บทที่ 295 พี่ต้องให้ฉันเล่นละครบทไหนล่ะ
เรื่องนี้เจียงกั๋วอันเคยพูดเกริ่นไว้จริง ๆ เจียงหลีเลยไม่ได้ปฏิเสธไปในทีแรก เธอกะพริบดวงตาคู่สวยราวกับจิ้งจอกของตัวเองเพื่อพิจารณาคำขอของพี่ชาย ก่อนจะพยักหน้าตกลงในที่สุด “ก็ได้ค่ะ ฉันจะช่วยพี่ห้าเอง แต่ถ้าวันข้างหน้าเกิดมีปัญหาตอนพี่ไปจีบสาวจริง ๆ ขึ้นมา ห้ามมาโทษว่าเป็นความผิดฉันเด็ดขาดเลยนะ”
“ถ้ามันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ พี่ก็แค่ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเธอคือน้องสาวแท้ ๆ ของพี่ แต่ถ้าเขาไม่เชื่อฟัง พี่ก็จะพาเขามาเจอตัวจริงของเธอเลย”
เจียงกั๋วอันพูดออกมาด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก “พอหยางจื่อเจวียนได้เห็นเธอตัวเป็น ๆ รับรองเลยว่าเธอต้องยอมถอยทัพกลับไปเองแน่นอน”
เจียงหลีแสร้งทำเป็นเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่เชื่อ “พี่ห้ามั่นอกมั่นใจขนาดนั้นเชียว”
เจียงกั๋วอันยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนสิ น้องสาวของพี่ทั้งสวยเหมือนนางฟ้า ทั้งยังมีกิริยาท่าทางที่ดูดีขนาดนี้ แค่หยางจื่อเจวียนมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก็มีแต่จะรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยจนไม่กล้าสู้หน้า”
“พี่ห้า เรื่องแบบนี้มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ คนบางประเภทน่ะชอบคิดว่าตัวเองดีเลิศอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมีพื้นฐานครอบครัวคอยหนุนหลังด้วยแล้วก็ยิ่งไปกันใหญ่ อย่างสหายหยางจื่อเจวียนที่พี่ว่ามา พอได้เจอฉัน เผลอ ๆ อาจจะโกรธจนทำอะไรไม่ถูก แล้วมองว่าฉันเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซากก็ได้ใครจะไปรู้”
ถึงแม้แววตาของเจียงหลีจะดูจริงจัง แต่เนื้อความในประโยคกลับแฝงไปด้วยความขี้เล่น จนดูออกว่าเธอแค่พูดล้อพี่ชายตัวเองเท่านั้น
“ถ้าเธอกล้าแตะตัวน้องสาวพี่แม้แต่ปลายเล็บ พี่จะซัดหน้าเธอสักสองสามหมัดเลย ไม่สิ มีพี่อยู่นี่ทั้งคน พี่ไม่มีทางยอมให้เธอเข้าใกล้น้องได้ด้วยซ้ำ”
สำหรับผู้หญิงที่มองโลกเพียงด้านเดียวและหลงตัวเองแบบนั้น ต่อให้ต้องเสี่ยงตกงาน เขาก็ไม่มีวันยอมให้เธอมาแตะต้องหลีเป่า น้องสาวสุดที่รักของเขาแม้แต่น้อยนิด
เจียงหลีเห็นท่าทีจริงจังของพี่ชายก็หัวเราะออกมาเบาๆ “แล้วพี่ต้องให้ฉันเล่นละครบทไหนล่ะ บอกแผนมาได้เลย”
เจียงกั๋วอันอธิบายแผนการ “วันไหนก็ได้ที่น้องสะดวก มาหาพี่ที่ทำงานหน่อย พอหยางจื่อเจวียนโผล่มา พี่ก็จะแนะนำให้เธอรู้จักน้องในฐานะแฟนของพี่เอง”
เจียงหลีตอบรับอย่างไม่ลังเล “ฉันว่างทุกวันแหละ งั้นเอาเป็นพรุ่งนี้เลยแล้วกัน พอส่งรุ่ยรุ่ยกับน้องๆ ที่โรงเรียนอนุบาลเสร็จ ฉันจะกลับไปเตรียมตัวที่บ้าน แล้วรีบไปหาพี่ก่อนพักเที่ยง ตกลงตามนี้นะคะ”
“ได้ ตามนี้แหละ”
หากเขายังพอมีทางเลือกอื่นอยู่บ้าง ก็คงไม่อยากรบกวนให้น้องสาวต้องมาลำบากใจช่วยเขาแบบนี้
บ่ายวันนั้นเจียงกั๋วอันก็กลับไปทำงานตามปกติ
พอถึงเวลาเที่ยงของวันรุ่งขึ้น
เจียงหลีก็เดินทางมาถึงหน้าประตูใหญ่ของบริษัทปิโตรเคมีปักกิ่งตามเวลานัดหมายกับพี่ชายไม่มีผิดเพี้ยน
“แม่หนู มาหาใครเหรอจ๊ะ”
คุณลุงที่ทำหน้าที่ยามเฝ้าประตูเอ่ยถามขึ้น หลังจากสังเกตเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเอาแต่ชะเง้อมองเข้าไปด้านในประตูอยู่หลายครั้ง
“คุณลุงคะ คือฉัน...”
ยังไม่ทันที่เจียงหลีจะได้ตอบ เจียงกั๋วอันก็เดินออกมาจากด้านในพร้อมกับโบกมือทักทายเธอแต่ไกล “หลีเป่า พี่อยู่นี่”
เจียงหลีเห็นดังนั้นจึงหันไปพูดกับคุณลุงยาม “คุณลุงคะ คนที่ฉันมาหามาแล้วค่ะ”
“อ๋อ ที่แท้ก็มาหาเจ้าหนุ่มเจียงนี่เอง ถ้ารู้แต่แรกจะได้ชวนเข้ามานั่งรอในป้อมยามให้หายหนาวก่อน” อากาศวันนี้ไม่ค่อยดีนัก นอกจากจะมีหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายแล้ว ยังมีลมหนาวพัดมาเป็นระยะๆ อีกด้วย
เจียงหลียิ้มบางๆ “ขอบคุณมากค่ะคุณลุง แต่จริง ๆ แล้วฉันเพิ่งจะมาถึงเมื่อกี้เองค่ะ” ทันทีที่เธอพูดจบ เจียงกั๋วอันก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“ไปกันเถอะ พี่จะพาเข้าไปข้างใน” เขาหันไปทักทายคุณลุงยามเล็กน้อย ก่อนจะเดินเคียงข้างไปกับเจียงหลีด้วยรอยยิ้ม ซึ่งในไม่ช้าทั้งสองก็เดินลับตาไป
คุณลุงยามได้แต่มองตามแผ่นหลังของทั้งคู่แล้วส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าป้อมยามไปพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง “สงสัยงานนี้ลูกสาวของหัวหน้าหยางคงได้อกหักดังเป๊าะ”
“เจียงกั๋วอัน! ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร”
หยางจื่อเจวียนซึ่งทำงานอยู่ในแผนกประชาสัมพันธ์ ตั้งใจว่าจะไปชวนเจียงกั๋วอันกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารด้วยกันหลังเลิกงาน แต่กลับเห็นเขารีบวิ่งตรงไปยังประตูใหญ่ทันทีที่ออกจากห้องทำงาน ด้วยความสงสัยเธอจึงแอบเดินตามไปดูห่างๆ
ภาพบาดตาบาดใจตรงหน้าทำให้ใบหน้าของหยางจื่อเจวียนบูดบึ้งขึ้นมา โดยเฉพาะตอนที่เห็นเจียงกั๋วอันยิ้มแย้มและพูดคุยกับหญิงสาวข้างกายอย่างสนิทสนม ความหึงหวงที่สุมอยู่ในอกทำให้เธอไม่คิดจะหลบซ่อนตัวอีกต่อไป เธอสาวเท้าก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ปรี่เข้าไปขวางทางของเจียงกั๋วอันไว้ พร้อมกับตวัดสายตาไปทางเจียงหลีและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
[จบบท]