บทที่ 324: โชคดีที่ไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน
เหล่าเซียวที่เดินเคียงข้างมาตลอดทางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากได้ฟังเรื่องราวที่เจียงหลีเล่า เขาก็อดที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาไม่ได้ "ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและรักใคร่ปรองดองกันดีมากเลยนะ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากในหลายๆ ครอบครัวสมัยนี้"
เจียงหลีระบายยิ้มบางเบา พลางนึกย้อนไปถึงภาพความทรงจำอันแสนอบอุ่นของครอบครัว
"หนูก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ถ้าจะให้พูดก็คงเป็นเพราะวัฒนธรรมที่ดีงามของตระกูลเจียงที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่จำความได้หนูยังไม่เคยเห็นคนในครอบครัวต้องมีเรื่องให้ขุ่นข้องหมองใจหรือขึ้นเสียงใส่กันเลยแม้แต่ครั้งเดียว"
ย่าอวี๋ที่ฟังอยู่เงียบๆ หันไปทางเหล่าเซียวแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "หลีเป่าเป็นเด็กผู้หญิงที่โชคดีและมีความสุขจริงๆ"
เหล่าเซียวพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
รอยยิ้มของย่าอวี๋ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ก่อนที่เธอจะหันกลับมาถามเจียงหลีด้วยความอยากรู้ "แล้วพี่ชายคนเล็กของหนูล่ะจ๊ะ มาถึงแล้วหรือยัง"
เจียงหลีส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ "ยังเลยค่ะ"
"ที่หนูออกมาข้างนอกนี่ ก็เพื่อจะมารอรับเขาใช่ไหม แล้วคงบังเอิญมาเจอกับย่าเข้าพอดี"
คำถามนั้นทำให้เจียงหลีชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว พยักหน้ารับ
"ใช่แล้วค่ะ เอ้อ จริงสิคะคุณย่าอวี๋ ไหนๆ คุณย่าก็ตั้งใจมาหาหนูแล้ว ทำไมไม่แวะบอกสหายที่เข้าเวรตรงป้อมยามหน้าบ้านพักของเราล่ะคะ ให้เขาช่วยโทรศัพท์เข้ามาที่บ้านสักหน่อย หนูจะได้รีบออกมารับ ไม่ต้องให้คุณย่าต้องมายืนรอแบบนี้"
"โธ่ ก็ย่ายังไม่ทันจะได้ทำอะไร หนูก็มาเจอเข้าซะก่อนแล้วนี่จ๊ะ" หญิงชราตอบกลับพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ
ทว่าความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ก่อนหน้าที่เจียงหลีจะมาพบ เธอได้มาถึงบริเวณนี้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่เพราะความรู้สึกที่ว่าการมาเยือนอย่างกะทันหันเช่นนี้อาจจะเป็นการรบกวนและเสียมารยาทเกินไป ความลังเลจึงเกิดขึ้นในใจ ทำให้เธอยังไม่ได้ตัดสินใจเดินไปที่ป้อมยามเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์แจ้งข่าวการมาถึงของตน
[พี่สาวครับ คุณย่าโกหกพี่สาวนะ ท่านไม่ได้เพิ่งมาถึงนะครับ ท่านมาเดินวนไปวนมาอยู่บนทางเท้าด้านนอกบ้านพักของเราเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว] เสียงของตุนตุนดังขึ้นในความคิดของเจียงหลี
[แล้วทำไมเธอถึงไม่รีบบอกฉัน] เจียงหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามระบบในใจ
[ตุนตุนขอโทษครับ! พอดีตุนตุนเห็นพี่สาวกำลังยุ่งๆ กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อค่ำวันสิ้นปีในครัวอยู่ ก็เลยลืมบอกเรื่องนี้ไปเลย]
[โชคดีนะที่คุณย่าไม่เป็นอะไรไป ไม่อย่างนั้นเธอคิดว่าฉันจะนอนตาหลับได้ลงเหรอ]
การที่หญิงชราซึ่งอายุมากแล้วแถมยังมีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว ต้องหอบหิ้วตะกร้าขนมสารพัดชนิดเดินทางมาหาเธอไกลถึงขนาดนี้ แต่เธอกลับไม่เคยระแคะระคายเลยสักนิด ยังคงวุ่นวายอยู่กับงานในบ้านของตัวเองอย่างสบายใจ หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรขึ้นกับคุณย่าในช่วงเวลาที่เธอไม่รู้นั้น เจียงหลีก็มั่นใจว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นตราบาปในใจของเธอไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
เพราะมันคงไม่ต่างอะไรกับคำกล่าวที่ว่า 'แม้ฉันจะไม่ได้เป็นคนลงมือ แต่เขาก็ตายเพราะฉัน'
เมื่อความคิดแล่นมาถึงจุดนี้ เจียงหลีก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องดูแลคุณย่าให้ดีขึ้น เธอประคองแขนของหญิงชราอย่างนุ่มนวล โดยมีเหล่าเซียวเดินเคียงข้าง
ทั้งสามคนค่อยๆ ก้าวผ่านประตูรั้วเข้าไปในบริเวณบ้าน
"แม่ครับแม่ครับ! ลุงห้ามาแล้วใช่ไหมครับ"
ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเข้าไปในห้องนั่งเล่น เสียงเล็กๆ ที่เจือความตื่นเต้นของลั่วหมิงหานก็ดังลอดออกมาจากหลังม่านประตู
"พี่รองออกไปข้างนอกไม่ได้นะ! ถ้าเกิดเป็นหวัดขึ้นมามันจะทรมานมากเลยรู้ไหม"
เสียงของลั่วหมิงเวยดังตามมาติดๆ พร้อมกับที่เจ้าตัววิ่งไปดึงชายเสื้อด้านหลังของพี่ชายฝาแฝดเอาไว้แน่น ดวงตากลมโตจ้องมองพี่ชายอย่างจริงจัง
"ก็พี่ไม่ได้บอกว่าจะออกไปสักหน่อยนี่น่า พี่แค่จะยืนดูตรงนี้ มองลอดม่านออกไปที่สวนเฉยๆ!"
เนื่องจากอากาศภายในบ้านนั้นอบอุ่นกว่าข้างนอกมาก เจียงหลีจึงไม่ได้ให้เด็กๆ ใส่เสื้อกันหนาวตัวหนา แต่ให้สวมเพียงเสื้อไหมพรมทับชุดชั้นในเก็บความร้อน เพื่อให้พวกเขาสามารถวิ่งเล่นทำกิจกรรมต่างๆ ในบ้านได้อย่างคล่องตัว
"ลุงห้ายังไม่มาจ้ะเด็กๆ!" เจียงหลีเชื้อเชิญให้แขกทั้งสองเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะหันไปยิ้มแล้วถามลูกๆ ทั้งสาม "ไหนบอกแม่ซิว่านี่ใครเอ่ย"
"คุณย่าอวี๋!"
สองฝาแฝดกะพริบตาปริบๆ ตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกันอย่างสดใส
ในขณะที่ลั่วหมิงรุ่ยผู้เป็นพี่ชายคนโตนั้น สุขุมกว่า เขาเดินเข้าไปทักทายย่าอวี๋อย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปทางเหล่าเซียวแล้วเอ่ยทักทาย "สวัสดีครับคุณปู่"
เจียงหลีจึงช่วยแนะนำ "นี่คือคุณปู่เซียวจ้ะ ท่านเป็นคนในครอบครัวของคุณย่าอวี๋นะ"
สองฝาแฝดจึงรีบทักทายตาม "สวัสดีค่ะ/ครับคุณปู่เซียว!"
"แม่คะแม่คะ เวยเวยสงสัยค่ะ ถ้าเวยเวยกับพี่ใหญ่แล้วก็พี่รอง เรียกคุณย่าอวี๋กับคุณปู่เซียวว่า 'คุณย่าอวี๋' กับ 'คุณปู่เซียว' เหมือนที่แม่เรียก แบบนี้มันจะไม่ถูกใช่ไหมคะ"
ลั่วหมิงเวยเอียงคอ ดวงตาคู่โตมองหน้าแม่ของเธออย่างสงสัย
คำถามที่แสนจะวกวนของลูกสาวทำเอาเจียงหลีถึงกับไปไม่เป็น เธอกะพริบตาที่มีเสน่ห์เหมือนตาของจิ้งจอกอย่างครุ่นคิด กำลังจะหาคำตอบที่เหมาะสมให้ลูกสาว แต่กลับเป็นย่าอวี๋ที่เอ่ยขึ้นมาก่อน...
[จบบท]