บทที่ 275: แฝดแสบจอมวางแผน
“แม่คะ คืนนี้เวยเวยขอนอนด้วยได้ไหมคะ” เด็กหญิงตัวน้อยถามแม่ด้วยแววตาเป็นประกาย
เจียงหลีลูบหัวลูกสาวเบาๆ แล้วตอบว่า “ได้สิจ๊ะ”
รอยยิ้มของลั่วหมิงเวยกว้างขึ้นทันที ก่อนจะถามต่อเพื่อความแน่ใจ “แล้วพี่ใหญ่ก็นอนด้วยได้ใช่ไหมคะ”
“จ้ะ” เจียงหลียืนยันด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู
คำตอบนั้นทำให้เด็กหญิงดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เธอหันไปหาพี่ชายคนโตแล้วตะโกนเรียกเสียงใส “พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ได้ยินมั้ย คืนนี้เราทุกคนจะได้นอนกอดแม่พร้อมกันเลยนะ” พูดจบก็กระโดดโลดเต้นไปรอบๆ อย่างมีความสุข
แต่ในขณะที่พี่ชายคนโตกับน้องสาวคนเล็กกำลังดีใจอยู่นั้น ลั่วหมิงหานกลับยืนกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างๆ เด็กชายรู้สึกไม่พอใจที่แผนการนอนกับแม่แค่สองคนของเขาต้องพังลง ทำไมแม่ต้องใจดีให้ทุกคนมานอนด้วยกันหมดเลยนะ ทั้งที่คืนนี้ควรจะมีแค่เขากับแม่เท่านั้นสิ
ลั่วหมิงเวยที่สังเกตเห็นท่าทางของพี่ชายฝาแฝดก็แกล้งเอียงคอเข้าไปถามใกล้ๆ “พี่รองไม่ดีใจเหรอ”
เด็กหญิงจ้องมองใบหน้าที่บึ้งตึงของพี่ชายอย่างพินิจพิจารณา “พี่ทำหน้าบึ้งอยู่ ต้องไม่ดีใจแน่ๆ เลย ทำไมพี่รองถึงไม่ดีใจล่ะ หรือว่าไม่อยากนอนกับแม่อีกแล้วเหรอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูใสซื่อ แต่คนฟังอย่างลั่วหมิงหานรู้ดีว่าน้องสาวตัวแสบกำลังหาเรื่องเขาอยู่แน่ๆ
“ใครบอกล่ะ ดีใจสิ คืนนี้พี่จะนอนติดกับแม่เลย แล้วก็จะให้แม่เล่านิทานให้ฟังด้วย” ลั่วหมิงหานตอบกลับไปพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี เขาคิดในใจว่าน้องสาวคงอยากให้เขาอาละวาดแล้วถูกแม่ดุ จะได้ยึดที่นอนข้างแม่ไปคนเดียวสินะ แต่เขาไม่ยอมตกหลุมพรางง่ายๆ หรอก
เมื่อเห็นพี่ชายแสร้งทำเป็นดีใจ ลั่วหมิงเวยก็แอบเบะปากอย่างหมั่นไส้ พี่รองคนนิสัยไม่ดี คิดจะมาสู้กันเหรอ ได้เลย
เด็กชายที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะก็หันไปฟ้องแม่ทันที “แม่ครับ เวยเวยกำลังโมโหอยู่นะ ไม่เห็นน่ารักเลย”
“หนูดีใจอยู่ต่างหาก ไม่ได้โมโหซะหน่อย” ลั่วหมิงเวยเชิดหน้าตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
“แบร่” ลั่วหมิงหานไม่รู้จะเถียงอะไรต่อ เลยแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เป็นการเอาชนะ
ทันใดนั้น ลั่วหมิงเวยก็เบิกตากว้างแล้วร้องออกมา “อุ๊ย พี่รอง หน้าพี่เปื้อนอะไรน่ะ” เด็กหญิงพูดพร้อมกับล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกมา “พี่รองขยับมานี่สิ เดี๋ยวเวยเวยเช็ดให้ ไม่งั้นเดี๋ยวกลายเป็นแมวหน้าดำนะ”
“จริงเหรอ หน้าพี่เปื้อนอะไรอะ” ลั่วหมิงหานหลงเชื่อคำพูดของน้องสาว เขาลองลูบหน้าตัวเองแต่ก็ไม่เจออะไร แต่เพราะไม่อยากกลายเป็นแมวหน้ามอม เขาจึงยอมขยับหน้าเข้าไปใกล้น้องสาวแต่โดยดี
แต่แทนที่จะได้ผ้าเช็ดหน้านุ่มๆ มาเช็ดหน้า เขากลับถูกนิ้วเล็กๆ ของลั่วหมิงเวยหยิกเข้าที่แก้มแทน
ลั่วหมิงหานนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่ใบหน้าเล็กๆ จะแดงก่ำด้วยความโกรธ “ลั่วหมิงเวย เธอนิสัยไม่ดี”
“อ้าว ทำไมพี่รองต้องว่าเวยเวยด้วย เวยเวยอุตส่าห์เช็ดหน้าที่เปื้อนให้แล้วไง” เด็กหญิงกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“เธอโกหก หน้าพี่ไม่ได้เปื้อนอะไรเลย เธอเป็นเด็กขี้จุ๊”
“หนูไม่ใช่เด็กขี้จุ๊ หนูเป็นเด็กดีของแม่ต่างหาก”
“พี่ต่างหากที่เป็นเด็กดีของแม่ ไม่ใช่เธอ”
เมื่อเห็นว่าสงครามย่อมๆ กำลังจะปะทุขึ้น เจียงหลีจึงต้องรีบเข้ามาห้ามทัพ “พอแล้วจ้ะ ทั้งสองคนเป็นสุดที่รักของแม่ทั้งนั้นแหละ แต่ถ้ายังเถียงกันอยู่อีก แม่จะไม่ให้ใครนอนด้วยเลยนะ”
คำขู่ของแม่ได้ผลชะงัด เด็กแฝดทั้งสองหยุดทะเลาะกันแล้วหันมาพูดเป็นเสียงเดียวกันทันที
“แม่คะ หนูไม่ได้ทะเลาะกับพี่รองนะ”
“แม่ครับ ผมไม่ได้ทะเลาะกับน้องนะ”
เจียงหลีแกล้งเลิกคิ้วถาม “เหรอจ๊ะ”
“จริงค่ะ เวยเวยไม่ได้โกหกแม่”
“จริงครับ หานหานไม่ได้โกหกแม่”
เมื่อเห็นลูกๆ สามัคคีกันดีแล้ว เจียงหลีก็หัวเราะออกมา “ไม่เถียงกันก็ดีแล้วจ้ะ”
...
เมื่อถึงเวลานอน ลั่วหมิงหานกับลั่วหมิงเวยก็ได้นอนขนาบข้างแม่สมใจ ส่วนพี่ใหญ่อย่างลั่วหมิงรุ่ยก็นอนถัดจากน้องชายไป เจียงหลีเล่านิทานกล่อมจนกระทั่งเสียงลมหายใจของเด็กๆ ทั้งสามดังสม่ำเสมอ เธอมองใบหน้าที่น่ารักของลูกๆ แล้วจึงค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอจัดท่าทางให้ลูกๆ นอนชิดกันมากขึ้นเพื่อจะได้มีพื้นที่นอนสบายๆ ส่วนตัวเองก็ขยับไปนอนอยู่ริมสุดของเตียง
เธอทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ลั่วหมิงรุ่ยที่นอนอยู่ริมสุดพลิกตัวแล้วตกเตียงกลางดึก แต่เพื่อความแน่ใจอีกชั้น เธอก็หยิบผ้าห่มอีกผืนมาม้วนแล้ววางเป็นกำแพงกั้นไว้อีกด้านหนึ่ง
***
วันรุ่งขึ้น หลังจากที่เจียงหลีไปส่งเด็กๆ ที่โรงเรียนอนุบาลเรียบร้อยแล้ว เธอก็ตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมแม่เฒ่าฉีที่บ้านตระกูลซ่ง แต่เมื่อเธอมาถึงและก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูย่ำแย่ของแม่บุญธรรม
“แม่บุญธรรมคะ เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมแม่หน้าซีดแบบนี้”
[จบบท]