บทที่ 288 คนดีผีคุ้ม
"พ่อต้องชอบแม่มากๆ เหมือนพวกเราแน่เลย! จริงไหมคะ?"
เสียงเจื้อยแจ้วของเวยเวยดังแว่วมาจากบริเวณหน้าประตูห้องนอน ลั่วเยี่ยนชิงที่กำลังจะเอนตัวลงนอนถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
เด็กแฝดสองคนผลุบๆ โผล่ๆ กันอยู่ที่หน้าประตู ลั่วหมิงเวยเดินเตาะแตะเข้ามาหาพี่ชายฝาแฝดที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าก็ยังไม่ได้ยินคำตอบจากผู้เป็นพ่อ เด็กหญิงจึงเอียงคอถามย้ำขึ้นอีกครั้งอย่างน่าเอ็นดู
"พ่อคะ จริงไหมคะ?"
ลั่วเยี่ยนชิงได้แต่นิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบรับในลำคอ "...อืม"
คำว่า ‘ชอบ’ สำหรับเขาแล้วมันคืออะไรกันแน่ เขาเองก็ให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจ นั่นคือเขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจเลยสักนิดกับการมีเธอเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน แถมยังไม่เคยคิดที่จะผลักไสเธอให้ออกห่างเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่ได้เห็นดวงตาของเธอที่โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเวลาที่เธอยิ้ม ความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายก็ผุดขึ้นมาในใจ ซึ่งเขาก็คิดว่ามันคงเป็นความสุขนั่นแหละ
ไหนจะการกระทำที่ไม่คาดฝันของเธอแต่ละครั้ง ที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ แถมใบหูยังร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุอีก
ทันทีที่ความคิดตกผลึก ลั่วเยี่ยนชิงก็เหมือนจะค้นพบคำตอบ เขาละสายตาจากความคิดของตัวเองแล้วหันไปมองลูกแฝดทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนกว่าเดิม
"ใช่ พ่อชอบแม่ของลูก!"
เมื่อเธอเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาได้มากขนาดนี้ แค่ได้เห็นหน้าก็ทำให้มีความสุขได้แล้ว แถมยังทำให้หัวใจเต้นแรงและหูร้อนได้อีก…
อาการของคนที่กำลังมีความรักก็คงจะเป็นแบบนี้สินะ
ลั่วเยี่ยนชิงยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจกับข้อสรุปของตัวเอง เขาพยักหน้าเบาๆ กับความคิดนั้น แล้วจึงหันไปบอกลูกๆ ว่า "ไปเล่นกันเถอะ พ่อขอพักก่อนนะ"
"ครับ" หานหานรับคำ ก่อนจะจูงมือน้องสาวหมุนตัวเดินต้อยๆ ออกจากห้องไป
...
ตกเย็นเวลาประมาณหนึ่งทุ่มกว่า หลังจากจัดการอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว เจียงหลีกับลั่วเยี่ยนชิงก็นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยมีลูกๆ ทั้งสามคนนั่งเล่นของเล่นกันอยู่ไม่ไกล
เจียงหลีละสายตาจากลูกๆ ที่กำลังเล่นของเล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น แล้วหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"ฉันไม่ได้ยินคุณไอเลยนะ ตั้งแต่กินข้าวเย็นเสร็จจนถึงตอนนี้ก็ชั่วโมงกว่าแล้ว"
ลั่วเยี่ยนชิงพยักหน้ารับ "ผมว่าดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ"
"แต่คุณเพิ่งกินยาไปแค่มื้อเดียวเองนะตอนกลับมาถึงบ้าน" เจียงหลีพูดพลางส่ายหน้าเบาๆ ไม่คิดว่ายาจะออกฤทธิ์เร็วขนาดนี้
"แสดงว่ายาของคุณดีมาก"
"แหม ปากหวานจังเลยนะคะ" เจียงหลียิ้มขำ
"เพื่อให้แน่ใจว่าหายดีจริงๆ ก่อนนอนคืนนี้กับพรุ่งนี้เช้า คุณต้องกินยาต่อ แล้วก็ต้องดื่มน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงด้วยนะคะ ห้ามลืมเด็ดขาด"
"ครับ ฟังคุณ" ลั่วเยี่ยนชิงตอบรับอย่างว่าง่าย
หลังจากคุยเรื่องอาการป่วยของเขาจบ เจียงหลีก็เปลี่ยนเรื่องคุย "สหายเหวินข้างบ้านกลับมาแล้วนะคะ"
ลั่วเยี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามขึ้นว่า "ก่อนที่เราจะกินข้าวเย็นเหรอ?"
"น่าจะช่วงนั้นพอดีค่ะ"
"ภรรยาเขาคงโทรเรียกกลับมานั่นแหละครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ช่วงนี้สมาชิกทุกคนในทีมวิจัยต่างก็ยุ่งจนหัวหมุน ขนาดตัวเขาเองถ้าไม่ได้ไอหนักจนกลัวว่าจะไปรบกวนการทำงานของคนอื่น ก็คงไม่มีทางยอมกลับมาพักที่บ้านแน่ๆ
การที่สหายเหวินซือหย่วนกลับมาบ้านในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ไม่ต้องคิดให้ลึกซึ้งก็พอจะเดาได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ยิ่งเมื่อรวมกับเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายด้วยแล้ว ทุกอย่างก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
สีหน้าของลั่วเยี่ยนชิงเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น "คุณไม่ต้องห่วงนะ ถ้าสหายเหวินซือหย่วนมาที่บ้านเรา ผมจัดการเอง"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย จะต้องกังวลอะไรล่ะคะ?" เจียงหลียิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน
"ถ้าเขาจะมาก็ให้เขามาสิ คนเราถ้าไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกลัวอะไรอยู่แล้ว"
"คุณพูดถูก" ลั่วเยี่ยนชิงเห็นด้วยกับความคิดของภรรยาทุกอย่าง
ในขณะเดียวกันที่บ้านตระกูลเหวิน บรรยากาศภายในบ้านค่อนข้างตึงเครียด
"เหวินเยว่ ลูกจะเงียบใส่พ่อแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอ? ลูกรู้ไหม...ว่าพ่อต้องลางานกลับมานะ"
เหวินซือหย่วนเอนหลังพิงพนักโซฟา สีหน้าของเขาฉายแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขาหลับตาลงพร้อมกับใช้นิ้วบีบนวดระหว่างคิ้วเบาๆ เพื่อคลายความเครียด ก่อนจะลืมตาขึ้นมองลูกสาวที่เอาแต่ยืนเงียบ
"ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นบอกพ่อไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมพ่อยังจะมาถามหนูอีก"
เด็กหญิงตัวน้อยยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น น้ำตาเม็ดโตคลอหน่วยอยู่ในดวงตาทั้งสองข้าง ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เหวินซือหย่วนพยายามข่มความหงุดหงิดในใจเอาไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "พ่ออยากฟังจากปากลูก อีกอย่าง พ่อเคยบอกแล้วไงว่าแม่ของลูกไม่ใช่คนใจร้าย!"
[จบบท]