บทที่ 240: การรอคอย
ขอบตาที่แดงก่ำและน้ำเสียงแหบพร่าของเด็กหนุ่มคนนั้นบ่งบอกถึงความสิ้นหวัง ขณะที่เขากำลังจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ
"อย่า! อย่าทำแบบนี้นะ!"
เจียงหลีรีบยกมือขึ้นห้ามปรามการกระทำที่อีกฝ่ายตั้งใจจะทำ "วันนี้คงเป็นวันที่ฉันโชคไม่ดีเองที่ดันมาเจอพวกเธอ 2 คนเข้า แต่ก่อนอื่นฉันต้องไปจัดการธุระของฉันให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะพาพวกเธอไปส่งที่โรงพยาบาลได้ ถ้าเธอยอมรับเงื่อนไขนี้ เราก็ตกลงกันตามนี้ แต่ถ้าไม่ เธอก็คงต้องไปหาวิธีอื่นเอาเองแล้วล่ะ"
ภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้เจียงหลีนึกถึงลูกกระต่ายสีขาวตัวน้อยที่แสนจะบอบบางและไม่มีพิษสงอะไรกับใคร
"ผมจะฟังพี่สาวครับ"
เด็กหนุ่มยอมรับข้อเสนอโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
เจียงหลีได้แต่แหงนหน้ามองฟ้าทำมุม 45 องศาอย่างจนใจ ให้ตายสิ แค่คำว่า ‘พี่สาว’ คำเดียวก็ทำให้เธอใจอ่อนยวบยาบขนาดนี้เชียวเหรอ หลักการที่เคยยึดถือมันหายไปไหนหมดแล้วเนี่ย
"แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ"
สุดท้ายเจียงหลีก็ต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์ เธอส่งกระเป๋าเดินทางทั้ง 2 ใบให้เด็กหนุ่มถือไว้ด้วยมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนใจดึงกระเป๋ากลับมาถือเอง "เดี๋ยวก่อน ถึงแขนข้างที่หลุดของเธอจะเข้าที่ดีแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้ที่คล้องแขนพยุงไว้สักระยะนะ"
พูดจบ เธอก็จำใจต้องหยิบผ้าพันแผลออกมาอีกครั้ง เพื่อช่วยพยุงแขนข้างที่บาดเจ็บและเคยหลุดออกจากเบ้า ซึ่งเธอได้จัดการดึงให้กลับเข้าที่เรียบร้อยแล้ว โดยพันแขนของเขาให้แนบชิดกับช่วงอกเอาไว้เพื่อเป็นการป้องกันข้อต่อหัวไหล่ไม่ให้เคลื่อนที่
"อีกสักประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ก็น่าจะดีขึ้น การทำแบบนี้จะช่วยป้องกันข้อต่อหัวไหล่ของเธอได้ เพราะฉะนั้นอย่าเห็นว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญล่ะ"
เธอเอ่ยปากกำชับด้วยความเป็นห่วง
เด็กหนุ่มรับคำด้วยการพยักหน้า
"เอาล่ะ ตอนนี้เราออกจากที่นี่กันได้แล้ว"
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เจียงหลีจึงส่งกระเป๋าเดินทางทั้ง 2 ใบให้เด็กหนุ่มถืออีกครั้ง ก่อนจะย่อตัวลงเพื่อประคองร่างของเพื่อนเขาที่ยังคงนอนหมดสติอยู่บนพื้นขึ้นมาไว้บนหลัง จากนั้นเธอก็แสร้งทำเป็นว่ามันหนักหนาสาหัสแล้วค่อยๆ พาตัวเองเดินไปยังถนนที่อยู่ไม่ไกลจากชายป่า "ตามฉันมาให้ทันนะ เดินไปอีกสัก 1 ลี้ พอฉันทำธุระเสร็จเมื่อไหร่ จะรีบหาทางพาพวกเธอไปส่งโรงพยาบาลทันที"
"ขอบคุณมากนะครับพี่สาว" เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณจากใจจริง
"ว่าแต่ทำไมถึงเรียกฉันว่าพี่สาวล่ะ บางทีฉันอาจจะอายุน้อยกว่าเธอก็ได้นะ"
"ผมอายุ 16 ครับ"
"หา เธออายุแค่ 16 เองเหรอ"
เจียงหลีอุทานออกมาด้วยความแปลกใจไม่น้อย
เด็กหนุ่มคนนี้สูงตั้ง 180 เซนติเมตร เธอเลยนึกว่าเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่ายังเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น
แต่หากพิจารณาจากเค้าโครงหน้าตาของเขาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ายังคงมีร่องรอยของความอ่อนเยาว์หลงเหลืออยู่มากจริงๆ
"ถ้างั้นฉันก็อายุเยอะกว่าเธอ ถ้าอยากจะเรียกพี่สาวก็เรียกต่อไปเถอะ"
แม้การถูกเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าเกือบ 10 เซนติเมตรเรียกว่าพี่สาวจะให้ความรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะก่อนที่เธอจะมาอยู่ที่โลกนี้ เจียงอี้น้องชายแท้ๆ ของเธอก็สูงถึง 188 เซนติเมตร
แต่เขาก็ยังเรียกเธอว่าพี่สาวอยู่ทุกคำเหมือนกัน
...
เมื่อมาถึงบริเวณที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เจียงหลีก็หยุดเดิน เธอจ้องมองประตูทางเข้าสถาบันวิจัยที่ตั้งตระหง่านอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 ถึง 30 เมตร ก่อนจะค่อยๆ วางร่างของเด็กหนุ่มที่แบกมาลงบนพื้นอย่างเบามือ แล้วหันไปบอกเด็กหนุ่มอีกคนที่เดินตามมาให้ช่วยประคองเพื่อนของเขาไว้
"เธอช่วยประคองเพื่อนรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันไปทำธุระแป๊บเดียวแล้วจะรีบกลับมา"
พูดจบเจียงหลีก็คว้ากระเป๋าเดินทางที่เด็กหนุ่มวางไว้บนพื้นขึ้นมาถือ แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางเข้าของสถาบันวิจัย
"หยุดอยู่ตรงนั้น!"
ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวเข้าไปใกล้กว่านั้น เสียงตะคอกอันดังและทรงอำนาจของสหายที่ปฏิบัติหน้าที่เวรยามอยู่ก็ดังขึ้น
"สหายคะ ฉันเป็นภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วค่ะ พอดีจะเอาของมาให้เขาน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้เขาพอจะมีเวลาว่างบ้างไหมคะ"
เจียงหลีหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที เธอคลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตรพลางอธิบายถึงเหตุผลที่เธอมาที่นี่
"รอสักครู่"
สหายเวรยามคนนั้นตอบกลับมาสั้นๆ ก่อนจะหันไปพูดคุยบางอย่างกับเพื่อนร่วมงานอีกคน จากนั้นก็เดินเข้าไปในป้อมยาม ยกหูโทรศัพท์แบบตั้งโต๊ะขึ้นมาแล้วกดหมายเลขโทรออกไป
เพียงไม่นาน เจียงหลีก็ได้คำตอบกลับมา
ศาสตราจารย์ลั่วของเธอกำลังติดภารกิจสำคัญอยู่
นั่นหมายความว่าเขาไม่มีเวลาว่างพอที่จะออกมาพบเธอได้!
เจียงหลีนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างสุภาพ "ถ้าอย่างนั้น พอจะรบกวนสหายช่วยแจ้งข่าวให้หัวหน้าสถาบันซ่งแทนได้ไหมคะ ฝากบอกท่านว่ามีสหายหญิงชื่อเจียงหลีอยู่ด้านนอกประตูใหญ่ อยากจะขอพบท่านสักครู่ค่ะ"
ที่จริงแล้วการมาครั้งนี้ เธอตั้งใจนำเสื้อกันหนาว 2 ตัวมาให้หัวหน้าสถาบันซ่งด้วย
ซึ่งไม่ใช่ของที่แม่บุญธรรมฝากมาแต่อย่างใด แต่เป็นของที่เธอในฐานะลูกสาวบุญธรรมตั้งใจเตรียมมาให้พ่อบุญธรรมของเธอโดยเฉพาะ
สายตาอันแหลมคมของสหายเวรยามจับจ้องมาที่เจียงหลีอยู่ครู่ใหญ่ ราวกับกำลังประเมินและพิจารณาคำพูดของเธอ ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากออกมาอีกครั้ง "...รอสักครู่ครับ"
[จบบท]