บทที่ 314: เสแสร้งแกล้งทำ
"เฝิงเซียว! นี่แกพูดจาภาษาอะไร พ่อแกยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ แกยังจะแทนตัวเองว่าพ่อแกไม่หยุดปากอีก อยากจะแข็งข้อรึไง"
เฝิงหลินจ้องมองลูกชายเขม็งด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันไปพูดกับเหอเสวี่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
"หนูรีบกลับบ้านไปก่อนเถอะ ตอนนี้เฝิงเซียวกำลังอารมณ์ขึ้น ถ้าหนูยังดึงดันจะอยู่ต่อ อารมณ์ของเจ้าเด็กเหลือขอนี่คงจะยิ่งปะทุหนักขึ้นไปอีก"
"คุณลุงเฝิง...หนู...เป็นความผิดของหนูเองค่ะ หนูไม่ควร...หนูไม่ควรจะมาปรากฏตัวให้เฝิงเซียวเห็นเลย แต่ว่า...แต่ว่าหนูไม่ได้มีเจตนาจะมารบกวนนะคะ หนูแค่จะมาบอกคุณลุงกับคุณป้าฟางว่า หนูเห็นเฝิงอี้อยู่แถวๆ โรงอาบน้ำสาธารณะฮุ่ยหมินที่อยู่ฝั่งตะวันตกของเมือง หนูมาก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้จริงๆ ค่ะ..."
เหอเสวี่ยพยายามกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่รินไหลออกมาได้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับประมุขแห่งบ้านเฝิงแล้วพูดต่อ
"คุณลุงอย่าดุเฝิงเซียวเลยนะคะ หนูไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ" ก่อนจะหมุนตัวจากไป เธอยังไม่ลืมที่จะหันกลับมากล่าวลาทุกคนอีกครั้ง
"ลาก่อนค่ะคุณลุงเฝิง ลาก่อนค่ะคุณป้าฟาง ลาก่อนค่ะเฝิงเซียว!"
สิ้นเสียงหวานปนสะอื้น เธอก็รีบวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นของบ้านเฝิงไปทันที
หลังจากที่เหอเสวี่ยจากไป อารมณ์ที่คุกรุ่นและความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านในใจของเฝิงเซียวก็สงบลง เขาทิ้งตัวกลับลงไปนั่งในท่าทีไม่เอาไหนตามแบบฉบับของตัวเอง ก่อนจะหันไปมองเฝิงหลินผู้เป็นพ่อแล้วพูด
"ตาแก่ ถ้าพ่อไม่อยากถูกผู้หญิงคนนี้หลอกไปทั้งชีวิต ก็รีบๆ ขัดตาตัวเองให้มันสว่างได้แล้ว!"
เฝิงเซียวชี้นิ้วไปยังฟางซู่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งพลางทำปากเบ้ ด้วยท่าทางไม่เอาจริงเอาจังกับโลกใบนี้ "ไล่ลูกชายตัวเองออกจากบ้าน ทำทีเป็นออกตามหาไม่ถึงวันก็เลิกสนใจไยดีในชีวิตของลูกแท้ๆ ตาแก่ พ่อลองคิดดูสิว่าผู้หญิงแบบนี้ ผู้หญิงที่แม้แต่ลูกในไส้ของตัวเองยังไม่รักไม่ไยดีเนี่ย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาความดีที่เธอทำต่อผม พี่ใหญ่ พี่รอง แล้วก็พี่สาวของผมมันจะออกมาจากใจจริงได้ยังไง”
“แต่ช่างเรื่องนั้นก่อน ตอนนี้มาพูดถึงเฝิงอี้กันดีกว่า ในเมื่อได้เบาะแสมาแล้ว พ่อจะเอายังไงต่อ จะปล่อยให้น้องชายโง่ๆ ของผมร่อนเร่พเนจรใช้ชีวิตตามยถากรรมอยู่ข้างนอกต่อไป หรือว่าจะไปเค้นรายละเอียดจากยัยเด็กโง่บ้านเหอ แล้วจัดคนออกไปตามหาเฝิงอี้กลับมา"
"เสี่ยวเซียว แม่รู้ว่าลูกมีอคติกับแม่มาตั้งแต่เด็ก แต่ลูกต้องเข้าใจนะว่าเฝิงอี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแม่ ไม่มีแม่คนไหนในโลกหรอกที่จะไม่รักไม่สนใจลูกของตัวเองได้จริงๆ”
“แม่...แม่ก็ออกตามหาเฝิงอี้แล้ว แต่ปักกิ่งมันใหญ่โตขนาดนี้ เขาตั้งใจจะหลบหน้าแม่ แล้วแม่จะไปตามหาเขาเจอได้ยังไง"
ฟางซู่แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาทันที เธอสะอื้นไห้พลางพูด "ตั้งแต่ที่เฝิงอี้ถูกแม่ไล่ออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่นานแม่ก็เสีย”
“ ตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ไม่มีวินาทีไหนเลยที่แม่จะไม่คิดถึงเฝิงอี้ แต่เพื่อไม่ให้พ่อของลูกต้องเป็นห่วง แม่ทำได้แค่ฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้พ่อของลูกต้องเป็นห่วง ได้แต่กล้ำกลืนน้ำตาและความขมขื่นทั้งหมดลงท้องไปคนเดียว แม่..."
"พอแล้ว พอแล้ว ถ้าคุณจะเล่นละครก็เล่นให้ตาแก่ดูคนเดียวเถอะ อย่ามาทำให้ผมต้องรกหูรกตาเลย"
เฝิงเซียวโบกมือปัดอย่างรำคาญเต็มทน ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังประตูบ้าน
"แกจะไปไหน"
เมื่อเห็นว่าลูกชายกำลังจะออกจากบ้าน เฝิงหลินจึงตะโกนเรียกไว้ "หัดดูเวลาซะบ้างว่ามันกี่โมงกี่ยามแล้ว แกจะออกไปตอนนี้ กะว่าจะไปนอนค้างอ้างแรมที่อื่นรึไง"
"ก็แล้วแต่สถานการณ์!"
เฝิงเซียวหยุดฝีเท้าลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปแบบขอไปที แล้วเดินออกจากบ้านไปทันที แต่ก็ยังไม่วายพึมพำกับตัวเอง "ไอ้โง่เอ๊ย หนีออกจากบ้านไปแล้วก็ไม่รู้จักกลับมา ผู้หญิงที่ชื่อฟางซู่นั่นมันวิเศษวิโสมาจากไหน!”
“แกมันนามสกุลเฝิงนะเว้ย เลือดในตัวแกครึ่งหนึ่งก็มาจากตาแก่นั่น อยู่บ้านเสวยสุขดีๆ ไม่ชอบ ดันหนีออกจากบ้านเพราะคำพูดไม่กี่คำของผู้หญิงคนนั้น สมองแกนี่มันเพี้ยนไปแล้วรึไงวะ!”
“ช่างเถอะ ถือว่าชาติที่แล้วฉันติดหนี้แกไว้ก็แล้วกัน รอให้ฉันเรียกไอ้พวกเพื่อนเวรของฉันไปตามหาแกเจอก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นดูซิว่าฉันจะจัดการกับแกยังไง ไอ้ตัวแสบ!"
น่าเสียดายที่ เฝิงเซียวเรียกเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวที่คบหาอยู่มาได้แค่สองสามคน แต่ถึงอย่างนั้น หนึ่งในนั้นก็ยังอุตส่าห์ขับรถส่วนตัวของพ่อตัวเองออกมาด้วย
[จบบท]