บทที่ 284 อยากให้ผมทวนความจำให้ไหม
เหวินเยว่ทำราวกับว่าซูม่านเป็นเพียงอากาศธาตุ เธอไม่ได้แม้แต่จะชายตามองแม่เลี้ยงของตัวเองด้วยซ้ำ เด็กหญิงจูงมือน้องสาวทั้งสองคนเดินลิ่วเข้าไปในประตูบ้านและหายลับไปทางลานด้านในอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศที่น่าอึดอัดใจทิ้งไว้เพียงซูม่านที่ยืนเก้ออยู่คนเดียวหน้าประตู ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นครอบครัวของเจียงหลีที่กำลังเดินผ่านมาพอดี ความไม่พอใจที่ถูกลูกเลี้ยงเมินเฉยจึงเบนเป้าหมายไปในทันที
“สหายเจียง!”
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่เป็นมิตรดังขึ้น ทำให้ครอบครัวที่กำลังเดินอยู่ต้องหยุดชะงัก เจียงหลีหันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
“สหายซูเรียกฉัน มีเรื่องอะไรเหรอคะ”
“ฉันก็แค่อยากจะถามอะไรหน่อยเถอะ” ซูม่านกอดอกเชิดหน้าขึ้น
“คุณนี่ชอบเอาเรื่องของคนอื่นไปพูดเสียๆ หายๆ สนุกปากมากนักหรือไง ฉันเห็นกับตาตัวเองเลยนะ ว่าคุณกับแม่ของซ่งเสี่ยวหร่านยืนซุบซิบเรื่องของฉันอยู่...”
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!” เจียงหลีไม่อยากจะทนฟังเรื่องไร้สาระอีกต่อไป เธอจึงพูดแทรกขึ้นมาทันที
“ฉันว่าคุณกำลังเข้าใจผิดไปมากแล้วนะสหายซู คุณกำลังหาเรื่องกันชัดๆ”
คำพูดของเจียงหลีราวกับไปราดน้ำมันบนกองไฟ ซูม่านตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันหาเรื่อง หรือว่าเป็นคุณกันแน่ที่ปากอยู่ไม่สุข ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น”
เธอไม่มีทางลืมวันที่ตัวเองทะเลาะกับผู้ปกครองคนอื่นที่โรงเรียนอนุบาลจนเกือบจะวางมวยกันได้หรอก วันนั้นแม่ของซ่งเสี่ยวหร่านก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แถมยังทำท่าทำทางเหมือนกำลังดูเรื่องสนุกอีกต่างหาก
“คุณนี่ช่างคิดไปเองจริงๆ นะคะ” เจียงหลีตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“การที่ฉันยืนคุยกับสหายอู๋เยว่ ไม่ได้หมายความว่าหัวข้อสนทนาของเราจะต้องเป็นเรื่องของคุณเสมอไปนี่คะ แล้วเอาตามตรงนะ คุณก็ไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจพอให้เราต้องเอาไปพูดถึงเลยสักนิด”
พูดจบเธอก็หันหลังให้ เตรียมจูงมือลูกชายเดินจากไปตรงนั้น พร้อมกับส่งสัญญาณให้ลั่วเยี่ยนชิงพาลูกๆ กลับบ้าน ไม่อยากจะเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกต่อไป
“จะรีบไปไหนล่ะ! ฉันยังพูดไม่จบนะ!”
ซูม่านไม่ยอมปล่อยให้เจียงหลีไปง่ายๆ เธอรีบก้าวมาขวางหน้าเอาไว้โดยไม่สนใจเลยว่าตัวเองกำลังท้องอยู่
สายตาของเธอกวาดมองไปที่ลั่วเยี่ยนชิงซึ่งสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าไว้อย่างพิจารณา ก่อนจะหันกลับมาพูดกับเจียงหลีด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“แหม ทำเป็นพาผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้เข้าบ้านอย่างเปิดเผยแบบนี้ ไม่คิดว่าตัวเองกำลังทำตัวไม่เหมาะสมอยู่หรือไง หรือว่าคุณจะเป็นนางจิ้งจอกอย่างที่ครูลู่เขาว่าไว้จริงๆ ชอบอ่อยผู้ชายไปทั่ว”
ยังไม่ทันที่เจียงหลีจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ พูดอีกทีสิ”
เป็นลั่วเยี่ยนชิงที่ก้าวมายืนอยู่ข้างๆ ภรรยาของเขา แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าทั้งหมด แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววเย็นชาจนน่าขนลุก
เจียงหลีแตะแขนสามีเบาๆ “คุณไม่ต้องยุ่งหรอกค่ะ นี่มันเรื่องของผู้หญิง พาลูกๆ กลับบ้านไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ไม่เอา! หานหานไม่กลับกับพ่อ! จะรอแม่กลับพร้อมกัน!” เด็กชายลั่วหมิงหานกอดขาแม่ไว้แน่น ส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง
ลั่วหมิงเวยที่ยืนอยู่อีกข้างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย “เวยเวยก็ไม่ไป! จะรอแม่ด้วย!”
เจียงหลีลูบหัวลูกแฝดอย่างอ่อนโยนก่อนจะหันไปมองสามี “เห็นไหมคะ ฉันรับมือได้น่า ไม่ต้องห่วงหรอก”
แต่ลั่วเยี่ยนชิงกลับไม่สนใจคำพูดของเธอ เขายกมือขึ้นปลดหน้ากากอนามัยที่สวมอยู่ออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ทว่าเย็นชาของเขา เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของซูม่านแล้วถามย้ำอีกครั้ง
“ผมถาม คุณไม่ได้ยินหรือว่าเมื่อกี้ผมพูดไม่ชัด”
ทันทีที่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของชายหนุ่ม สีหน้าของซูม่านก็เปลี่ยนเป็นขาวซีดในทันที ที่แท้ชายคนที่เธอเพิ่งจะกล่าวหาว่าเป็นชู้กับเจียงหลีก็คือลั่วเยี่ยนชิงผู้สามี
ความจริงข้อนี้ทำให้เธอรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
ความตื่นตระหนกแล่นริ้วขึ้นมาในใจ ซูม่านรีบปรับเปลี่ยนท่าทีเป็นฝ่ายอ่อนน้อมลงทันที
“ขอ...ขอโทษค่ะสหายลั่ว ฉัน...ฉันเข้าใจผิดไปเองค่ะ คุณเป็นผู้ใหญ่ ได้โปรดอย่าถือสาผู้หญิงอย่างฉันเลยนะคะ”
ทว่าลั่วเยี่ยนชิงกลับไม่ไหวติง เขายังคงจ้องเธอด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล “ขอโทษภรรยาผม”
ซูม่านกัดริมฝีปากแน่น พยายามหาทางเอาตัวรอด “...แต่เธอก็ต้องขอโทษฉันก่อนสิ! เธอเป็นคนเริ่มนินทาฉันก่อนนะ!”
“ผมไม่เคยบอกนะ ว่าผมไม่กล้าทำอะไรผู้หญิง” ลั่วเยี่ยนชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนปูนที่ทุบลงกลางใจของซูม่าน เขามองเธอด้วยสายตาราวกับกำลังมองสิ่งไม่มีชีวิต
“นี่คุณ...คุณจะทำเกินไปแล้วนะ!”
[จบบท]