บทที่ 218: คุณจงใจ
ในที่สุดถ้อยคำก็หลุดรอดจากริมฝีปากของลั่วเยี่ยนชิง
“คะ” เจียงหลีประสานสายตาด้วยแววตาซื่อบริสุทธิ์ “ฉันไม่ได้คุยเล่นกับซ่งเซวียนเลยนะคะ แค่กำลังบอกเขาว่าเล่นพลาดตรงไหนก็เท่านั้น” ใครจะไปเชื่อว่าศาสตราจารย์ลั่วผู้สูงส่งจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย
บางทีเธออาจจะต้องเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเขาเป็น ‘เจ้าลั่วสามขวบ’ ดูบ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าทำแบบนั้นเขาจะมีปฏิกิริยาตอบกลับมาอย่างไร
เจียงหลีครุ่นคิดพลางลอบยิ้มขันอยู่ภายในใจ
ลั่วเยี่ยนชิงทอดสายตาลงต่ำเพื่อสบเข้ากับดวงตาของภรรยา
“ผมอยากได้ยินความจริง”
เจียงหลียังคงเงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ เธอยืนกรานเสียงใส
“ที่ฉันพูดไปก็คือความจริงนั่นแหละค่ะ”
“คุณแน่ใจนะ”
น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดัน ลั่วเยี่ยนชิงค่อย ๆ คลายวงแขนที่โอบรัดรอบเอวเขาออก สัมผัสจากมือนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูกนั้นหายไปพร้อมกับร่างสูงที่ถอยห่างออกไปสองก้าว ท่าทีของเขาเย็นชาจนผิดสังเกต
“ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูดจริง ๆ ทำไมพวกคุณถึงได้หัวเราะกันอย่างสนุกสนานขนาดนั้น”
เจียงหลีชักจะหมดความอดทน อาการหึงหวงของคนคนนี้มันช่างมากมายเสียเหลือเกิน เธอไม่อาจกลั้นรอยยิ้มได้อีกต่อไป
“ศาสตราจารย์ลั่วคะ ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนคุณเป็นพระสนมในดินแดนที่สตรีเป็นใหญ่ ส่วนฉันก็เป็นประมุขหญิงที่ต้องคอยเอาอกเอาใจพระสนมขี้น้อยใจอยู่เลยล่ะคะ”
ดินแดนที่สตรีเป็นใหญ่ ประมุขหญิงที่ต้องคอยเอาอกเอาใจพระสนมขี้น้อยใจ
แม้ลั่วเยี่ยนชิงจะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่พอจับใจความจากการตีความตามตัวอักษรได้ว่า ภรรยาของเขากำลังสลับบทบาทระหว่างเธอกับเขา โดยเปรียบเปรยว่าเขาเป็นเหมือนสตรี ส่วนเธอก็สวมบทบาทเป็นบุรุษเพศ
“คุณกำลังพูดเรื่องอะไร”
เมื่อคาดเดาความหมายได้ ใบหน้าที่เยือกเย็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วของลั่วเยี่ยนชิงก็ยิ่งทวีความเฉยชาขึ้นไปอีกขั้น รัศมีความเย็นชาแผ่ออกมาจากร่างสูงจนบรรยากาศรอบข้างพลอยตึงเครียดไปด้วย
“ฉันกำลังบอกว่าตอนนี้คุณทำตัวเหมือนภรรยาน้อยขี้งอน ส่วนฉันก็เป็นสามีที่ต้องคอยง้อให้คุณอารมณ์ดีขึ้นยังไงล่ะคะ”
เจียงหลีไม่ได้ตระหนักเลยว่าภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เธอยังคงยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ฉันคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคุณจะขี้หึงขนาดนี้ เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ต่อไปนี้ฉันจะเรียกคุณว่าเจ้าลั่วสามขวบ”
สีหน้าของลั่วเยี่ยนชิงบ่งบอกชัดเจนว่า ‘อย่าเข้ามาใกล้’ เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป แต่ใช้สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ร่างของเจียงหลีไม่วางตา ราวกับต้องการจะสะกดเธอให้นิ่งอยู่กับที่
“ทำไมต้องมองฉันแบบนั้นด้วยคะ หรือว่าฉันพูดอะไรผิดไป ท่าทางขี้หึงของคุณไม่เหมือนเด็กสามขวบ ไม่เหมือนภรรยาน้อยตรงไหนกัน”
เจียงหลีเอ่ยพลางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนริมฝีปากของสามี จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสีหน้าอ่อนหวานพร้อมส่งยิ้มให้ “เอาล่ะค่ะ เลิกโกรธได้แล้ว ฉันรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่”
ลั่วเยี่ยนชิงขบกรามแน่น “เจียง…หลี” เขาเค้นชื่อเธอออกมาทีละพยางค์ อย่าหวังว่าแค่จูบเดียวจะลบล้างคำพูดหยอกล้อของเธอเมื่อครู่ได้
เจียงหลีถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว “ฉันรู้ว่าชื่อของฉันมันไพเราะ แต่คุณไม่เห็นต้องเรียกด้วยอารมณ์ที่เปี่ยมล้นขนาดนั้นเลยนี่คะ”
“คุณจงใจ”
ลั่วเยี่ยนชิงยังคงอยู่ในภาวะขุ่นเคือง น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจึงเจือความไม่พอใจอย่างเด่นชัด
เจียงหลีเอียงคอเล็กน้อย “คุณพูดว่าอะไรนะคะ ฉันจงใจทำอะไรเหรอ”
ง้อยากง้อเย็นอะไรขนาดนี้
หญิงสาวหลุบตาลงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีอีกครั้ง “ฉันไม่แกล้งคุณแล้วก็ได้ค่ะ ที่จริงฉันรู้ว่าคุณโกรธฉันเรื่องอะไร คุณคงจะหึงที่เห็นฉันหัวเราะกับซ่งเซวียนจนรู้สึกไม่สบายใจสินะคะ แล้วก็ยังโกรธที่ฉันไม่ได้เข้าไปอยู่ข้าง ๆ คุณ แถมตอนหลังยังพวกรุ่ยรุ่ยกับเด็ก ๆ ไปส่งซ่งเซวียนที่บ้านโดยไม่ได้บอกคุณสักคำ คุณก็เลยทั้งหึงทั้งไม่พอใจ…”
“ฮึ่ม” ลั่วเยี่ยนชิงแค่นเสียงออกมาอย่างไว้ท่า ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินกลับเข้าไปในห้องหนังสือ
“ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้”
สิ้นเสียงของเจียงหลี เธอก็พุ่งเข้าไปกอดเอวสอบของสามีไว้อย่างรวดเร็วราวกับหมีโคอาล่าเพื่อรั้งไม่ให้เขาก้าวต่อไป เมื่อเห็นว่าเขาหยุดนิ่งแล้ว เธอจึงคลายอ้อมแขนออกแล้วยืนตัวตรง ก่อนจะแสร้งทำน้ำเสียงเข้มออกคำสั่ง “หันมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน นี่ไม่ใช่คำขู่”
“…”
ลั่วเยี่ยนชิงนิ่งไปนานหลายอึดใจ แต่ท้ายที่สุดก็ยอมหมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า แล้วจับจ้องไปยังใบหน้าของภรรยา
[จบบท]