้า เจียงกั๋วอัน จุดหมายปลายทางของทั้งสองคือตัวอำเภอที่ห่างออกไป
สองพี่น้องเดินเท้าลัดเลาะไปตามถนนดินในหมู่บ้านจนถึงใจกลางตำบล ที่นั่นมีรถโดยสารประจำทางคันเก่าจอดรอรับผู้คนอยู่ ทั้งคู่จึงขึ้นรถไปรวมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ปล่อยให้รถโคลงเคลงพาพวกเขาเคลื่อนผ่านทิวทัศน์ชนบทอันคุ้นตา กว่าจะถึงสถานีขนส่งในตัวอำเภอ เข็มนาฬิกาก็ชี้บอกเวลาเก้าโมงครึ่งพอดี
ทันทีที่เท้าแตะพื้นปูนของสถานี เจียงหลีก็หันไปบอกพี่ชายด้วยแววตามุ่งมั่น “พี่ห้า เราตรงไปที่ห้างสรรพสินค้ากันเลยดีกว่า”
เจียงกั๋วอันที่เดินเคียงข้าง กวาดตามองรอบตัวอย่างไม่คุ้นเคยนัก ก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “จะไปซื้อของเหรอ มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษหรือเปล่า”
หญิงสาวชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย แล้วตัดสินใจเปิดเผยความตั้งใจที่เก็บไว้ในใจมาตลอด “ฉันอยากซื้อของขวัญให้ทุกคนในครอบครัวเราสักชิ้นค่ะ”
เธอไม่ได้ปิดบังความคิดนี้จากพี่ชายเลยแม้แต่น้อย “พี่ห้าลองคิดดูสิคะ ตั้งแต่ฉันจำความได้ พ่อกับแม่ก็ทุ่มเทความรักให้ฉัน พี่ชายทุกคนก็คอยดูแลเอาใจใส่ฉันอย่างดี พอพี่สะใภ้แต่ละคนแต่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พวกเธอก็รักและเอ็นดูฉันไม่ต่างจากพวกพี่ชายเลย”
เธอยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าเล็กๆ ของเหล่าหลานชาย “กระทั่งเจ้าตัวเล็กพวกนั้น ทั้งที่ส่วนใหญ่ก็อายุน้อยกว่าฉัน แต่กลับคอยปกป้องฉันเหมือนฉันเป็นลูกเจี๊ยบในอ้อมอกไม่มีผิด ทั้งที่ตามลำดับแล้ว ฉันต่างหากที่เป็นผู้ใหญ่ของพวกเขา ในใจฉันรู้สึกเกรงใจแล้วก็ซาบซึ้งมาตลอดเลยนะพี่”
“พี่ก็รู้ว่าทุกคนในบ้านเป็นห่วงฉันมากแค่ไหน กลัวฉันจะสะดุดล้ม กลัวฉันจะเจ็บตัว กลัวว่าช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่ด้วย ฉันจะโดนใครรังแก ความรักที่ทุกคนมอบให้มันท่วมท้นอยู่ในใจฉันมาหลายปีแล้ว แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าจะตอบแทนความรักของทุกคนได้ยังไง วันนี้ก่อนที่ฉันจะเดินทางไปปักกิ่ง ฉันเลยอยากจะใช้โอกาสนี้ ซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้ทุกคน เพื่อแสดงความรู้สึกจากใจจริงของฉันบ้าง”
เจียงกั๋วอันฟังจบก็ถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ ในความคิดของเขา น้องสาวคนนี้คือเด็กน้อยที่สดใสร่าเริง ไม่เคยต้องคิดเรื่องอะไรให้หนักใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น เธอเก็บซ่อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งและละเอียดอ่อนขนาดนี้ไว้ เขาเพิ่งตระหนักว่าน้องสาวตัวน้อยของเขาเติบโตขึ้นแล้วจริงๆ
“ที่บ้านไม่มีใครหวังจะได้อะไรตอบแทนจากเธอเลยนะ” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิมหลายส่วน “ตั้งแต่เล็กจนโต เธอก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ไหนจะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูอีก เธอคือแก้วตาดวงใจของบ้านเรานะ ทุกคนเต็มใจที่จะรัก ปกป้อง และตามใจเธอด้วยความสุข เธออย่าเก็บเรื่องนี้มาคิดให้มันวุ่นวายใจเลย”
เขาอดทึ่งไม่ได้ที่น้องสาวรู้จักคิดถึงคนอื่นได้อย่างลึกซึ้งขนาดนี้ ถ้าหากพ่อแม่และพี่ชายคนอื่นๆ ได้ยินเข้า คงต้องพากันซึ้งจนน้ำตาซึม โดยเฉพาะแม่ของพวกเขา รับประกันได้เลยว่าต้องแอบไปปาดน้ำตาอยู่เงียบๆ แน่
“ฉันไม่ได้คิดมากเลยค่ะ” เจียงหลีส่ายหน้าเบาๆ ยืนยันความตั้งใจ “ฉันก็แค่อยากจะมอบความรักให้ทุกคน เหมือนที่ทุกคนมอบความรักให้ฉันตลอดมา”
พูดจบเธอก็ล้วงหยิบเงิน 10 หยวน กับตั๋วปันส่วนธัญพืชจำนวน 5 จิน ออกมายัดใส่มือพี่ชายอย่างรวดเร็ว “ข้างๆ ห้างสรรพสินค้ามีร้านอาหารของรัฐอยู่ใช่ไหมคะ เดี๋ยวพี่ห้าเอาเงินกับตั๋วพวกนี้ไปซื้อหมูพะโล้มา 2 ส่วน แล้วก็ซาลาเปาไส้เนื้อลูกใหญ่ๆ อีกสัก 25 ลูก…”
“เดี๋ยวก่อน!” เจียงกั๋วอันร้องห้ามเสียงหลง เขารีบสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง “นี่เธอจะทำอะไรกันน่ะหลีเป่า หมูพะโล้ตั้ง 2 ส่วน ไหนจะซาลาเปาอีก 25 ลูก ถ้าเราซื้อเยอะขนาดนั้นจริงๆ มีหวังกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนแน่ ฟังพี่นะ อย่าทำแบบนี้เด็ดขาดเลย ไม่อย่างนั้นเราต้องโดนมองด้วยสายตาแปลกๆ แล้วถ้าโชคร้ายอาจจะเอาเรื่องเดือดร้อนเข้าตัวโดยไม่จำเป็น”
“มันจะร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เจียงหลีขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “เราก็ใช้เงินของเรา ตั๋วของเราซื้อ ไม่ได้ไปปล้นใครมานี่นา ทำไมคนอื่นต้องมายุ่งด้วย”
“ใจคนมันซับซ้อน คำนินทามันน่ากลัวกว่าที่คิดนะ” เจียงกั๋วอันอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง “อะไรที่ป้องกันไว้ก่อนได้ก็ควรทำ เออ ว่าแต่...เงินกับตั๋วพวกนี้ เธอไปเอามาจากไหนกัน”
“ก็ที่ฉันเก็บสะสมมาตลอดน่ะสิคะ ตั้งแต่โตมา เงินทุกหยวน ตั๋วทุกใบที่พ่อแม่กับพวกพี่ชายให้ ฉันไม่เคยเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่ายเลย”
ความจริงแล้ว ตั๋วปันส่วนส่วนใหญ่มักจะมาจากพี่ชายคนที่สองซึ่งประจำการอยู่ในกองทัพ และพี่ชายคนที่สี่ที่ทำงานในหน่วยขนส่งของอำเภอ ทั้งสองคนมีช่องทางได้ของดีๆ และตั๋วปันส่วนต่างๆ มาเสมอ และด้วยความรักที่มีต่อน้องสาวคนเดียวของบ้าน ทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้าน พวกเขาก็ไม่เคยลืมที่จะแบ่งเงินและตั๋วปันส่วนให้น้องสาวสุดที่รัก
ตามปกติแล้วเงินสดสามารถเก็บไว้ได้นาน แต่ตั๋วปันส่วนต่างๆ นั้นมีวันหมดอายุกำกับไว้ เจ้าของร่างเดิมจึงมักจะนำตั๋วที่ใกล้หมดอายุไปให้แม่เก็บไว้ใช้ แต่สำหรับตั๋วปันส่วนกำใหญ่ที่อยู่ในมือของเจียงหลีในตอนนี้นั้น เพิ่งถูกส่งมาจากค่ายทหารโดยพี่ชายคนที่สองเมื่อเดือนก่อน ในจดหมายยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่าทั้งหมดนี้มอบให้ ‘หลีเป่า’ น้องสาวของเขาโดยเฉพาะ
[จบบท]