บทที่ 285 เจียงหลีเอาจริง
ซูม่านถึงกับผงะถอยหลังไปเองโดยไม่รู้ตัวถึงสองก้าว ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับความรู้สึกที่ยากจะเชื่อฉายชัดออกมา
“ลั่วเยี่ยนชิง คุณพาลูกกลับบ้านไปก่อน”
เจียงหลีตัดสินใจพูดกับสามี เพราะดูจากท่าทางของซูม่านแล้ว อีกฝ่ายเป็นคนท้องอยู่ด้วย ขืนปล่อยให้สามีของเธอที่ปกติก็เย็นชาเป็นทุนเดิมยืนแผ่รังสีความกดดันอยู่ตรงนี้ต่อไป มีหวังได้ตกใจจนเป็นอะไรไปกันพอดี
ถึงตอนนั้นต่อให้พวกเขาจะเป็นฝ่ายถูก ก็คงหนีไม่พ้นที่จะกลายเป็นฝ่ายผิด
เธอผลักแผ่นหลังของสามีเบาๆ เป็นเชิงเร่ง แล้วหันไปบอกลูกชายคนโต “หมิงรุ่ย กลับบ้านไปกับพ่อนะลูก แล้วก็ตั้งใจทำการบ้านที่คุณครูให้มาให้เสร็จ เข้าใจมั้ย”
“ครับ” ลั่วหมิงรุ่ยรับคำอย่างว่าง่าย
เจียงหลีรอจนกระทั่งเห็นสามีและลูกๆ ทั้งสามคนเดินลับเข้าประตูบ้านไปเรียบร้อยแล้ว เธอถึงได้หันกลับมาเผชิญหน้ากับซูม่านอย่างจริงจัง
“ถ้าฉันความจำยังดีอยู่นะ ตอนที่คุณพาลูกเดินออกมาจากประตูโรงเรียน พอเห็นฉันกับอู๋เยว่ คุณก็มองมาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเลยสักนิด แล้วจู่ๆ ก็เป็นคุณเองที่เดินเข้ามากล่าวหาว่าฉันกับอู๋เยว่กำลังพูดถึงเรื่องของคุณในทางเสียหาย”
“สหายซู นี่คุณมีความผิดปกติทางจิตประเภทหวาดระแวงว่าจะมีคนคอยจ้องทำร้ายอยู่ตลอดเวลารึเปล่า”
ซูม่านรีบสวนกลับทันควัน “แล้วเธอกล้าพูดเหรอ ว่าไม่ได้พูดเรื่องของฉันกับแม่ของซ่งเสี่ยวหร่านน่ะ”
เจียงหลียกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน “อย่าว่าแต่ให้พูดรอบเดียวเลย ต่อให้ต้องพูดอีกสักร้อยรอบฉันก็กล้ายืนยันคำเดิม แต่ประเด็นคือทำไมฉันต้องเสียเวลามาพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ต่อหน้าคุณด้วย” เธอเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“อีกอย่าง บ้านเราสองหลังเป็นแค่เพื่อนบ้านกันธรรมดาๆ ตัวฉันกับคุณเราก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเป็นพิเศษ ฉันเองก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะต้องเอาเรื่องของคุณมานั่งพูดถึงเพื่อสนองรสนิยมประหลาดๆ ของตัวเองหรอกนะ”
“แล้วพวกเธอคุยอะไรกันล่ะ” ซูม่านยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก ซึ่งมันเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลสิ้นดี
“สหายซู ฉันว่าคุณไม่เพียงแต่จะมีอาการหวาดระแวงนะ แต่ยังเป็นพวกที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลกอีกด้วย!”
“เรื่องที่ฉันจะคุยกับสหายอู๋เยว่ ทำไมฉันต้องมารายงานให้คุณทราบด้วยไม่ทราบ”
“เอาล่ะ ในเมื่อเรื่องที่คุณกล่าวหาฉัน ฉันได้อธิบายไปจนกระจ่างแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาที่เราจะมาคุยกันถึงเรื่องที่คุณจงใจใส่ร้ายป้ายสีฉันบ้าง”
แววตาของเจียงหลีเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซูม่าน “คุณคงไม่ได้คิดใช่ไหมว่าฉันเป็นคนใจดีขนาดที่จะยอมปล่อยให้คุณมาพูดจาใส่ร้ายกันได้ง่ายๆ แบบนี้”
ซูม่านรีบหลบสายตา “ก็อย่ามาทำเป็นได้ทีขี่แพะไล่หน่อยเลยน่า! ฉันก็แค่เข้าใจผิดไปหน่อยเดียวเท่านั้นแหละ อีกอย่าง ฉันก็ได้ขอโทษสหายลั่วไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เริ่มตั้งแต่ที่คุณปล่อยข่าวลือมั่วๆ เกี่ยวกับฉัน บอกใครต่อใครว่าฉันไม่ชอบให้คนมาดูทีวีที่บ้าน พอเห็นหน้าใครมาหน่อยก็ทำเป็นหงุดหงิดรำคาญใจ มาวันนี้คุณก็ยังมาพูดจาแย่ๆ ต่อหน้าสามีฉันอีก หาว่าฉันเป็นผู้หญิงไม่รักดี เป็นนางจิ้งจอกที่ชอบให้ท่าผู้ชายไปทั่ว”
“สหายซู คุณมีความคิดสร้างสรรค์ขนาดนี้ ทำไมไม่ลองไปเอาดีทางด้านการเป็นนักเขียน หรือไม่ก็ผู้กำกับภาพยนตร์ไปเลยล่ะ เผื่อจะรุ่ง”
คำพูดของเจียงหลีแต่ละคำคมกริบราวกับมีด เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาซูม่านอีกสองก้าว จนระยะห่างของทั้งคู่ใกล้กันมาก ดวงตาหงส์คู่นั้นที่เคยดูอ่อนโยน ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและห่างเหินอย่างที่สุด
เธอลดระดับเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น ก่อนจะพูดทีละคำชัดๆ ข้างใบหูของซูม่าน “ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าคุณกำลังท้องอยู่ วันนี้ฉันรับรองได้เลยว่าหน้าของคุณต้องโดนฝ่ามือฉันไปอย่างน้อยๆ ก็สองที!”
พูดจบเธอก็ถอยหลังกลับมารักษาระยะห่างทันที สีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “จำใส่หัวเอาไว้เลยนะ ต่อจากนี้ไปอย่าได้คิดมายุ่งกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันจะรวบยอดคิดบัญชีแค้นทั้งเก่าและใหม่พร้อมกันทีเดียวเลย”
เจียงหลีทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น โดยไม่คิดจะชายตามองสีหน้าของซูม่านอีก เธอหมุนตัวกลับอย่างสง่างาม ด้วยท่วงท่าที่ดูสบายๆ แล้วเดินกลับเข้าบ้านของตัวเองไป
ซูม่านยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สติของเธอล่องลอยไปหมด ผ่านไปนานพอสมควรกว่าเธอจะได้สติกลับคืนมา เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะหน้าผากของตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าฝ่ามือนั้นเปียกชุ่ม
เธอรู้ดีแก่ใจว่านี่คือเหงื่อเย็นที่แตกพลั่กออกมา มันเป็นผลมาจากตอนที่เจียงหลีขยับเข้ามาใกล้ แรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นมันถาโถมเข้าใส่จนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจไปเลย
น่ากลัวเกินไปแล้ว! สองสามีภรรยาคู่นี้น่ากลัวเกินไปจริงๆ!
โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชื่อเจียงหลีคนนั้น ภายนอกดูเป็นคนอ่อนหวาน อ่อนโยน บอบบางน่าทะนุถนอม แต่คำพูดที่เธอเพิ่งพูดเมื่อสักครู่ รวมไปถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาตอนที่เธอเข้าใกล้ มันน่ากลัวจนทำให้หัวใจแทบจะหยุดเต้น
ในตอนนั้นเอง ซูม่านก็รู้สึกปวดหน่วงที่ท้องขึ้นมา เธอรีบยกมือขึ้นลูบท้องของตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ หันหลังกลับ ใช้มือยันวงกบประตูเพื่อพยุงตัวอยู่พักหนึ่ง พอรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้ว ถึงได้ก้าวเท้าเดินเข้าประตูบ้านไป
พอเข้ามาในบ้าน ซูม่านก็เห็นเด็กๆนั่งหน้าระรื่นอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปหาแล้วถามขึ้น "วันนี้ที่เห็นฉันต้องยอมจ่ายเงินสิบหยวนให้แม่ของเพื่อนร่วมห้องของพวกเธอไปต่อหน้าต่อตา เป็นยังไงบ้างล่ะ รู้สึกอะไรบ้างไหม"
[จบบท]